"มาดามกอล์ฟ" กฤษฎา พร้อมด้วยนายแบบ-นักแสดงหน้าใหม่ "ปริญ" ปริญา และคุณพัฒ สุพัฒน์ วรรณะ คุณดาว ธนพร วรรณะ เจ้าร้านดังข้าวเหนียวมูลกะทิสดตลาดมหานาค ร่วมมอบชุดอาหารพระราชทาน แก่ประชาชน


"มาดามกอล์ฟ" กฤษฎา พร้อมด้วยนายแบบ-นักแสดงหน้าใหม่ "ปริญ" ปริญา และคุณพัฒ สุพัฒน์ วรรณะ คุณดาว ธนพร วรรณะ  เจ้าร้านดังข้าวเหนียวมูลกะทิสดตลาดมหานาคร่วมมอบชุดอาหารพระราชทาน แก่ประชาชนที่เดินทางมากราบถวายบังคมพระบรมศพ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง


วันศุกร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 11.00 น.ณ ท้องสนามหลวง"มาดามกอล์ฟ" กฤษฎา ทิพย์ประสิทธิ์ และคุณ"พัฒ"สุพัฒน์ วรรณะ,คุณ"ดาว" ธนพร วรรณะ  เจ้าของร้านดังข้าวเหนียวมูลกะทิสดตลาดมหานาค พร้อมด้วยนายแบบนักแสดงหน้าใหม่"ปริญ" ปริญญา ร่วมมอบชุดอาหารพระราชทานข้าวเหนียวมะม่วงของร้านข้าวเหนียวมูลกะทิสดตลาดมหานาค แก่ประชาชนที่เดินทางมากราบถวายบังคมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 

เพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดี และสืบสานพลังความดีงามถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ โรงครัวพระราชทาน ท้องสนามหลวง





รัฐศักดิ์ สุขยิ่ง ลาดกระบัง เดินหน้าลุยพื้นที่โค้งสุดท้าย ก่อนเลือกตั้ง 8 ก.พ. 69 มุ่งอาสาพัฒนาลาดกระบัง ภายใต้แนวคิด “เข้าถึง เข้าใจ เข้าไปพัฒนา”

 


บรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ 20 เขตลาดกระบัง (ยกเว้นแขวงลำปลาทิว) ก่อนวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นไปอย่างคึกคัก โดย นายรัฐศักดิ์ สุขยิ่ง ผู้สมัคร ส.ส. หมายเลข 13 พรรคประชาธิปัตย์ เร่งลงพื้นที่พบปะประชาชนอย่างต่อเนื่อง สะท้อนความมุ่งมั่นในการอาสาเข้ามาทำหน้าที่ทางการเมืองเพื่อประโยชน์ของประชาชนและการพัฒนาประเทศ

เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 นายรัฐศักดิ์ ลงพื้นที่หาเสียงในช่วงโค้งสุดท้าย ที่บริเวณสวน 60 พรรษา สมเด็จพระบรมราชินีนาถ , ตลาดเกรียงไกร พื้นที่เคหะร่มเกล้า , แอร์พอร์ตลิ้งค์ลาดกระบัง โดยได้รับการต้อนรับจากประชาชนในพื้นที่อย่างอบอุ่น พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนสะท้อนปัญหาและความต้องการในพื้นที่ เพื่อนำไปเป็นแนวทางผลักดันการพัฒนาอย่างตรงจุด

 แม้พื้นที่ดังกล่าวจะถูกมองว่าเป็นฐานเสียงสำคัญของพรรคเพื่อไทย และพรรคประชาชน จากผลการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา แต่การลงพื้นที่อย่างหนักและต่อเนื่องของนายรัฐศักดิ์ หมายเลข 13 กำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนทางการเมือง และทำให้การแข่งขันในสนามเลือกตั้งครั้งนี้มีความเข้มข้นกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา

 


ขณะเดียวกัน กระแสตอบรับของพรรคประชาธิปัตย์ในช่วงการเลือกตั้งครั้งนี้ถูกจับตามองเพิ่มขึ้น ภายหลังการปรับภาพลักษณ์และรีแบรนด์พรรคในช่วงที่ผ่านมา โดยมี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทำหน้าที่หัวหน้าพรรค ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับสมาชิกพรรคและผู้สนับสนุน ส่งผลให้การหาเสียงของผู้สมัครในหลายพื้นที่ รวมถึงเขตลาดกระบัง ได้รับความสนใจจากประชาชนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 พรรคประชาธิปัตย์ยังสะท้อนจุดยืนว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญของประเทศในการก้าวข้ามปัญหาสะสม ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และความขัดแย้งทางการเมือง โดยพรรคพร้อมทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการสร้างความโปร่งใสในการบริหารประเทศ และผลักดันเศรษฐกิจให้กลับมาเติบโตอย่างยั่งยืน

 ด้านประวัติและศักยภาพของผู้สมัคร นายรัฐศักดิ์ สุขยิ่ง  เกิดเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2516 ปัจจุบันอายุ 52 ปี เป็นชาวอำเภอโนนนารายณ์ จังหวัดสุรินทร์ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะผู้นำทางสังคม ธุรกิจและการเมือง มหาวิทยาลัยรังสิต และกำลังศึกษาต่อระดับปริญญาโท คณะผู้นำฯ จากมหาวิทยาลัยรังสิต อีกทั้งยังผ่านการอบรมหลักสูตรด้านผู้นำและนักบริหารระดับสูงมากกว่า 10 หลักสูตร อาทิ หลักสูตรธรรมศาสตร์เพื่อสังคม รุ่นที่ 22 หลักสูตรการบริหารจัดการด้านความมั่นคงขั้นสูง (มส.) รุ่นที่ 16 และ 17 รวมถึงหลักสูตรพลังอำนาจแห่งชาติ(พอช.1และ2) และหลักสูตรเดอะมาสเตอร์ รุ่นที่ 9

 ในด้านประสบการณ์การทำงาน ปัจจุบันเป็นนักธุรกิจ ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ เจ้าของ บริษัทชไนเดอร์ ลิฟท์(ประเทศไทย)จำกัด  ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถด้านการบริหารจัดการและประสบการณ์ภาคเอกชนที่พร้อมนำมาประยุกต์ใช้กับการพัฒนาพื้นที่และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน

