ม่วนของแซ่บแบบกันเอง…บ่ต้องเกรงใจกันเด้อ “ครัวคุณต๋อยยกทัพ บุก เซ็นทรัล โคราช” 23 ก.พ. - 3 มี.ค. 2567 ลานโปรโมชั่น ชั้น 1


ก๊วนนักกิน ถิ่นโคราช เตรียมมาม่วนฟิน กินสุดมันส์ กันได้ที่งาน “ครัวคุณต๋อยยกทัพ บุก เซ็นทรัล โคราช” พากันมาช้อป มาชิล ฮีลใจด้วยเมนูอร่อยกันตลอด 10 วันเต็ม!!! คุณตูน-พัทธยศ ลิมปพัทธ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บอร์น โปรเจค จำกัด ในฐานะผู้จัดงานชวนทุกท่าน

พบปะกับร้านเด็ดกว่า 60 ร้านดัง ตัวจริงระดับมืออาชีพ ที่มาร่วมส่งต่อความอร่อย ปรุงสดเสิร์ฟใหม่ วันต่อวัน อาทิเช่น ชิฟฟ่อนโรล พระนครเบเกอรี่ / หมูยอวชาลิสา / ปิ่นมณีปลาส้มไร้ก้าง / เฟรชชี่ฟรุตมะขามแปรรูป/ จรินทร์หนองมน / หมูโชกุน / โคตรเกี๊ยว / ปั้นขลิบอบจิวแอนด์เจน /โกหยี ขนมจีบต้ม / บ้านฝอยทอง


เต็มอิ่มกับเมนูอร่อยหลากหลายสไตล์ ทั้งอาหารไทย นานาชาติ เครื่องดื่ม และเบเกอรี่ มารวมกันไว้ในงานนี้ ทุกร้านการันตีความอร่อย จากรายการครัวคุณต๋อย

พบกับ “ครัวคุณต๋อย Selected” โซนเด็ด ห้ามพลาด!!! คัดสรร 4 ร้านเด็ด เน้นอร่อยชัวร์ รสชาติถูกปาก ซื้อฝากถูกใจแน่นอน

พิเศษสุด!!! วันเปิดงานวันแรกพบกับ 3 พิธีกรดัง จากรายการครัวคุณต๋อย นำโดย อาต๋อยไตรภพ ลิมปพัทธ์  คุณเอ๊าะกีรติ เทพธัญญ์ คุณโก๊ะตี๋ อารามบอย ร่วมถ่ายรูปกับผู้บริหารระดับสูงของเซลทรัลโคราชพร้อมคุณก่อเกียรติ ลิมปพัทธ์ ร่วมเดินชมร้านค้าต่างๆ พร้อมทักทายพ่อแม่พี่น้องสร้างความเป็นกันเองกับทุกคน  แนะนำของอร่อยและมีกิจกรรมอีกมากมาย สร้างความสนุกคึกคักกันตลอดทั้งงาน

สนุกกับกิจกรรมมากมาย อาทิเช่น โชว์สาธิตการทำอาหารจากร้านเด็ด โดยธุรกิจเครือข่ายบิสคลับ นครราชสีมา / กิจกรรม “แฟนคลับครัวคุณต๋อย ตอบได้ให้เลย” รับของอร่อยจากทางร้านค้า มางานนี้สนุกแน่นอน

เซ็นทรัล โคราช บริเวณ ลานโปรโมชั่น ชั้น1

วันที่ 23 ก.พ. –  3 มี.ค. 2567

เวลาเปิด - ปิดทุกวัน  10.00 น. - 21.00 น.

 


สนับสนุนความสำเร็จโดย

- ศูนย์การค้า เซ็นทรัล โคราช  

- เมืองนครราชสีมา

- ธุรกิจเครือข่ายบิสคลับ นครราชสีมา

- การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครราชสีมา

- สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3  คุ้มค่าทุกนาที ดูทีวีสีช่อง3

ติดตามรายละเอียดได้ที่ FACEBOOK ครัวคุณต๋อย เว็บไซต์ www.kruakhuntoi.com แอปพลิเคชันครัวคุณต๋อย 


ค่าฝุ่นพุ่ง! วช.นำวิจัยและนวัตกรรม “รู้ทันฝุ่น PM2.5”

ค่าฝุ่นพุ่ง! วช.นำวิจัยและนวัตกรรม “รู้ทันฝุ่น PM2.5”

วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2567 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดการเสวนา เรื่อง “รู้ทันฝุ่น PM2.5 เพื่อสุขภาพ ด้วยวิจัยและนวัตกรรม” โดย ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านมลพิษอากาศและภูมิอากาศ (Hub of Talents on Air Pollution and Climate – HTAPC) ร่วมกับ ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม (Hub of Environmental Health) ภายใต้โครงการศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญ (Hub of Talents) โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานกล่าวเปิดงาน ณ ศูนย์สารสนเทศกลางด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม อาคาร วช. 8

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า เนื่องด้วยปัจจุบันปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 เกินค่ามาตรฐานในหลายพื้นที่  ทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบ ทั้งนี้เพื่อสร้างความเข้าใจและรู้ทันต่อเหตุการณ์ วช.จึงได้นำองค์ความรู้และข้อมูลที่เป็นประโยชน์จากงานวิจัยและนวัตกรรม ได้แก่ (1) การพยากรณ์/คาดการณ์ปริมาณ PM2.5 (2) การลด PM2.5 จากแหล่งกำเนิด (3) การบรรเทาปัญหา PM2.5 ทั้งด้านเศรษฐกิจสังคม สิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศและสุขภาพอนามัย (4) การสร้างความรับรู้ของประชาชน และ (5) การบริหารจัดการ PM2.5 มาแลกเปลี่ยนและพูดคุยในข้อมูลที่ถูกต้อง โดยมีผู้เชี่ยวชาญจาก “ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านมลพิษอากาศและภูมิอากาศ” ร่วมนำเสนอในประเด็นสำคัญ  เพื่อที่จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้ประชาชนรู้ทันฝุ่น PM2.5 ด้วยวิจัยและนวัตกรรมได้อย่างเหมาะสม


สำหรับการเสวนาวิชาการมีประเด็นต่าง ๆ ที่น่าสนใจ ประกอบด้วย ประเด็น “ที่มาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5” โดย รศ. ดร.เอกบดินทร์ วินิจกุล จาก สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (Asian Institute of Technology: AIT) ประเด็น “ผลกระทบฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ต่อสุขภาพ” โดย รศ. ดร.นพ.บุญรัตน์ ทัศนีย์ไตรเทพ จาก มหาวิทยาลัยมหิดล และประเด็น “วิธีแก้ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5” โดย ดร.สุพัฒน์ หวังวงค์วัฒนา ผู้อำนวยการศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านมลพิษอากาศและภูมิอากาศ (Hub of Talents on Air Pollution and Climate – HTAPC)

ถัดมา กิจกรรมการเสวนา “รู้ทันฝุ่น PM2.5 เพื่อสุขภาพ และแก้ไข ด้วยวิจัยและนวัตกรรม” ผู้ทรงวุฒิผู้เชี่ยวชาญด้านมลพิษอากาศและภูมิอากาศ ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับฝุ่น PM2.5 ว่า ฝุ่น PM2.5 เกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ทั้งฝุ่นควันที่เกิดจากอุตสาหกรรมการผลิตผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภคต่าง ๆ ที่ต้องมีการปล่อยควัน ในกระบวนการผลิต ควันจากการเผาไหม้ในกิจกรรมในครัวเรือน เช่น การประกอบอาหาร การจุดธูปเทียน หรือแม้แต่ควันจากการสูบบุหรี่ ซึ่งมีโอกาสเกิดการเผาไหม้ ที่ไม่สมบูรณ์ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักในการเกิดฝุ่น PM2.5 โดยผลกระทบฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ต่อสุขภาพ นั้น ค่าฝุ่น PM2.5 สูง ส่งผลกระทบต่อสุขภาพสะสมในระยะยาว ส่งผลต่อระบบผิวหนัง ระบบทางเดินหายใจ กระตุ้นภูมิแพ้, โรคหืด, โรคถุงลมโป่งพอง, มะเร็งปอด และภาวะอักเสบเรื้อรัง ดังนั้น ควรป้องกันการรับฝุ่น PM2.5 เข้าสู่ร่างกาย โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงที่จะทำให้เกิดผลกระทบรุนแรง อาทิ กลุ่มผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น โรคปอด, โรคหัวใจ ฯลฯ หญิงตั้งครรภ์ และเด็กอายุต่ำกว่า 10 ปี โดยงานวิจัยและนวัตกรรมจะสามารถเข้ามามีส่วนช่วยแก้ไขปัญหาผลกระทบจากฝุ่น PM2.5 ซึ่งประเทศไทยมีนวัตกรรมที่รองรับสำหรับการแก้ไขปัญหา ประกอบด้วย การจัดทำบัญชีการระบายมลพิษ การจัดทำแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ เพื่อใช้ในการแก้ไขปัญหา PM2.5 และการกำหนดมาตรการในการลดฝุ่น PM2.5 จากแหล่งมลพิษต่าง ๆ 

ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่า PM2.5 ฝุ่นละอองเล็กจิ๋ว ส่งผลเสียต่อสุขภาพ หลายประเทศต้องเผชิญปัญหามลพิษจากฝุ่นละอองในอากาศ ด้วยประชากรหนาแน่น ความคับคั่งของการจราจร รวมถึงเขม่าควัน และฝุ่นผงจากการก่อสร้าง การเผาไหม้ ซึ่งเสวนาวิชาการในครั้งนี้จะมีส่วนนำไปสู่การเตรียมความพร้อมการร่วมมือกันจากหลายภาคส่วนในการจัดการกับปัญหาฝุ่นละอองรู้เท่าทันฝุ่น PM2.5  ด้วยวิจัยและนวัตกรรมอย่างยั่งยืนต่อไป และ “เราทุกคนเป็นคนก่อมลพิษมากบ้างน้อยบ้าง เราทุกคนต้องช่วยกันป้องกันและแก้ไข”











สมาคมชาวปักษ์ใต้ ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล นายกสมาคมชาวปักษ์ใต้ จัดกิจกรรมถวายพระพร และถวายกำลังพระทัย

สมาคมชาวปักษ์ใต้ ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล นายกสมาคมชาวปักษ์ใต้ จัดกิจกรรมถวายพระพร และถวายกำลังพระทัย เพื่อปกป้องและแสดงความจงรักภักดีต่อ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี ณ สมาคมชาวปักษ์ใต้ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ถนนกาญจนาภิเษก กรุงเทพฯ


วันพุธที่ 14 กุมภาพันธิ์ 2567 - พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นายกสมาคมชาวปักษ์ใต้ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ประธานในพิธี  อุปนายกกรรมการสมาคมชาวปักษ์ใต้ ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมดุสิต จังหวัดภาคใต้  และสมาคม ชมรม เครือข่ายชาวใต้ ตลอดจนนิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ล้นเกล้า ล้นกระหม่อม ผู้มีอัจฉริยภาพในด้านต่างๆ ทรงสนับสนุนในการอนุรักษ์ สืบทอด เผยแพร่ความรู้ด้านศิลปะวัฒนธรรมไทยอย่างต่อเนื่อง ทรงจัดตั้งโครงการตามพระราชดำริเป็นจำนวนมาก ทรงจัดตั้งแหล่งเรียนรู้ เพื่อพัฒนาการรู้หนังสือของประชาชนชาวไทย ทรงนำความรู้และประสบการณ์ ที่ทรงทอดพระเนตรและจดบันทึก ในโอกาสเสด็จเยือนต่างประเทศมาประยุกต์ใช้กับการทรงงานของพระองค์ ทั้งภายในประเทศ และต่างประเทศ ทรงจัดตั้งโครงการด้านสาธารณสุข เพื่อช่วยเหลือประชาชนในถิ่นทุระกันดาร และทรงรับผู้ป่วยที่ยากจน เป็นคนไข้ในพระราชานุเคราะห์ ด้วยพระจริยวัตรที่งดงาม ทรงตรากตรำพระวรกาย ในการปฏิบัติพระราชกรณียกิจอันน้อยใหญ่  ด้วยพระวิริยะ อุตสาหะ เป็นที่ประจักษ์แก่พสกนิกรโดยทั่วไปทั้งแผ่นดิน ซึ่งทำคุณประโยชน์ให้กับกองทัพ ประเทศชาติ ประชาชน เป็นอเนกอนันต์

เนื่องในมหามงคลสมัย วันที่ 2 เมษายน 2567 เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี

โดยประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมตามวันเวลาดังกล่าวโดยพร้อมเพรียงกัน


ในตอนท้าย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล  ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า เพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ เราต้องยึดความถูกต้อง และความชอบธรรมของบ้านเมือง เชื่อมั่นว่า จะต้องเป็นไปในทางที่ดีขึ้น และทุกประเทศมีการรักษาความปลอดภัยให้กับบุคคลสำคัญ






มหกรรมท่องเที่ยวปัตตานีอาเซียน “กตัญญูคู่ฟ้า มหาสมโภชเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวปัตตานี ประจำปี 2567”


จังหวัดปัตตานี โดยสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดปัตตานี ร่วมกับ มูลนิธิเทพปูชนียสถานปัตตานี เทศบาลเมืองปัตตานี การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนราธิวาส วัฒนธรรมจังหวัดปัตตานี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน ขอเชิญร่วมสืบสานประเพณีและอนุรักษณ์มรดกภูมิปัญญาท้องถิ่นทางวัฒนธรรม และเชิญเที่ยวงานมหกรรมท่องเที่ยวปัตตานีอาเซียน “กตัญญูคู่ฟ้ามหาสมโภชเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวปัตตานี” ประจำปี 2567 

