"กระบี่เย้ยยุทธจักร 3" เปิดจริง 1 ก.ค.68 นี้! เล่นได้ทั้งมือถือ-พีซี ฟาร์มมัน รบมัน ยุทธภพลุกเป็นไฟแน่นอน!

 


ยุทธภพเตรียมสั่นสะเทือน! วันนี้ "กระบี่เย้ยยุทธจักร 3" เกม MMORPG กำลังภายในฟอร์มยักษ์ แห่งปี จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ ณ MBK ชั้น 6 พร้อมประกาศระเบิดความมันให้จอมยุทธ์ทั่วประเทศ 1 กรกฎาคม 2568 นี้ สัมผัสบทใหม่ของตำนานที่พร้อมปลุกยุทธภพให้ลุกเป็นไฟ โลกงดงาม เรื่องราวเข้มข้น จัดเต็มทุกอรรถรส

คุณชลนรา นิวาทวงษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ EXP Up/คุณชลนรา นิวาทวงษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ EXP Up กล่าวว่า "เราตั้งใจนำ Swordsman 3 มามอบประสบการณ์ที่ดี ที่สุดให้ผู้เล่นชาวไทย โดยใช้ทีมงานคนไทยที่เข้าใจความต้องการและวัฒนธรรมการเล่นของเกมเมอร์ไทยเป็นอย่างดีต่าง จากบริษัทต่างชาติที่อาจมองข้ามรายละเอียดสำคัญเหล่านี้ เราเชื่อมั่นว่าการบริการด้วยหัวใจคนไทย เพื่อคนไทย จะทำให้ Swordsman 3 เป็นเกมที่ผู้เล่นทุกคนรักและภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธภพนี้"

ตัวเกมรองรับ Cross-platform ลุยยุทธภพได้อิสระทั้งบน PC และมือถือ ฟาร์มเพลินบนจอใหญ่ หรือนอนเล่นชิลล์ๆ บนมือถือ ทุกไอดีเชื่อมต่อไร้รอยต่อ ผจญภัยต่อเนื่องไม่มีสะดุด "กระบี่เย้ยยุทธจักร 3" ให้อิสระการเล่นเต็มที่ ตอบโจทย์ทุกสไตล์ ไม่ว่าจะสายชิลล์ที่ชอบสำรวจโลก ทำเควสต์อัตโนมัติ เก็บสมบัติ ขี่พาหนะสุดเท่ ใช้ วิชาตัวเบา เหินเวหา หรือแช่น้ำพุร้อน ส่วนสายฮาร์ดคอร์ก็มีทั้งการ ไต่แรงก์ชิงความเป็นหนึ่ง, พัฒนาตัวละคร, นำกิลด์เข้าสู่ สงครามกิลด์และสงครามเซิร์ฟเวอร์ สุดเดือด หรือ ตะลุยดันเจี้ยนและหอคอยสุดหิน ระบบชดเชยช่วยให้ตามเพื่อนทันแม้ไม่ค่อยมีเวลา

เนรมิตจอมยุทธ์ในฝันอย่างอิสระด้วยระบบ ปรับแต่งตัวละคร ที่ละเอียด ปรับได้ทั้งหน้าตา ผิว สีตา ทรงผม รอยแผล หรือรอยสัก พร้อมแฟชั่นหลากหลายให้เลือกมิกซ์แอนด์แมทช์


เลือกเส้นทางยุทธ์จาก 11 สำนักดัง จากโลกกิมย้ง แต่ละสำนักมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และมีระบบ สายรอง ให้สลับเปลี่ยนสำนักได้ตามใจชอบ ไม่ต้องกลัวเลือกผิดพลาด เกมมีทั้งระบบ PvE สุดท้าทายด้วยกลไกดันเจี้ยนและบอสเฉพาะตัว และระบบ PvP สุดเดือดในยุทธภพที่ไม่มีคำว่าปรานี ตั้งแต่ดวล 1v1 ไปจนถึงสงครามข้ามเซิร์ฟเวอร์!