 


นอกจากนี้ นายรัฐศักดิ์ ยังมีบทบาทด้านสังคมและศาสนา เคยอุปสมบทที่วัดหงษ์รัตนารามราชวรวิหาร มีพระธรรมวชิรเมธี (ท่านเจ้าคุณมีชัย)เป็น พระอุปฌาย์ โดยมีอดีตนายกรัฐมนตรี 2 คนของประเทศไทยไปร่วมพิธีอุปสมบทคือ พณฯท่านชวน หลีกภัย และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อีกทั้งยังได้รับรางวัลพ่อตัวอย่างแห่งชาติ ประจำปี 2568 และรางวัลศิษย์เก่าดีเด่น สาขาผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลงและรับใช้สังคม จากสถาบันวิทยาการธรรมศาสตร์เพื่อสังคม

 ดังนั้น การเสนอตัวและการได้รับความไว้วางใจจากพรรคประชาธิปัตย์ให้เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ 20 เขตลาดกระบัง หมายเลข 13 จึงสะท้อนถึงความพร้อมและศักยภาพของคุณรัฐศักดิ์ ที่มุ่งนำประสบการณ์จากภาคธุรกิจและงานเพื่อสังคม มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาพื้นที่ลาดกระบังให้เติบโตอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิดของคุณรัฐศักดิ์ “เข้าถึง เข้าใจ เข้าไปพัฒนา” พร้อมย้ำความตั้งใจที่จะทำงานอย่างใกล้ชิดกับประชาชน รับฟังทุกปัญหา และผลักดันการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม

 


ทั้งนี้ การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ 20 เขตลาดกระบัง จะมีขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยประชาชนสามารถใช้สิทธิเลือกตั้งตามเวลาที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด

ชมคลิบเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/zPwgMjACzd8?si=ICk_rOvC6_E7hR_N





“โรงไฟฟ้า SMR พลังงานทางเลือกปลอดภัยสูง อนาคตของประเทศที่มั่นคงยั่งยืน ปรมาณูเพื่อสันติ กระทรวง อว. ร่วมกับ ปตท. และ GPSC สร้างกลไกร่วมเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย เตรียมความพร้อม สร้างความเข้าใจ“

 


เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดประชุมหารือร่วมกับภาคเอกชนด้านพลังงาน เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและกำหนดแนวทางความร่วมมือในการศึกษาและพัฒนาโรงไฟฟ้า SMR (Small Modular Reactor) โดยมีผู้บริหารจากบริษัท ปตท. จำกัด บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (GPSC) บริษัท ไทยออยล์ จำกัด และ ปส. เข้าร่วมประชุม


การประชุมมี นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ และรักษาราชการแทนเลขาธิการ ปส. เป็นประธาน พร้อมด้วยผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญของ ปส. ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมพลังงานมีผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วม อาทิ ดร. รสยา เธียรวรรณ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กิจการพิเศษ 2 บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) นายมนัสชัย คงรักษ์กวิน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่พัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียนและดีคาร์บอนไนเซชัน และ ดร. พงศ์ศักดิ์ ครุกานันต์ ผู้จัดการฝ่ายอาวุโสดีคาร์บอนไนเซชันเทคโนโลยี จากบริษัท GPSC เพื่อร่วมให้ข้อมูลและแลกเปลี่ยนมุมมองด้านเทคโนโลยีและนโยบายพลังงาน รวมถึง วางแผนสร้างกลไกร่วมเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย เตรียมความพร้อม สร้างความเข้าใจ

ที่ประชุมได้หารือแนวทางการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อให้การพัฒนาโรงไฟฟ้า SMR เป็นไปอย่างรอบคอบ โปร่งใส และสอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัยสากล โดยให้ความสำคัญกับการสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นของประชาชน 


ทั้งนี้ นายแพทย์รุ่งเรือง กล่าวถึงการดำเนินงานของ ปส. ในการเตรียมความพร้อมของประเทศ อาทิ การจัดทำพระราชบัญญัติความรับผิดทางแพ่งต่อความเสียหายทางนิวเคลียร์เสร็จแล้ว การจัดตั้งหน่วยงานเฉพาะด้านโรงไฟฟ้า SMR  และ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติเขตภาคตะวันออก รวมถึงการจัดทำแผนพัฒนาบุคลากรที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีนิวเคลียร์ นอกจากนี้ ยังได้ระบุถึงปัจจัยสำคัญ 4 ประการที่มีผลต่อการพัฒนาโรงไฟฟ้า SMR ในประเทศไทย ได้แก่ 1) การให้ข้อมูลและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชน 2) ขับเคลื่อนความต่อเนื่องของนโยบายระดับประเทศ 3) การสร้างกลไกความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน และ 4) การพิจารณาและเตรัยมความพร้อมพื้นที่ก่อสร้างอย่างเหมาะสมและรอบด้าน ซึ่งกลไกร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชนอย่างมียุทธศาสตร์และโปร่งใสจะเป็นกุญแจสำคัญช่วยให้สามารถนำเทคโนโลยีขั้นสูงดังกล่าวมาใช้ในประเทศไทยอย่างเหมาะสมในอนาคต

โรงไฟฟ้า SMR ถือเป็นพลังงานทางเลือกที่มีระบบความปลอดภัยสูง สามารถผลิตไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่อง ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสนับสนุนเป้าหมายของประเทศไทยในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี ค.ศ. 2050 ช่วยเสริมความมั่นคงด้านพลังงานในระยะยาว พร้อมทั้งช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในภาคอุตสาหกรรมของประเทศ




“อภิสิทธิ์–สกลธี” ลงพื้นที่ลาดกระบัง ช่วย “รัฐศักดิ์ สุขยิ่ง” หาเสียง พบประชาชนตลาดสดเกรียงไกร ชูนโยบายแก้เศรษฐกิจ–รื้อระบบประกันสังคม

วันที่ 25 มกราคม 2569 พรรคประชาธิปัตย์ นำโดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรค ลงพื้นที่เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร เพื่อร่วมช่วยหาเสียงและพบปะประชาชน สนับสนุนการทำงานของ นายรัฐศักดิ์ สุขยิ่ง ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต 20 เขตลาดกระบัง (ยกเว้นแขวงลำปลาทิว) พรรคประชาธิปัตย์

