กรี๊ดลั่น! รางวัลที่1 มาแล้วครับพ่อแม่พี่น้อง



กรี๊ดลั่น! รางวัลที่1 มาแล้วครับพ่อแม่พี่น้อง


ออกไปแล้วสดๆร้อนๆ  สำหรับการประกาศผลรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลประจำวันที่ 1 มิถุนายน 2569 โดยรางวัลใหญ่ คือ


รางวัลที่ 1 รางวัลละ 6,000,000 บาท 173770


ล่าสุดผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์ภาพถือลอตเตอรี่ พร้อมระบุข้อความว่า งวด 1 มิถุนายน 2569 รางวัลที่1 มาแล้วค้าบบบบบพ่อแม่พี่น้อง

 สาวที่โพสต์ถือรางวัลที่1 คือ ผู้บริหาร วันดี ออนไลน์ลอตเตอรี่ https://vandeelottery.com/ คุณวี ฐิตาภา ธนทรัพย์ปรีชาญ์ ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า วีรู้สึกดีใจมากคะ ที่ลูกค้าของเราได้ถูกรางวัลกับทาง วันดี ออนไลน์ นั่นคือ คุณศิริพงษ์ อาศัยอยู่กรุงเทพมหานคร โดยปกติลูกค้าจะชอบซื้อแต่เลขชุดกับทางวันดีค่ะ แต่ครั้งนี้มาซื้อใบเดี่ยว แล้วถูกรางวัลที่1เลยค่ะ



โดยทางคุณศิริพงษ์ ผู้ถูกรางวัลที่1 ได้ให้สัมภาษณ์ว่า ตนได้ตามเลข 770 เลขนี้มาเป็นปีแล้ว มีคนให้มา และเป็นเลขที่บ้านที่อยู่ด้วย ซึ่งคุณศิริพงษ์ ประกอบอาชีพส่วนตัว และขอให้ข้อมูลเพียงเท่านี้ เนื่องจากว่าตนมีเพื่อนเยอะ (หัวเราะ)


หลังจากที่เป็นข่าวดังออกไป ต่างมีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็น และแสดงความยินดี กันเป็นจำนวนมาก

ครูชุ-คุณพลวัฒน์ คุรุมาดี ผู้บริหารสถาบันกวดวิชาชื่อดังร่วมงานสุดยิ่งใหญ่ “𝐖𝐞𝐥𝐜𝐨𝐦𝐞 𝐀𝐥𝐥 𝐓𝐡𝐞 𝐒𝐭𝐚𝐫𝐬 𝐭𝐨 𝐁𝐚𝐧𝐠𝐤𝐨𝐤”


เมื่อค่ำคืน วันจันทร์ ที่ 19 พฤษภาคม 2569 เวลา 19.00 น. ณ MGI Hall, Bravo BKK  ครูชุ-คุณพลวัฒน์ คุรุมาดี ผู้บริหารสถาบันกวดวิชา ครุมาดี สถาบันอันดับ 1 ย่านสะพานควาย ที่มีนักเรียนสอบเข้าโรงเรียนที่มีชื่อเสียงมากมาย โดยได้เชิญคุณปลั๊ก" ธนพล ด่านตระกูล  Mister Landscapes International Thailand 2026 และคุณธงดนัย แตงอวบ  เป็นผู้ถือลิขสิทธิ์ National Director เจ้าของเวที Mister Landscapes International Thailand ร่วมงานในครั้งนี้ด้วย


โดยภายในงานมีการเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่แสงสีเสียงจัดเต็มสไตล์"บอสณวัฒน์"สุดอลังการพร้อมเปิดตัวผู้เข้าประกวด และมงกุฎประจำตำแหน่ง รวมถึงพิธีมอบสายสะพายผู้เข้าประกวดอย่างเป็นทางการครั้งแรกในประวัติศาสตร์! MGIAllStars 






ผู้ผลิตแผงวงจรฯ รายใหญ่ของโลกรวมพลังที่กรุงเทพฯ ประกาศความพร้อมขับเคลื่อนไทยสู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรม PCB รองรับAI ระดับโลก

 


ท่ามกลางการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานโลก และความต้องการด้านพลังการประมวลผลปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประเทศไทยกำลังก้าวขึ้นเป็นฐานการผลิตสำคัญแห่งใหม่ของอุตสาหกรรมแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCB) ในระดับการผลิตขั้นสูง