จอมยุทธ์สายฟรีเตรียมรวย! เกมมาพร้อม ระบบเศรษฐกิจเสรี แลกเปลี่ยนไอเทมและทรัพยากรกันเอง หรือเปิดร้านขายของผ่าน ตลาดกลาง ได้เลย ไอเทมพิเศษจากกิจกรรมกิลด์เข้าสู่ ตลาดประมูล ผู้เล่นสามารถร่วมประมูล และยังได้รางวัลปันผลแม้ประมูลไม่ชนะ แค่ขยันฟาร์มและค้าขายก็รวยได้ไม่ยาก

เกมกินพื้นที่เพียง 10 GB แต่คอนเทนต์อัดแน่น อัปเดตตลอดปี 2568 มีกิจกรรมหลากหลายไม่เบื่อ ทั้งปลูกผัก (ระวังโดนขโมย!), ล่าสมบัติ, เล่นดนตรี หรือมินิเกมในโหมดสวนสนุก ระบบไกด์ไลน์ ในเกมก็ช่วยแนะนำให้เข้าใจง่าย UI สวยงามใช้งานสะดวก

"กระบี่เย้ยยุทธจักร 3" คือสุดยอด MMORPG กำลังภายในสุดคลาสสิกที่ห้ามพลาด ดำดิ่งสู่โลกวรรณกรรมจีนที่มีชีวิตชีวาตั้งแต่แรกสัมผัส และที่สำคัญ ทีมงานไทยดูแลเอง เข้าใจคอเกมชาวไทยเป็นอย่างดี


เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเดินทางครั้งยิ่งใหญ่ใน "กระบี่เย้ยยุทธจักร 3" แล้วเจอกัน 1 กรกฎาคมนี้!

ดาวน์โหลดและลงทะเบียนล่วงหน้าได้แล้ววันนี้ >> https://swordsman3.onelink.me/g8lf/news\



สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ทอดพระเนตรนิทรรศการ “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ ๒๕๖๘”


สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์ ทรงเปิดงาน "มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ ๒๕๖๘ (Thailand Research Expo 2025)" โดย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายในระบบวิจัย จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องกว่า ๒ ทศวรรษ ภายใต้แนวคิด “Research for All : เชื่อมต่ออนาคตไทยด้วยวิจัยและนวัตกรรม” โดย ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ พร้อมด้วยผู้บริหาร นักวิจัย เฝ้ารับเสด็จฯ ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ

ในโอกาสนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จทอดพระเนตรการแสดงนวัตกรรมโดรนแปรอักษร และทรงเยี่ยมชมการแสดงนิทรรศการและผลงานภายในงาน ประกอบด้วย นิทรรศการน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ ๙ ผู้ทรงเป็น “พระบิดาแห่งการวิจัยไทย”, นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๑๐, นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ เจริญพระชนมายุ ๗๐ พรรษา วันที่ ๒ เมษายน ๒๕๖๘, นิทรรศการ ๕๐ ปี ความสัมพันธ์ไทย – จีน ตลอดจนผลงานวิจัยจากสถาบันต่าง ๆ ที่มาจัดแสดงภายในงาน 


โดยมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ ๒๕๖๘ (Thailand Research Expo 2025) จัดขึ้นระหว่างวันที่ ๑๖ - ๒๐ มิถุนายน ๒๕๖๘ ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ ชั้น ๒๒ - ๒๓ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ



BOOCHA (ปู้ฉะ) ธุรกิจแฟรนไชส์มาแรงปี 2025 ตั้งเป้าขยาย 100 สาขาทั่วประเทศ !

 


หลายคนบอกช่วงนี้เศรษฐกิจแย่ ค้าขายซบเซา แต่ธุรกิจน้องใหม่อย่าง BOOCHA(ปู้ฉะ) ร้านชาของคนเจนใหม่ กลับปังไม่หยุด ! เพราะทันทีที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนกันยายน 2567 ชื่อของ BOOCHA(ปู้ฉะ) ก็กลายเป็นกระแสในบนโลกโซเชียล ฮิตติดเทรนด์จนปัจจุบันขยายร้านไปแล้วถึง 5 สาขาในทำเลทอง เช่น One Bangkok, All Season, บรรทัดทอง และยังตั้งเป้าจะขยายเพิ่มถึง 100 สาขาทั่วประเทศภายในปีนี้ด้วย