บรรยากาศการลงพื้นที่ตั้งแต่ช่วงเช้าเป็นไปอย่างคึกคัก โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  และคณะได้พบปะพูดคุยกับพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่มาจับจ่ายใช้สอย ณ ตลาดสดเกรียงไกร เคหะร่มเกล้า มีประชาชนให้ความสนใจเข้ามาทักทาย ขอถ่ายภาพ และมอบดอกไม้เพื่อให้กำลังใจอย่างต่อเนื่อง

จากนั้น นายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า การลงพื้นที่ในวันนี้ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากพี่น้องประชาชนชาวลาดกระบัง สะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับประชาชนในกรุงเทพมหานคร พร้อมย้ำว่าพรรคยังคงเดินหน้าทำงานอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะในช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียง ซึ่งขอให้ประชาชนพิจารณาการเลือกตั้งอย่างจริงจัง มองไปที่การเปลี่ยนแปลงประเทศอย่างยั่งยืน สนับสนุนผู้สมัครที่มีความมุ่งมั่นในการปราบปรามการทุจริต และมีแผนพัฒนาเศรษฐกิจในระยะยาว

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า จากการพูดคุยกับเจ้าของตลาด พ่อค้าแม่ค้า พบว่าปัญหาเศรษฐกิจยังเป็นเรื่องหลัก โดยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นให้ผลเพียงชั่วคราว เมื่อโครงการสิ้นสุด เศรษฐกิจก็กลับมาเงียบ เหมือนเดิม ดังนั้น หากไม่ทำให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างยั่งยืน รายได้ของประชาชนก็จะไม่เพิ่มขึ้น

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ต่อประเด็นประกันสังคม นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า คณะกรรมการได้มีมติไปแล้ว  แต่ว่าสูตรใหม่ก็จะมีประเด็นในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงการคำนวณ สำหรับตนไม่ได้มีปัญหา ยกเว้นว่าจะมีคนอยู่กลุ่มเล็ก ๆ ที่น่าจะได้รับผลกระทบ จำเป็นต้องพิจารณาปรับแก้ให้เหมาะสม ขณะเดียวกัน นโยบายระยะยาวของพรรคคือการผลักดันให้สำนักงานประกันสังคมเป็นหน่วยงานอิสระ เพื่อเพิ่มความโปร่งใสในการบริหาร พร้อมทบทวนโครงสร้างระบบประกันสังคมเกือบทั้งหมด ให้สอดคล้องกับโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนแปลงและลดความเหลื่อมล้ำ

ทั้งนี้ พรรคมีแนวคิดให้ผู้ประกันตนเข้าสู่ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า และนำเงินสมทบไปเพิ่มความมั่นคงด้านบำนาญชราภาพ ซึ่งที่ผ่านมาเมื่อมีการตรวจสอบ ประชาชนมีความวิตกกังวลกับการที่ส่งเงินเข้าไปแล้วการบริหารเงินมีปัญหามาก  โดยพื้นฐานของระบบทั้งหมดต้องมีการทบทวน จากโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนไป จากปัญหาความเหลื่อมล้ำ  และปัจจุบันระบบการจ่ายเงิน ยังไม่ใช่ระบบก้าวหน้า จึงจำเป็นต้องมีการปรับรื้อครั้งใหญ่

นายอภิสิทธิ์ยังเปิดเผยว่า พรรคประชาธิปัตย์เตรียมเดินสายลงพื้นที่ภาคใต้ในสัปดาห์หน้า โดยมีกำหนดการเดินทางไปจังหวัดสุราษฎร์ธานีและชุมพร และในช่วงต้นเดือนถัดไปจะลงพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช สงขลา พัทลุง และตรัง พร้อมย้ำจุดยืนทางการเมืองในทุกเวทีว่า ขอให้ประชาชน “อย่าเลือกคนที่ซื้อเสียง” ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากประชาชน

ภายหลังการพบปะประชาชนที่ตลาดสดเกรียงไกร คณะได้เดินทางต่อไปยังสวน 60 พรรษา สมเด็จพระบรมราชินีนาถ เพื่อทักทายประชาชนที่มาออกกำลังกายในช่วงเช้า และในช่วงท้าย นายอภิสิทธิ์, นายสกลธี และนายรัฐศักดิ์ ได้ร่วมสักการะศาลท่านท้าวมหาพรหมร่มเกล้า รวมถึงเจ้าพ่อแชเสือ และศาลแม่สไบทอง เพื่อความเป็นสิริมงคลในการสู้ศึกเลือกตั้ง

ด้าน นายรัฐศักดิ์ สุขยิ่ง ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 20 กล่าวว่า ตนลงพื้นที่พบปะขอคะแนนเสียงจากพี่น้องประชาชนในเขตลาดกระบังอย่างต่อเนื่อง พร้อมขอบคุณหัวหน้าพรรคและรองหัวหน้าพรรคที่มาร่วมช่วยหาเสียงในวันนี้ โดยย้ำว่านโยบายสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์ อาทิ เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 1,000 บาท และนโยบายเงินอุดหนุนแรกเกิด 65,000 บาท เป็นหนึ่งใน 27 นโยบายหลักที่พรรคพร้อมผลักดัน พร้อมขอฝากเนื้อฝากตัวและขอแรงสนับสนุนจากประชาชนในการเลือกตั้งครั้งนี้






 

วัน วันดี พร้อมให้โชคดีกับลูกค้าซื้อสลาก งวดนี้มีผู้ถูกรางวัล 12 ล้าน เตรียมคืนกำไรสังคมช่วยการกุศล

 


“วี วันดี” ดีใจสุดๆเมื่อลูกค้า ”วันดี ออนไลน์“ ถูกสลากออนไลน์รางวัลที่ 1 กับ “วันดี ออนไลน์” จำนวน 2 ใบ รวมเป็นเงิน 12,000,000 (สิบสองล้านบาท) โดยไม่หักค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น รับไปเต็มๆ โดยคุณวี ฐิตาภา ธนทรัพย์ปรีชาญ์ CEO กล่าวความรู้สึกดังนี้…