จังหวัดปัตตานี ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาและขับเคลื่อนนโยบายและแผนพัฒนาด้านการท่องเที่ยวและกีฬาให้มีประสิทธิภาพมีการนำนโยบายและยุทธศาสตร์ของกระทรวงฯ ไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม เพื่อให้เกิดความสำเร็จตามเป้าหมาย ในรูปแบบการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวและการส่งเสริมทางวัฒนธรรมและรักษาประเพณีวัฒนธรรมที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนาน จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมและยกระดับกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ชายแดนใต้ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 กิจกรรมมหกรรมท่องเที่ยวปัตตานีอาเซียน “กตัญญูคู่ฟ้า มหาสมโภชเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวปัตตานี” เพื่อยกระดับกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว (Event) ให้เป็นที่รู้จักและมีความแปลกใหม่น่าสนใจ มีการสร้างสรรค์กิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวใหม่ ให้ตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย ชาวต่างชาติ และประชาชนได้มากขึ้น การจัดงานครั้งนี้ยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ และกระจายรายได้หมุนเวียน สู่ชุมชนในพื้นที่จังหวัดปัตตานีได้เป็นอย่างดี และยังนำทุนทางวัฒนธรรมมาเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้เกิดรายได้ในพื้นที่รวมทั้งสืบสานวัฒนธรรม ประเพณีท้องถิ่น อย่างยั่งยืน ภายใต้สังคม “พหุวัฒนธรรม” ตลอดจนกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับจังหวัดเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ที่ดีของจังหวัดปัตตานีสู่สายตาบุคคลภายนอก และยังส่งผลต่อเศรษฐกิจของกลุ่มจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย ดังคำขวัญที่ว่า... 
“ปัตตานี เมืองงาม 3 วัฒนธรรม ศูนย์ฮาลาลเลิศล้ำ ชนน้อมนำศรัทธา ถิ่นธรรมชาติงามตา ปัตตานีสันติสุขแดนใต้”

กิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย
* ถนนคนเดินอาหารสามวัฒนธรรม วันที่ 21 - 27 กุมภาพันธ์ 2567 ณ บริเวณถนนนรินทราช     ริมแม่น้ำปัตตานี
* การจัดแสดงศิลปะพื้นบ้านพหุวัฒนธรรม รถคลาสสิคโบราณ “ปัตตานีคลาสสิคอินทาวน์” พร้อมด้วยออกร้านจำหน่ายสินค้าวินเทจ วันที่ 23 - 25 กุมภาพันธ์ 2567 ณ บริเวณลานศิลปะวัฒนธรรม ถนนสายบุรี 
* พิธีอัญเชิญองค์เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวประทับเกี้ยวใหญ่มหามงคล หามรอบเมืองปัตตานี พิธีเปิดงานมหาสมโภชเจ้าแม่ลิ้ม    กอเหนี่ยว การแสดงมังกร LED สุดพิเศษ จากคณะสิงโตมังกรทอง ลูกท้าวมหาพรหม วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2567 ณ บริเวณศาลเจ้าเล่งจูเกียง 
* พิธีอัญเชิญองค์พระออกจากศาลเจ้าเล่งจูเกียง ลุยน้ำ ลุยไฟ วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2567 ณ บริเวณศาลเจ้าเล่งจูเกียง และบริเวณริมแม่น้ำปัตตานี เชิงสะพานเดชานุชิต 
* พร้อมชมการแสดงคอนเสิร์ตจากศิลปิน วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2567 อาลีฟ PARATA , วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2567 TT REBORN และวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2567 คอนเสิร์ตวิถีมุสลิมอนาชีด ณ บริเวณลานศิลปะวัฒนธรรม ถนนสายบุรี 
* ชมการประกวดเชิดสิงโตบนเสาดอกเหมยนานาชาติ ณ บริเวณศาลเจ้าเล่งจูเกียง วันที่ 26 - 27 กุมภาพันธ์ 2567 
* เพลิดเพลินกับการแสดงงิ้ว มโนราห์ การแสดงศิลปะพื้นบ้านพหุวัฒนธรรม และกิจกรรมอื่นๆ ทุกคืนอีกมากมาย ผู้ใดบูชาด้วยความศรัทธา ความศักดิ์สิทธิ์จะบังเกิดแก่ผู้นั้น พบกันในงานมหกรรมท่องเที่ยวปัตตานีอาเซียน กตัญญูคู่ฟ้า มหาสมโภชเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวปัตตานี ประจำปี 2567