ความนิยมที่พุ่งไม่หยุดของ BOOCHA(ปู้ฉะ) ไม่ได้มาจากเทรนด์รักสุขภาพที่กำลังมาแรงเพียงอย่างเดียว แต่เป็นแนวคิดที่ผสานทั้งความอร่อย สุขภาพ และไลฟ์สไตล์ที่ทันสมัยไว้ในแก้วเดียว โดยนำเสนอเมนูน้ำผลไม้ปั่นผสมชาที่อร่อย ดื่มง่าย ได้ประโยชน์จากผลไม้แท้ๆ ที่ไม่ได้ผ่านการแช่แข็ง เช่น เมนู Strawberry Milk Frappe Boba, Mango Milk Frappe Boba, Avocado Milk Frappe Boba, Mango & Durian Milk Frappe Boba 

คุณกุลณรีย์ จันทร์อารี ผู้บริหาร เปิดเผยถึงซิกเนเจอร์ของร้านว่าคือ “เม็ดโบบา” ท็อปปิ้งสุดพิเศษ รสชาติหวานหอม ดื่มแล้วสดชื่น เหมาะกับอากาศร้อนของเมืองไทย ทำจากธัญพืชและบุก เช่น โบบาถั่วแดง, โบบามะพร้าว, โบบาข้าวโอ๊ต, โบบาแห้ว, โบบาข้าวเหนียวแดง เนื้อสัมผัสนุ่มเด้ง เคี้ยวกรุบหนุบหนับ ดีต่อสุขภาพมากกว่าไข่มุกธรรมดา นอกจากนี้ ยังสามารถเพิ่มท็อปปิ้งอื่นๆ เช่น บุก กลีบส้มโอแดง เนื้อมะม่วง ฯลฯ ได้ตามชอบ


ขณะที่ คุณ เกียรติภูมิ บัวสุก ผู้บริหาร กล่าวถึงจุดเด่นของ BOOCHA(ปู้ฉะ) ว่า มีดีไซน์แพ็กเกจแบบกระป๋องสุดชิค ถือดื่มง่าย ใช้เป็นพร็อพถ่ายรูปก็เก๋ ซื้อเป็นของฝากก็ดูดี ลูกค้าที่กดสั่งเดลิเวอรี่ก็สบายใจได้เลยว่าไม่หกเลอะเทอะแน่นอน ที่สำคัญคือราคาสบายกระเป๋า เข้าถึงได้ทั้งวัยเรียนและวัยทำงาน เพียงแก้วละ 59 - 139 บาทเท่านั้น

BOOCHA(ปู้ฉะ) จึงไม่ใช่แค่แบรนด์เครื่องดื่มที่ถูกใจคนกินเท่านั้น แต่ยังเป็นแฟรนไชส์ที่น่าลงทุนสำหรับคนที่กำลังมองหาธุรกิจ หรืออาชีพเสริมในยุคที่การแข่งขันสูงเช่นนี้ ด้วยจุดแข็งของแบรนด์ที่ใช้วัตถุดิบไม่ซ้ำใครในท้องตลาด และมีการพัฒนาเมนูใหม่ๆ อยู่เสมอ จึงช่วยสร้างความได้เปรียบเหนือคู่แข่ง นอกจากนี้ยังใช้วัตถุดิบที่ผ่านการคัดสรรอย่างพิถีพิถัน และนำเข้าโดยตรงจากแหล่งผลิตชั้นนำ ซึ่งทางแบรนด์บินไปดีลกับโรงงานในประเทศจีนด้วยตัวเอง ทำให้สามารถควบคุมคุณภาพและต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพียงมีเงินทุนเริ่มต้น 500,000 บาท คุณก็สามารถเป็นเจ้าของธุรกิจที่พร้อมคืนทุนได้ภายใน 10 - 12 เดือน และสร้างกำไรได้อย่างยั่งยืน สนใจแฟรนไชส์ โทร. 096-194-9114, 099- 965-3946, 088-982-3516 หรืออีเมล boocha.thailand@gmail.com





สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเปิดงาน มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ ๒๕๖๘


สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเปิดงาน มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ ๒๕๖๘ 

วันศุกร์ที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๖๘ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์ ทรงเปิดงาน "มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ ๒๕๖๘ (Thailand Research Expo 2025)" และพระราชทานพระราชวโรกาสให้ผู้บริหารหน่วยงานและนักวิจัยเจ้าของผลงานต่าง ๆ เข้ารับพระราชทานรางวัลและเกียรติบัตร ในปีนี้ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดงานขึ้นภายใต้แนวคิด “Research for All : เชื่อมต่ออนาคตไทยด้วยวิจัยและนวัตกรรม” โดยมี ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ พร้อมด้วยผู้บริหาร นักวิจัย เฝ้ารับเสด็จฯ ณ ห้องเวิลด์บอลรูม ชั้น ๒๓ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ


ในการนี้ได้พระราชทานถ้วยรางวัลผลงานวิจัยแก่นักวิจัยประเภท Platinum Award จำนวน ๒ รางวัล ได้แก่ 

- กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ผลงาน “นวัตกรรมตำรับยาจากกระท่อมสมุนไพรเศรษฐกิจทางการแพทย์แผนไทยเพื่อบำบัดผู้เสพติดบุหรี่ในระบบบริการสาธารณสุข“ 

- สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ผลงาน “อุปกรณ์ตรวจวัดสภาพอวกาศ (Moon Aiming Thai-Chinese Hodoscope - MATCH) ที่จะร่วมติดตั้งไปกับยานสำรวจอวกาศฉางเอ๋อ ๗ สำหรับสำรวจสภาพอวกาศโดยรอบของดวงจันทร์ ภายใต้โครงการสถานีวิจัยนานาชาติบนดวงจันทร์ (International Lunar Research Station : ILRS)“ 


จากนั้นพระราชทานรางวัลเกียรติบัตร นักวิจัยศักยภาพสูง ประจำปี ๒๕๖๘ จำนวน ๓ ราย ได้แก่ 

๑.ศาสตราจารย์ ดร.ชัย จาตุรพิทักษ์กุล

๒.ศาสตราจารย์ ดร.สุวบุญ จิรชาญชัย

๓.ศาสตราจารย์ แพทย์หญิง ดร.ณัฏฐิยา หิรัญกาญจน์ 

รางวัลเกียรติบัตรศาตราจารย์วิจัยดีเด่น วช. ประจำปี ๒๕๖๘ จำนวน ๑ ราย ได้แก่ ศาสตราจารย์ ดร.ธนาภัทร ปาลกะ 

และรางวัลเกียรติบัตรเมธีวิจัยอาวุโส วช. ประจำปี ๒๕๖๘ จำนวน ๑๐ ราย ได้แก่ 

๑.ศาสตราจารย์ ดร.ณรงค์ฤทธิ์ ธรรมบุตร

๒.ศาสตราจารย์ ดร.ชาติ เจียมไชยศรี 

๓.รองศาสตราจารย์ ดร.นวณัฐ โอศิริ 

๔.ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.ศิริมล ตรีพงษ์กรุณา

๕.ศาสตราจารย์ นายแพทย์รุ่งโรจน์ พิทยศิริ

๖.ศาสตราจารย์ ดร.มัลลิกา อิ่มวงศ์ 

๗.ศาสตราจารย์ ดร.ปฏิพัทธ์ ทวนทอง

๘.ศาสตราจารย์ ดร.เบญจมาส เชียรศิลป์

๙.ศาสตราจารย์ ดร.สิริชัย อดิศักดิ์วัฒนา

๑๐.รองศาสตราจารย์ ดร.นิจ ตันติศิรินทร์


มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ ๒๕๖๘ (Thailand Research Expo 2025) จัดขึ้นระหว่างวันที่ ๑๖ - ๒๐ มิถุนายน ๒๕๖๘ ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ



ททท. สร้างสีสันการท่องเที่ยว เอาใจสายเครื่องดื่ม ด้วยโครงการ "Thai Craft Destination: Sip & Journey"

 


การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สร้างสรรค์โครงการ "Thai Craft Destination: Sip & Journey" มุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยเน้นเล่าเรื่องของวัตถุดิบท้องถิ่นและความพิถีพิถันจากผู้ผลิต ภายใต้แนวคิด "ดื่มด่ำรสชาติ สัมผัสเรื่องราว" ผ่านเครื่องดื่ม 5 ธีม ที่นักเดินทางสายคราฟต์ไม่ควรพลาด ได้แก่ Fresh Fruity, Herb & Healthy, Caffeine, Cocoa และ Sensation ที่เปิดโอกาสให้เหล่านักเดินทางได้สัมผัสกับวิถีชีวิต เรื่องราวของชุมชน และรับประสบการณ์ความรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง (Hands-on Experience)

 

ตัวอย่าง 4 เส้นทางการท่องเที่ยวต้นแบบ เกี่ยวกับเครื่องดื่ม (Craft Drink)

 

เส้นทางที่ 1 : สกลนคร – อุดรธานี "SENSATION"


ในดินแดนอีสานแห่งนี้ นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับ "Sensation" หรือความรู้สึกดื่มด่ำไปกับเครื่องดื่มและประสบการณ์สร้างสรรค์หัตถกรรมท้องถิ่น นักดื่มจะได้ชิมไวน์อินทผลัมรสเยี่ยมจากสวนอินทผลัม “สวนตาลคู่” และชิมไวน์จากองุ่นหลากสายพันธุ์จาก “สวนกุลณดา” ที่ปลูกในพื้นที่ที่มีอากาศและสภาพแวดล้อมเหมาะสม ในบรรยากาศสไตล์ Vineyard ได้เรียนรู้การผลิตตั้งแต่การปลูก คัดแยก หมัก บ่มในถังไม้โอ๊ค ที่มีคาแรกเตอร์เฉพาะตัว ทำให้ไวน์ที่นี่ มีคุณภาพเทียบไวน์ต่างประเทศ ทางด้านหัตถกรรมท้องถิ่น มีให้ชมการผลิตผ้าทอมือแบบโบราณ และร่วมกิจกรรมเวิร์กช็อปการย้อมผ้าด้วยสีธรรมชาติ ซึ่งเป็นภูมิปัญญาอันเป็นเอกลักษณ์ของคนในพื้นที่

 

เส้นทางที่ 2 : น่าน – แพร่ "CAFFEINE"


ภาคเหนือตอนบนของไทย พร้อมจะเผยมนต์เสน่ห์ของวิถีชีวิตชุมชนแสนอบอุ่น และวัฒนธรรมกาแฟและโกโก้แบบครบวงจรให้ได้ดื่มด่ำ ผ่านเส้นทางสายกาแฟที่แปรรูปเมล็ดกาแฟจากแหล่งปลูกคุณภาพทั่วประเทศ ทุกสายพันธุ์ ให้เป็นเครื่องดื่มที่มีรสชาติหลากหลาย ทั้งกาแฟสด และเมนูที่สร้างสรรค์ใหม่กลายเป็นเครื่องดื่มร่วมสมัย ร่วมกิจกรรมของแหล่งผลิตกาแฟชั้นเยี่ยมของจังหวัดน่าน อย่าง “โรงคั่วกาแฟ น.น่าน Lab & Roastery” และ “กาแฟเดอม้ง” ที่ให้ความรู้ตั้งแต่การปลูก เก็บและคัดสรรเมล็ดกาแฟ จนถึงเทคนิคการคั่ว เป็นวัตถุดิบชั้นดีสำหรับคอกาแฟที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของสวนกาแฟแต่ละแห่ง พร้อมที่จะสร้างชื่อเสียงให้กาแฟท้องถิ่นไทย ดังไกลระดับโลก

 

เส้นทางที่ 3 : ชุมพร – ระนอง "COCOA-COFFEE"