         “เปิดศักราชใหม่ พุทธศักราช 2569 ทางบริษัทวันดี ออนไลน์ ถือเป็นนิมิตรหมายที่ดีที่สุด โดยงวดนี้ วันที่ 17 มกราคม 2569 มีลูกค้าของวันดี เป็นผู้โชคดี ถูกสลากออนไลน์ รางวัลที่ 1 จำนวน 2 ใบ มูลค่า 12 ล้านบาท นั่นคือคุณสมศักดิ์ อยู่กรุงเทพมหานคร โดยคุณสมศักดิ์แจ้งว่า ก่อนหน้านี้ช่วงปีใหม่ได้ไปทำบุญที่วัดสวนหลวง (วัดพี่จุก) สมุทรสาคร ได้ขอพรให้ตัวเองโชคดี มีความสุข เป็นพรทั่วไปเหมือนคนอื่นๆที่ขอพรให้ตัวเอง ส่วนเงินที่ได้จากการถูกสลากออนไลน์ 12 ล้านกับทาง ”วันดี ออนไลน์“ จะนำไปปิดบ้านที่ตัวเองผ่อนอยู่ และ “คุณสมศักดิ์ยังฝากเป็นกำลังใจให้คนที่กำลังเจอเรื่องทุกข์ร้อน ไม่สบายใจทุกคน ผมขอให้ทุกคนสู้ต่อไปสักวันจะเป็นวันของเรา เหมือนผม” คุณสมศักดิ์ กล่าว…



ทาง “วันดี ออนไลน์” ขอแสดงความยินดี และดีใจกับคุณลูกค้าที่ให้อุดหนุนสลากออนไลน์ของวันดี พร้อมกันนี้ทางทางวันดี ออนไลน์ ได้ตั้งปณิธานคืนกำไรสังคมด้วยการช่วยเหลืองานกุศล โดยจะได้แจ้งความเคลื่อนไหวผ่านสื่อเป็นระยะ

ท่านใดที่อยากโชคดีแบบนี้ สามารถร่วมสนุกกับทาง “วันดีออนไลน์ เพราะทุกวันคือวันดี” ได้ที่ https://vandeelottery.com/ หรือติดตามกิจกรรมความเคลื่อนไหวได้ทุกช่องทาง อาทิ ID LINE : @vandee , https://www.facebook.com/vandeeonline , instagram.com/vandee.online และ tiktok.com/@vandeeonline



ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ยูทูป :

https://youtube.com/shorts/VvZNnLp8EiQ?si=MfVJxsb9PwDrnR7W




ขับเคลื่อนนโยบาย “รัฐมนตรีสุรศักดิ์“ กระทรวง อว. นำไทยในเวทีโลก ใช้เทคโนโลยีปรมาณูเพื่อสันติแก้ปัญหา "วิกฤตพลาสติก"


 ขับเคลื่อนนโยบาย “รัฐมนตรีสุรศักดิ์“ กระทรวง อว. นำไทยในเวทีโลก ใช้เทคโนโลยีปรมาณูเพื่อสันติแก้ปัญหา "วิกฤตพลาสติก" 

ประเทศไทยประกาศความมุ่งมั่นในการใช้ “เทคโนโลยีปรมาณูเพื่อสันติ” เป็นเครื่องมือสำคัญในการแก้ปัญหามลพิษพลาสติกที่ทวีความรุนแรงขึ้นทั่วโลก ภายในเวทีประชุม International High-Level Forum on NUTEC Plastics ซึ่งได้รับเกียรติจากประธานาธิบดีฟิลิปปินส์และผู้อำนวยการใหญ่ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) เข้าร่วมพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ ณ กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ 


ในการประชุมครั้งนี้ นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ รักษาราชการแทนเลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนประเทศไทย  กล่าวว่า ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล  ได้มอบหมายและขับเคลื่อนนโยบาย “วิทย์พิชิตภัย” ซึ่งมุ่งนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ามาแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะมลพิษจากพลาสติกที่เป็นปัญหาสำคัญของประเทศ ซึ่งประเทศไทยมีปริมาณขยะพลาสติกจำนวนมหาศาลต่อปี แต่สามารถรีไซเคิลได้เพียงส่วนน้อย ซึ่งขยะพลาสติกดังกล่าวใช้เวลาย่อยสลายนานเกือบ 1,000 ปี ส่วนหนึ่งหลุดรอดลงสู่แหล่งน้ำ แม่น้ำ และทะเล กลายเป็นไมโครพลาสติกส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ สัตว์ทะเล ความปลอดภัยด้านอาหาร และสุขภาพของประชาชน รวมถึงภาคการท่องเที่ยวของประเทศ จึงจำเป็นต้องเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังและยั่งยืน

ประเทศไทยได้เข้าร่วมโครงการของ IAEA ภายใต้ NUTEC Plastics Initiative จำนวน 5 โครงการ และได้นำลำแสงอิเล็กตรอน Electron Beam (EB) โดยสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (สทน.) มาช่วยเพิ่มคุณภาพพลาสติกรีไซเคิลและยืดอายุการใช้งาน ช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกที่จะเข้าสู่สิ่งแวดล้อม รวมถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปรมาณูเพื่อสันติร่วมกับเครื่องมือขั้นสูงในการวิเคราะห์ไมโครพลาสติกในระบบนิเวศทางทะเล และการประเมินผลกระทบของไมโครพลาสติกต่อสัตว์ทะเลเศรษฐกิจของไทยและสุขภาพประชาชน โดยสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ร่วมกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมควบคุมมลพิษ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยศิลปากร 

การดำเนินการดังกล่าวภายใต้นโยบาย รัฐมนตรีกระทรวง อว. ทำให้ประเทศไทยไทยก้าวสู่ผู้นำอาเซียนด้านการจัดการขยะทะเล นอกจากบทบาทด้านเทคโนโลยีปรมาณูเพื่อสันติ ไทยยังมีบทบาทนำในระดับภูมิภาคในการจัดทำ “ปฏิญญากรุงเทพฯ ว่าด้วยการต่อต้านขยะทะเลในอาเซียน” ซึ่งเป็นกรอบความร่วมมือสำคัญในการลดขยะทะเลของภูมิภาค

ผู้เข้าร่วมประชุมจากประเทศไทยประกอบด้วยผู้แทนจากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ มหาวิทยาลัยศิลปากร และสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ

โดยหัวหน้าคณะผู้แทนไทย ได้กล่าวเน้นย้ำในเวทีโลกว่า ประเทศไทยพร้อมสนับสนุนและผลักดันการดำเนินงานภายใต้ NUTEC Plastics Initiative อย่างต่อเนื่อง เพราะเชื่อมั่นว่าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีปรมาณูเพื่อสันติสามารถช่วยแก้ปัญหาพลาสติกได้ครบวงจร ตั้งแต่การรีไซเคิลไปจนถึงการติดตามมลพิษทางทะเล นำไปสู่เป้าหมาย “สิ่งแวดล้อมสะอาด ปราศจากมลพิษ ประชาชนสุขภาพดีปลอดภัยอย่างยั่งยืน”





Gofive คว้ารางวัล นวัตกรรมแห่งชาติ ประจำปี 2568 ด้านองค์กรนวัตกรรมดีเด่น จาก NIA

 


Gofive ได้รับการยกย่องเป็นองค์กรนวัตกรรมดีเด่น ประเภทวิสาหกิจขนาดใหญ่และวิสาหกิจขนาดกลาง จากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ สะท้อนความมุ่งมั่น ในการสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา Gofive ได้รับโล่รางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ ประจำปี 2568 ด้านองค์กรนวัตกรรม ประเภทวิสาหกิจขนาดใหญ่และวิสาหกิจขนาดกลาง จากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA รางวัลอันทรงเกียรติครั้งนี้จัดขึ้นเนื่องในวันนวัตกรรมแห่งชาติ (5 ตุลาคม) เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในฐานะ "พระบิดาแห่งนวัตกรรมไทย" และเพื่อยกย่องเชิดชูองค์กรที่ริเริ่มสร้างสรรค์นวัตกรรมที่สร้างคุณค่าและผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและประเทศชาติ



ความมุ่งมั่นและความเชี่ยวชาญ สู่การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

การได้รับรางวัลองค์กรนวัตกรรมดีเด่นในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัท Gofive ในการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยนำความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ ความเชี่ยวชาญในการพัฒนานวัตกรรม มาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างคุณค่าและสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กร ตามกรอบการพัฒนาศักยภาพนวัตกรรมองค์กร (Innovation Organization Model: IOM) ของ NIA

นวัตกรรมคือหัวใจของการทำงาน

 Gofive ให้ความสำคัญกับนวัตกรรมในทุกขั้นตอนการทำงาน ตั้งแต่กระบวนการคิด การพัฒนา การผลิต การวิจัย ไปจนถึงการนำเสนอโซลูชันให้กับลูกค้า โดยมีแนวทางการทำงานที่เน้นนวัตกรรมเป็นศูนย์กลาง ดังนี้ 

การวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง : Gofive ลงทุนในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดและความต้องการของลูกค้า โดยมีทีมผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรม ที่มุ่งสร้างสรรค์และผลักดันนวัตกรรมไทยไปสู่มาตรฐานสากล

การทำงานแบบ Agile และ Design Thinking : องค์กรนำแนวคิดการทำงานแบบยืดหยุ่นและเน้นผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง มาปรับใช้ในทุกกระบวนการการทำงาน เพื่อสร้างนวัตกรรมที่ตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้า โดยมุ่งเน้นการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ ให้ได้โซลูชันที่มีประสิทธิภาพสูงสุด สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและโลกธุรกิจ

การสร้าง Ecosystem : Gofive  สร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ส่งเสริมให้พนักงานทุกคนมีส่วนร่วมในการคิดค้นและพัฒนานวัตกรรม พร้อมเปิดกว้างสำหรับการทำงานร่วมกับพันธมิตรและผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขา ให้ได้โซลูชันที่ครบวงจรและมีประสิทธิภาพสูงสุด

การนำเสนอโซลูชันที่ตอบโจทย์ธุรกิจ : Gofive ไม่เพียงแค่พัฒนาเทคโนโลยี แต่ยังมุ่งเน้นการนำเสนอนวัตกรรมที่สามารถประยุกต์ใช้จริงและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจของลูกค้า ด้วยการทำความเข้าใจความท้าทายเฉพาะของแต่ละอุตสาหกรรม และออกแบบโซลูชันที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะตัวของแต่ละธุรกิจ



แรงบันดาลใจเพื่ออนาคต

คุณจุติพันธุ์ มงคลสุธี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โกไฟว์ จำกัด กล่าวว่า การทำงานของ Gofive มีความเฉพาะตัวและแตกต่างในแบบของเรา ซึ่งในหลายครั้งอาจก่อให้เกิดคำถาม แต่การได้รับรางวัล NIA Award 2025 ในครั้งนี้ ถือเป็นหลักฐานสำคัญที่ยืนยันว่าเส้นทางที่เราเลือกเดินนั้นถูกต้อง และสะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าของแนวทางการทำงานที่แตกต่างอย่างสร้างสรรค์

รางวัลนี้เป็นผลลัพธ์จากความใส่ใจ ความมุ่งมั่น และความตั้งใจของทีมงานทุกคน ที่ร่วมกันสร้างผลงานให้ออกมาดีที่สุด เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับการยอมรับจากองค์กรชั้นนำด้านนวัตกรรมของประเทศ และอยากให้ความสำเร็จในครั้งนี้ กลายมาเป็นแรงบันดาลใจในการก้าวต่อไปเพื่อสร้างสรรค์ผลงานที่โดดเด่นและเป็นนวัตกรรมเพื่ออนาคต

Gofive มุ่งมั่นสู่การเป็นองค์กรผู้นำด้านนวัตกรรม ที่สร้างคุณค่าให้แก่ลูกค้า สังคม และประเทศชาติ พร้อมยกระดับมาตรฐานธุรกิจไทยด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทัดเทียมในระดับสากล




Thai-BISPA จัดงานประจำปี Thai-BISPA Day 2025 รวมพลังเครือข่ายผู้ขับเคลื่อนนวัตกรรมจากทั่วประเทศ

 


เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2568 สมาคมหน่วยบ่มเพาะธุรกิจและอุทยานวิทยาศาสตร์ไทย (Thai Business Incubators and Science Parks Association: Thai-BISPA) ได้จัดการประชุมสัมมนาและนิทรรศการประจำปี Thai-BISPA Day 2025 ณ ห้อง Lumphini Grand Hall ชั้น 10 โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ลุมพินี กรุงเทพมหานคร

งานปีนี้จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “THAILAND’S NEXT INNOVATION FORCE - People Who Drive Innovation” สะท้อนถึงความสำคัญของบุคลากรด้านการจัดการนวัตกรรม (Innovation Management Professionals) และผู้ทำหน้าที่เป็นตัวกลางด้านนวัตกรรม (Innovation Intermediaries) ในฐานะกลไกเชิงกลยุทธ์ที่ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง โดยบุคลากรกลุ่มนี้ทำหน้าที่สนับสนุนธุรกิจนวัตกรรม (Innovation-Driven Enterprises) ไม่ว่าจะเป็นสตาร์ทอัพ เอสเอ็มอี หรือองค์กรขนาดใหญ่ ด้วยกลไกการถ่ายทอดองค์ความรู้และการให้คำปรึกษา ตลอดจนการเชื่อมโยงระบบนิเวศนวัตกรรม ทางสมาคมฯ ได้เปิดตัวแพลตฟอร์ม iLEAP (Innovation Leadership & Excellence Advancement Platform) แพลตฟอร์มที่จะเร่งการส่งเสริมศักยภาพและสร้างนักจัดการนวัตกรรมมืออาชีพแบบก้าวกระโดด



รศ.ดร. กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย นายกสมาคมฯ เปิดเผยว่า “สมาคม Thai-BISPA เป็นศูนย์กลางเครือข่ายของกิจกรรมบ่มเพาะธุรกิจและอุทยานวิทยาศาสตร์ไทย ในการพัฒนาและส่งเสริมวิสาหกิจใหม่ให้เกิดขึ้นในประเทศและในระดับสากล ปีนี้ถือเป็นปีที่ 16 ของสมาคมฯ ที่มีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างศักยภาพกลไกสนับสนุนการใช้องค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สู่แนวทางปฏิบัติที่เหมาะสม ตอบสนองโอกาสและความท้าทาย อันจะนำไปสู่การสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในที่สุด”


ดร. สุวิทย์ คุณกิตติ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ประธานบริหารบริษัท Origgin Ventures Thailand กล่าวถึงความร่วมมือระหว่าง Origgin Ventures Thailand และสมาคม Thai-BISPA ความร่วมมือที่มุ่งเสริมสร้างระบบนิเวศด้านนวัตกรรมและการพาณิชย์เทคโนโลยีของประเทศไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยสุนทรพจน์นี้จะกล่าวถึงแนวทางที่ทั้งสององค์กรจะร่วมมือกันในการสนับสนุนการสร้างธุรกิจเทคโนโลยีงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยและภาคเอกชน การพัฒนาขีดความสามารถด้านการพาณิชย์ทรัพย์สินทางปัญญาและการสร้างกิจการใหม่ การเชื่อมโยงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในเครือข่ายนวัตกรรม และการเปิดโอกาสให้สตาร์ทอัพและเทคโนโลยีของไทยก้าวสู่ระดับภูมิภาคและนานาชาติ


ภายในงานมีพิธีลงนามความร่วมมือ ระหว่างสมาคมฯ กับ Origgin Ventures Thailand การเปิดตัวผู้เข้าร่วมโครงการ University Venture Creation Program (UVC Program) ซึ่งเป็นโครงการที่มีเป้าหมายเพื่อยกระดับความสามารถสถาบันอุดมศึกษาในการถ่ายทอดงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์ เสริมสร้างศักยภาพด้านการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญาและเกิดการพัฒนาธุรกิจเทคโนโลยีที่ประสบความสำเร็จ และเป็นปีแรกที่ Thai-BISPA ร่วมมือกับ Sustainism Initiatives มอบประกาศนียบัตร INNO For Sustain ซึ่งเป็นการเชิดชูนวัตกรรมที่โดดเด่นด้านความยั่งยืน

นอกจากจะมีการออกบูธของหน่วยงานเครือข่ายสมาชิกแล้ว ทางสมาคมฯ ยังได้ร่วมกับหน่วยงานสมาชิกกิตติมศักดิ์ บริษัท CP All จำกัด (มหาชน) ในการจัดกิจกรรม Business Matching เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการในเครือข่ายอีกด้วย

เป็นประจำทุกปีสำหรับรางวัล Thai BISPA Awards ที่ปีนี้ ทางสมาคมฯ พร้อมเงินรางวัลมูลค่ากว่า 100,000 บาท มอบแก่ผู้ประกอบการที่มีศักยภาพโดดเด่นในการพัฒนาธุรกิจและนวัตกรรม สามารถสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยรางวัลชนะเลิศผู้ประกอบการดีเด่น (Best Incubatee Award) ได้แก่ บริษัท สไปก์ อาร์ชิ เทคโทนิคส์ จำกัด และ บริษัท สาติ จำกัด และทางสมาคมฯ ยังร่วมแสดงความยินดีแก่ผู้ประกอบการที่คว้ารางวัลจาก AABI Awards ประจำปี 2025 จัดขึ้นโดยสมาคมหน่วยบ่มเพาะธุรกิจเอเชีย เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2025 ที่ผ่านมา ณ เมืองซูราการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย โดยปีนี้ประเทศไทยมีผู้ประกอบการที่ได้รับรางวัลถึง 2 รางวัล ประกอบด้วย รางวัล AABI Torch Award for Best Nominee (Thailand) คือ บริษัท พีทูเอ อินโนเวชั่น จำกัด  และ รางวัล AABI Torch Award for Internationalization คือบริษัท แน็พ ไบโอเทค จำกัด

เพื่อเป็นการส่งเสริมระบบนิเวศนวัตกรรมของประเทศไทย ในการนี้ ทางสมาคมฯ ได้มอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่หน่วยงานภาครัฐที่มีบทบาทสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในกับผู้ประกอบการและนวัตกรรมของไทย จำนวน 4 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) กองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม และอุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

กิจกรรมในครั้งนี้ นับเป็นช่องทางในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เชื่อมโยงเครือข่ายนวัตกรรม เพื่อร่วมสร้างสรรค์ธุรกิจนวัตกรรมของประเทศไทยสู่เวทีระดับสากล


สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.thaibispa.or.th



ผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าทวงถามสิทธิผู้บริโภค ลั่น “บุหรี่ไฟฟ้า”อาจถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง

 


เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2568 เกี่ยวกับแนวทาง “แบน” บุหรี่ไฟฟ้าเพื่อปกป้องสิทธิด้านสุขภาพของชาวไทย โดยย้ำว่าอย่าเห็นบุหรี่ไฟฟ้าเป็นเครื่องมือทางการเมือง และละเลยการคุ้มครองสิทธิผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าที่เป็นผู้บริโภคในการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ทางเลือกที่มีอันตรายน้อยกว่า

มติครม. ดังกล่าวเกิดขึ้นหลัง กสม. เสนอให้มีการจัดการบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศอย่างเข้มงวด เพื่อปกป้องสิทธิด้านสุขภาพของประชาชน เนื่องจากพบการระบาดหนักในกลุ่มเด็กและเยาวชน โดยเน้นไปที่การ “แบน” ห้ามนำเข้า ห้ามจำหน่าย ห้ามทำการตลาด และปิดช่องว่างทางกฎหมายใน พ.ร.บ. ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ 2560 ให้ครอบคลุมสินค้ารูปแบบใหม่และการขายออนไลน์

นายอาสา ศาลิคุปต แกนนำกลุ่มลาขาดควันยาสูบ (ECST) ได้ออกมาโต้แย้งมตินี้ โดยชี้ว่าบุหรี่ไฟฟ้ากำลังถูกใช้เป็น “เครื่องมือสร้างภาพทางการเมือง” เพื่อสร้างผลงานให้รัฐบาลมากกว่าจะทำเพื่อปกป้องสิทธิประชาชนอย่างแท้จริง นายอาสาเปรียบเทียบกับสมัยรัฐบาลเพื่อไทยว่า “ในยุครัฐบาลที่แล้วก็มีการปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเข้มงวด นำเสนอข่าวทุกวัน แม้แต่การจับกุมชิ้นเดียวก็เป็นข่าวใหญ่ได้ การที่รัฐบาลชุดนี้ที่เข้ามาในช่วงเปลี่ยนผ่านเพียงไม่กี่เดือน นำนโยบายเก่า ๆ กลับมารีไซเคิล และบุหรี่ไฟฟ้าก็เป็นหนึ่งในนั้น สะท้อนว่านี่คือการหาทางสร้างผลงานทางการเมืองแบบเดิม ๆ แต่ไม่แก้ปัญหาในระยะยาว”

นายอาสาตั้งคำถามถึงบทบาทของ กสม. ในครั้งนี้ว่า “ใครอยู่เบื้องหลังการผลักดันประเด็นนี้” และเหตุใดถึงให้คณะกรรมการไม่กี่คนที่ไม่ยึดโยงกับประชาชนมาตัดสินใจในเรื่องที่มีผลต่อชีวิตคนเกือบ 10 ล้านคน ในเมื่ออ้างว่าอยากปกป้องสิทธิด้านสุขภาพของประชาชน แต่ทำไมกลับเพิกเฉยต่อสิทธิของผู้สูบบุหรี่ที่จะได้เข้าถึงผลิตภัณฑ์ทางเลือกที่หลายประเทศยอมรับว่ามีอันตรายน้อยกว่า และถูกควบคุมอย่างถูกกฎหมายแล้วใน 91 ประเทศทั่วโลก

นอกจากนี้ นายอาสายังชี้ให้เห็นว่า “สภาผู้แทนราษฎรเคยให้ความเห็นชอบรายงานจากคณะกรรมาธิการวิสามัญที่ศึกษาเรื่องบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งเป็นคณะที่รวบรวมความเห็นจากทั้งฝ่ายสนับสนุน ฝ่ายสุขภาพ ทุกพรรคการเมืองทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล ที่เสียงส่วนใหญ่สนับสนุนให้มีการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าอย่างถูกต้องตามกฎหมายภายใต้มาตรการที่เข้มงวด เพราะทุกคนก็อยากปกป้องเด็กและเยาวชน ซึ่งได้ผ่านการรับรองจากสภาฯ ส่งต่อให้ ครม. ตั้งแต่เดือนมีนาคมแล้ว แต่กลับถูกดองไว้อย่างเงียบเชียบ ขณะเดียวกันข้อเสนอของ กสม. กลับลัดคิวเข้าพิจารณาในชั้น ครม. ได้อย่างรวดเร็วผิดปกติ ซึ่งหาก ครม. พิจารณาข้อเสนอแบนแล้ว ก็ควรพิจารณาข้อเสนอของ กมธ. ที่ศึกษามาเป็นปีด้วย เพื่อให้เป็นการพิจารณาเพื่อปกป้องสิทธิมนุษยชนอย่างแท้จริง”


นายอาสาสรุปทิ้งท้ายอย่างหนักแน่นว่า ตราบใดที่รัฐบาลทุกสมัยยังคงเห็นบุหรี่ไฟฟ้าเป็นเพียง “เครื่องมือทางการเมือง” เอาไว้จับโชว์ สร้างภาพว่าเป็นรัฐบาลที่มีความสามารถใส่ใจสังคม โดยไม่ยอมควบคุมอย่างถูกต้องและคุ้มครองสิทธิทั้งของผู้สูบบุหรี่และไม่สูบสูบบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้าก็จะไม่มีทางถูกจัดการอย่างเหมาะสมได้ เพราะยิ่งปราบปราม ตลาดมืดก็จะยิ่งเข้ามามากขึ้น เพราะตราบใดที่ยังมีความต้องการ ตลาดมืดก็จะปรับตัวหาช่องทางใหม่ ๆ ให้ของมีอยู่ในไทยได้ตลอด สุดท้ายก็ไม่สามารถควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์ กลับยิ่งส่งผลร้ายต่อสุขภาพ สังคม และเศรษฐกิจของประเทศ




🇹🇭“#ปัจฉิมนิเทศหลักสูตรผู้นำพลังอำนาจแห่งชาติ (พอช.) รุ่นที่ 2 รวมผู้นำทุกภาคส่วน #ร่วมสร้างเครือข่ายขับเคลื่อนประเทศ”