เส้นทางสู่ภาคใต้ของไทยนี้ จะนำเราไปเจาะลึกสู่โลกของกาแฟโรบัสต้าและโกโก้ นักท่องเที่ยวจะได้เรียนรู้ทุกขั้นตอนของการทำกาแฟ ตั้งแต่การปลูก การเก็บเกี่ยว ไปจนถึงการแปรรูปและชงกาแฟ การเยี่ยมชมแหล่งผลิตและแปรรูปโกโก้ที่ “คาเฟ่โกโก้ ระนองช็อกโกแลต หรือ วิสาหกิจชุมชนโกโก้ระนอง” เจ้าของรางวัล Safety Product และเป็นต้นแบบของการทำเกษตรยั่งยืน เราจะได้เห็นถึงความตั้งใจและพิถีพิถันในการผลิตวัตถุดิบคุณภาพ นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมแปรรูปโกโก้และกาแฟจากชุมชนท้องถิ่นที่ศูนย์การเรียนรู้และคาเฟ่ริมทะเล "บ้านต้นไม้อวดชุม" ที่มอบทั้งความรู้ ความเพลิดเพลิน ท่ามกลางบรรยากาศความสวยงามของชายทะเลชุมพร

 

เส้นทางที่ 4 : จันทบุรี "FRESH FRUITY"


“จันทบุรี” เมืองที่ได้รับสมญานามว่าเป็น "เมืองแห่งผลไม้" ของภาคตะวันออก จะมอบประสบการณ์ที่สดชื่นและมีชีวิตชีวาให้กับนักท่องเที่ยว พาไปสัมผัสวัฒนธรรมย่านเมืองเก่า “ชุมชนริมน้ำจันทบูร” ออกแบบทำเครื่องประดับที่มีชิ้นเดียวในโลกที่ “มีใจ สตูดิโอ” ตกแต่งกระเป๋าเสื่อกกจันทบูรให้ร่วมสมัย ที่ศูนย์เรียนรู้ประจำชุมชนริมน้ำจันทบูรกับ “iDear Chan Decoupage” เยี่ยมชมสวนมะปี๊ดอินทรีย์ของ “สวนมะปี๊ด by ธนัท” แหล่งผลิตมะปี๊ด ผลไม้พื้นถิ่นเชิงเดี่ยวด้วยวิธีธรรมชาติ และเรียนรู้กระบวนการปลูก ดูแล รวมถึงแปรรูปทุเรียนที่ “สวนอรุณบูรพา” คาเฟ่กลางสวนทุเรียนที่มีดีทั้งบรรยากาศและความอร่อย

โครงการนี้ จึงนับเป็นการยกระดับแหล่งวัตถุดิบของไทยให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีคุณค่าและสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร และประเทศต่อไป



 

“ศุภมาส” รัฐมนตรีกระทรวง อว. เป็นประธานในพิธีนำเข้าสู่งาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2568 (Thailand Research Expo 2025)” ชูวิสัยทัศน์ “Research for All” พลิกโฉมอนาคตไทยด้วยวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

 


“ศุภมาส” รัฐมนตรีกระทรวง อว. เป็นประธานในพิธีนำเข้าสู่งาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2568 (Thailand Research Expo 2025)” ชูวิสัยทัศน์ “Research for All” พลิกโฉมอนาคตไทยด้วยวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม


นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานในพิธีนำเข้าสู่งาน "มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2568 (Thailand Research Expo 2025)" ซึ่งจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 20 ณ World Ballroom ชั้น 23 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ โดยเน้นย้ำถึงพลังของระบบวิจัยไทยที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง และความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมอย่างทั่วถึง เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มได้เข้าถึงความรู้และโอกาสจากงานวิจัยอย่างเท่าเทียม


ในโอกาสนี้ นางสาวศุภมาสได้กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “Research for All: พลิกโฉมอนาคตไทยด้วยวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม” ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดหลักของงานที่มุ่งสร้างระบบวิจัยและนวัตกรรมเพื่อประชาชนทุกคนรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ได้กล่าวรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร "พระบิดาแห่งการวิจัยไทย" ผู้ทรงริเริ่มโครงการกว่า 3,000 โครงการ อาทิ ฝนหลวงและกังหันน้ำชัยพัฒนา ซึ่งเป็นต้นแบบของแนวคิด "วิจัยเพื่อทุกคน" ที่กระทรวง อว. ยึดถือและขับเคลื่อน


นอกจากนี้ ยังได้ถวายพระพรชัยมงคลเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 70 พรรษา ของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ผู้ทรงเป็น "IT Princess" และเป็นแรงบันดาลใจสำคัญในการพัฒนานโยบายด้านนวัตกรรมของประเทศที่มุ่งเน้นการเข้าถึงอย่างเท่าเทียม


นางสาวศุภมาสยังได้กล่าวถึงนโยบายสำคัญในการขับเคลื่อนกระทรวง อว. ตลอด 1 ปี 8 เดือนที่ผ่านมา ภายใต้วิสัยทัศน์ "เรียนดี มีความสุข มีรายได้ เน้นวิจัย สร้างนวัตกรรมดี ตรงความต้องการ" โดยมุ่งเน้นการพัฒนาและปฏิรูประบบอุดมศึกษา ตลอดจนงานวิจัยและนวัตกรรมที่สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและเศรษฐกิจได้อย่างเป็นรูปธรรมในส่วนของการปฏิรูปการอุดมศึกษา กระทรวง อว. ได้ผลักดันนโยบาย "2 ลด 2 เพิ่ม" เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการศึกษา พร้อมเพิ่มทักษะที่จำเป็นในโลกอนาคตและเพิ่มโอกาสในการมีรายได้และอาชีพที่มั่นคง อาทิ Free TCAS/TGAT, โครงการเรียนดี มีรายได้ (Coop+), National Credit Bank, Online Learning Platform, โครงการทุนพิเศษสำหรับกลุ่มเปราะบางและด้อยโอกาส และเสริมทักษะเพื่ออนาคต เช่น Higher Education Sandbox, Skill Transcript/Skill Mapping, Entrepreneurship Education, Reskill/Upskill/New Skill และ STEM Plus

รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ยังได้เน้นย้ำถึงโครงการเรือธงของกระทรวงฯ ได้แก่ "อว. for AI" ที่มุ่งพัฒนา AI University เพื่อเตรียมสร้างบุคลากร AI 50,000 คนใน 5 ปี ซึ่งป็นฐานสำคัญในการผลักดันไทยเป็นผู้นำ AI

ในอาเซียน, "อว. for EV" มีเป้าหมายให้ไทยเป็น EV Hub อันดับ 10 ของโลกในการผลิตยานยนค์ปลอดมลพิษภายในปี 2030 ด้วยการพัฒนากำลังคน 150,000 คนใน 5 ปี และ "อว. for Semiconductor" ที่มุ่งผลิตบุคลากรด้านเซมิคอนดักเตอร์ 80,000 คนใน 5 ปี


นอกจากนี้ กระทรวง อว. กำลังผลักดันการจัดตั้งแพลตฟอร์ม "Skills Future Thailand" โดยมีต้นแบบจาก SkillsFuture Singapore ที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในการพัฒนาบุคลากรด้วยการมอบคูปอง Up-skill/Re-skill ให้แก่ประชาชนในประเทศไทยได้เริ่มวางรากฐานผ่านโครงการ Skill Mapping และ Skill Transcript ใน 6 มหาวิทยาลัยนำร่อง และได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีให้ผลักดัน 3 มาตรการสำคัญ เพื่อให้ทุกคนมี Skill Transcript สามารถนำไปใช้ Up-skill/Re-skill ได้จริง และภาครัฐและเอกชนใช้เป็นเครื่องมือวางแผนผลิตบัณฑิต

นางสาวศุภมาสยังได้กล่าวถึง "พระราชบัญญัติกองทุนเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษา" ได้ผ่าน

ความเห็นชอบจากสภาแล้ว ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสทางการศึกษาให้ทุกคนอย่างเท่าเทียม ตลอดปีที่ผ่านมา กระทรวง อว. ได้จัดกิจกรรมสำคัญอย่างต่อเนื่อง อาทิ "อว.แฟร์: SCI POWER FOR FUTURE THAILAND",