 


📌เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2568 ณ โรงแรม Bangkok Marriott Hotel Sukhumvit 57 ได้จัดพิธีปัจฉิมนิเทศหลักสูตรผู้นำพลังอำนาจแห่งชาติ (พอช.) รุ่นที่2โดยมี ศ.พล.ต.ต.ดร.ชัชนันท์ ลีระเติมพงษ์ #ประธานหลักสูตรผู้นำพลังอำนาจแห่งชาติ (พอช.)กล่าวเปิดงาน พร้อมด้วย ดร.บุษรา วงศ์รักศักดิ์ #ผู้อำนวยการหลักสูตร และ ดร.บุษรา ทองอินทร์ #รองผู้อำนวยการหลักสูตร คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ พล.อ.อาชวินทร์ เศวตเศรนี Dr.Alan Lim ประธานรุ่นที่ 2 และ ผู้บริหารระดับสูงจากหลากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคสังคม ตลอดจนนักการเมือง ซึ่งเป็นผู้เข้าอบรมหลักสูตรดังกล่าวร่วมงานอย่างคับคั่ง สะท้อนถึงความสำเร็จของหลักสูตรในการสร้างเครือข่ายผู้นำที่หลากหลายและทรงพลัง 

❇️นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอผลงานวิชาการจากผู้เข้าอบรม และพิธีมอบโล่เกียรติคุณ แสดงถึงการยกระดับองค์ความรู้และการพัฒนาภาวะผู้นำ #เพื่อเชื่อมโยงความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่างทุกภาคส่วนเพื่อประเทศชาติ


❇️ในช่วงค่ำ นายกร ทัพพะรังสี #อดีตรองนายกรัฐมนตรี ได้ขึ้นกล่าวโอวาทและแสดงความยินดี ร่วมด้วย พลเอกอาชวินทร์ เศวตเศรณี #ประธานรุ่นกิตติมศักดิ์ พอช.รุ่น 2 ที่มาร่วมงานอย่างอบอุ่น บรรยากาศปิดท้ายด้วยการแสดงจากผู้เข้าอบรมรุ่นที่ 2 คอนเสิร์ต BEN SILLY FOOLS และ Live Band & Karaoke ที่สร้างสีสันและความทรงจำประทับใจ

✅️ทั้งนี้ ในบรรดาผู้สำเร็จการศึกษา มี คุณรัฐศักดิ์ สุขยิ่ง ผู้บริหาร #บริษัทชไนเดอร์ลิฟท์(ประเทศไทย)จำกัด ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เข้าร่วมอบรมหลักสูตรรุ่นที่ 1 รุ่นที่ 2 ตอกย้ำถึงบทบาทสำคัญของภาคธุรกิจเอกชนที่เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาภาวะผู้นำ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการขับเคลื่อนประเทศ โดยคุณรัฐศักดิ์ สุขยิ่ง ได้เปิดเผยถึงองค์ความรู้และประสบการณ์จากการเข้าร่วมอบรมในหลักสูตรผู้นำพลังอำนาจแห่งชาติ (พอช.) โดยกล่าวว่า

❇️“ความเป็นผู้นำมิได้เกิดจากการครอบครอง หากแต่อยู่ที่การแบ่งปัน ผู้นำไม่จำเป็นต้องมีผู้ใต้บังคับบัญชามากมาย แต่คือผู้ที่สามารถสร้างรอยยิ้มและความสุขแก่ผู้อื่นได้ การเป็นผู้นำที่ดี คือการส่งเสริมให้สังคมมีการแบ่งปัน และการพัฒนาที่ยั่งยืน #เพื่อส่วนรวมประเทศชาติและพระศาสนา”

❇️โดยหลักสูตรดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมองค์ความรู้พัฒนาภาวะผู้นำและสร้างภาคีเครือข่ายความร่วมมือระหว่างผู้บริหารระดับสูงจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคสังคม โดยมุ่งหวังให้เกิดการบูรณาการศักยภาพเพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติ


📌พิธีปัจฉิมนิเทศในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการสร้างเครือข่ายผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ พร้อมขับเคลื่อนสังคมและประเทศชาติไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน‼️

#บริษัทชไนเดอร์ลิฟประเทศไทยจำกัด




Kumwell ร่วมงาน TEMCA M&E EXPO 2025 กับ สมาคมช่างเหมาไฟฟ้าและเครื่องกลไทย

 

Kumwell  ร่วมงาน TEMCA M&E EXPO 2025 กับ สมาคมช่างเหมาไฟฟ้าและเครื่องกลไทย

Kumwell ร่วมออกบูธในงาน  TEMCA M&E EXPO THAILAND 2025  เมื่อวันที่ 22–23 สิงหาคม 2568 ณ Royal Cliff Hotels Group พัทยา จัดโดย สมาคมช่างเหมาไฟฟ้าและเครื่องกลไทย (TEMCA)


ในปีนี้ บริษัท คัมเวล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยบริษัท ซีทีเอ เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ โซลูชั่นส์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือได้นำเสนอ ผลิตภัณฑ์ นวัตกรรม ด้านระบบป้องกันฟ้าผ่า ระบบแจ้งเตือนฟ้าผ่าอัจฉริยะ เทคโนโลยีพยากรณ์ฝน และโซลูชันด้านความปลอดภัยอย่างครบวงจร ที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของ บ้านพักอาศัย อาคารสำนักงาน และโรงงานอุตสาหกรรม โดยได้เน้นย้ำถึงความปลอดภัยของการใช้อุปกรณ์ป้องกันฟ้าผ่าที่ได้มาตรฐาน มอก.รายแรกของประเทศไทยสำหรับผลิตภัณฑ์ Ground Rod เพื่อร่วม “สร้างสรรค์คุณค่าความปลอดภัยสู่สังคม” พร้อมจัดโปรโมชั่นพิเศษ “Kumwell Grounding Box Set ” ชุดติดตั้งระบบต่อลงดิน ครบชุดภายในกล่องเดียว ให้กับลูกค้าผู้เข้าชมงาน ซึ่งได้รับความสนใจและตอบรับเป็นอย่างดี 

ข้อมูลเพิ่มเติม

www.kumwell.com