One Stop Open House, และ "อว. Job Fair" และในอนาคต กระทรวง อว. จะขับเคลื่อนนโยบายอีก 9 เรื่อง อาทิ การเพิ่มประสิทธิภาพกำลังคนตามความต้องการของอุตสาหกรรม การเพิ่มประสิทธิภาพระบบการพิจารณาตำแหน่งทางวิชาการ การสนับสนุนโรงเรียนสาธิตนานาชาติ การผลักดันไทยให้เป็น Education Hub, การผลักดัน อว. เป็นกระทรวงเศรษฐกิจ การนำ ววน. ไปช่วยแก้ปัญหาสำคัญของประเทศ การนำ Science Park ไปสนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่น การสนับสนุน Frontier Technology และการปฏิรูประบบ ววน. อย่างต่อเนื่อง

ในตอนท้าย นางสาวศุภมาส อิศรภักดี ได้กล่าวเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของกระทรวง อว. ที่จะสร้างระบบนิเวศที่ส่งเสริมให้การวิจัย วิทยาศาสตร์และนวัตกรรม เพื่อพลิกโฉมประเทศไทยให้สามารถแข่งขันในเวทีโลกได้อย่างเข้มแข็ง ยั่งยืน และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง พร้อมเชื่อมั่นว่าด้วยพลังร่วมของทุกภาคส่วนจะสามารถสร้าง “ประเทศไทยที่เข้มแข็งด้วยวิจัย และเท่าเทียมด้วยโอกาส” ได้อย่างเป็นรูปธรรม

ในโอกาสเดียวกันนี้ ได้มีพิธีมอบโล่รางวัลและประกาศนียบัตรเชิดชูเกียรติแก่หน่วยงานที่มีผลงานโดดเด่นด้านการส่งเสริมมาตรฐานจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ และการจัดการข้อมูลวิจัย ตามมาตรฐานสากล ดังนี้

1. รางวัลรับรองคุณภาพจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ (NECAST)

เพื่อยกย่องหน่วยงานที่มีระบบการกำกับดูแลจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์อย่างมีคุณภาพและต่อเนื่อง

ระดับ 2 (โล่รางวัลและประกาศนียบัตร) จำนวน 3 หน่วยงาน ได้แก่

- วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี จักรีรัช

- วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี นครลำปาง

- มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก

ระดับ 3 (โล่รางวัลและประกาศนียบัตร) จำนวน 4 หน่วยงาน ได้แก่

- มหาวิทยาลัยรังสิต

- โรงพยาบาลศรีสะเกษ

- มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร

- สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)

ระดับ 3 (ได้รับประกาศนียบัตร) จำนวน 7 หน่วยงาน ได้แก่

- โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์

- คณะกรรมการกลางพิจารณาจริยธรรมการวิจัยในคน

- โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์อินเตอร์เนชั่นแนล

- กลุ่มสหสถาบัน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ชุดที่ 1)

- โรงพยาบาลชลบุรี

- คณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ จังหวัดจันทบุรี / เขตสุขภาพที่ 6

- คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล

2. รางวัลมาตรฐานการจัดการข้อมูลวิจัย (CoreTrustSeal)

ซึ่งเป็นรางวัลระดับนานาชาติที่รับรองคุณภาพของคลังข้อมูลวิจัยที่มีการบริหารจัดการตามหลักการเปิดเผย โปร่งใส และยั่งยืน โดยมีหน่วยงานที่ได้รับประกาศนียบัตร จำนวน 4 แห่ง ได้แก่

- PSU Knowledge Bank จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดย รองศาสตราจารย์ นายแพทย์สุนทร วงษ์ศิริ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม

- NIDA Wisdom Repository จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ โดย รองศาสตราจารย์ ดร.ปราโมทย์ กั่วเจริญ ผู้อำนวยการสำนักบรรณสารการพัฒนา

- Thailand Agricultural Research Repository จากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) โดย นายกิตติ ทั้วสุภาพ นักวิเคราะห์สารสนเทศอาวุโส 2

- Digital Research Information Center (DRIC) จากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ โดย นางมาริยาท ตั้งมิตรเจริญ ผู้อำนวยการกองระบบและบริหารข้อมูลเชิงยุทธศาสตร์

งาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2568 (Thailand Research Expo 2025)" นี้ จัดขึ้นโดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และเครือข่ายในระบบวิจัยทั่วประเทศ ในระหว่างวันที่ 16 – 20 มิถุนายน 2568 ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