เมื่อวันที่ 27 เม.ย.ที่ กรุงเทพมหานคร สมาคมแผงวงจรไต้หวัน (TPCA) ร่วมกับสมาคมแผงวงจรแห่งประเทศไทย (THPCA) จัดงาน "การประชุมสุดยอดอุตสาหกรรม PCB แห่งประเทศไทย 1 2026” (2026 Thailand PCB Industry Summit) พร้อมเปิดเผยรายงานการสำรวจหัวข้อ "โอกาสของอุตสาหกรรม PCB ไทยภายได้กระแส AI และภูมิรัฐศาสตร์" โดยมุ่งเน้นประเด็นสำคันสำคัญเชิงปฏิบัติไนการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย อาทิ การขอใบอนุญาตทำงาน การพัฒนาบุคลากร โครงสร้างพื้นฐาน และนโยบายภาครัฐ

การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นในฐานะเวทีหารือเชิงยุทธศาสตร์ระดับผู้นำ โดยใด้รับการสนับสนุนจากสมาคมแผ่นวงจรพิมพ์ฮ่องกง(HKPCA) และสมาคมอุตสาหกรรมแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ขึ้น (CPCA) มีผู้บริหารและผู้แทนจากอุตสาหกรรมในไต้หวัน จีน และไทย เข้าร่วมกว่า 60 ราย นอกจากนี้ ยังมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐของไทย อาทิ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (IEAT) สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (NXPD) กระทรวงแรงงานไทย เข้าร่วมงาน สะท้อนถึงความสำคัญที่ญที่ภาครัฐไทยให้ต่อการพัฒนาอุตสาหกรรม PCB และความร่วมมือระหว่างประเทศ

การสำรวจข้ามภูมิภาค ชี้ชัดทิศทางการเติบโตของตลาด PCB โลกและศักยภาพของไทย ไฮไลต์สำคัญของการประชุมชุมสุดยอดในครั้งนี้ คือการเปิดตัวรายงานการสำรวจอุตสาหกรรมในหัวข้อ "โอกาสของอุตสาหกรรม PCB ไทยภายใต้คลื่นกระแส AI และภูมิรัฐศาสตร์" ซึ่งจัดทำขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง TPCA, THPCA และ HKPCA

รายงานฉบับนี้ได้ประมวลผลข้อมูลเชิงสำรวจและรวบรวบรวมทรรศนะจากภาคอุตสาหกรรมข้ามภูมิภาค เพื่อสะท้อนถึงประเด็นยุทธศาสตร์ที่ผู้ประกอบการ PCB ในจีน ฮ่องกง ไต้หวัน และไทย ต่างให้ความสำคัญร่วมกัน อาทิ การกำหนดยุทธทรศาสตร์การลงทุนไทย การสร้างความเข้มแข็งให้ห่วงโซ่อุปทานในพื้นที่ และการพัฒนาทรัพยากรบุคคล

สิ่งนี้ไม่เพียงยกระดับความน่าเชื่อถือและสะท้อนภาพรวมของอุตสาหกรรมได้อย่างแท้จริง แต่ยังเป็นการตอกย้ำให้เห็นว่า ท่ามกลางกระแสการปรับโครงสร้างดูดสาหกรรมระดับโลก อุตสาหกรรม PCB ในภูมิภาคเอเชียกำลังมุ่งสู่การบูรณาการความร่วมมือระดับภูมิภาคที่ใกล้ชิดมากขึ้น

AI ขับเคลื่อนคลาด PCB โลกติบโตสู่ระดับแสนล้านเหรียญสหรัฐ เปิดหน้าต่างแห่งโอกาสให้ไทยก้าวสู่อุตสาหกรรมมูลค่าสูง

รายงานระบุว่า ตลาด PCB ทั่วโลกยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องโดยได้รับอานิสงส์จากการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI ซึ่งคาดการณ์ว่าในปี 2568 มูลค่าตลาดจะสูงถึงถึง 92,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีแนวโน้มเติบโตถึง 113,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2559 โดยมีอัตราการเติบโตต่อปีสูงถึง 23.1% รายงานชี้ให้เห็นว่า ความต้องการด้านขีดความสามารถในการประมวลผล AI กำลังกลายเป็นกลไกหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโดของอุดสาหกรรม PCB โลก ทั้งยังเป็นตัวเร่งให้คิดการผลิดขั้นสูง และการปรับโครงสร้างห่วงโช่อุปทาน ซึ่งจะนำมาซึ่งคลื่นลูกใหม่แห่งโอกาสการเติบโตทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศไทย

เพื่อรับมือกับความท้าทายด้านปัญหาคอขวดของทรัพยากรบุคคล ในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน TPCA ได้จัด "งานพบปะเครือข่ายฝ่ายทรัพยากรบุคคลไทย-ไต้หวัน และงานเสวนาความร่วมมือทางวิชาการและอุตสาหกรรม" เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมมมองเชิงลึกเกี่ยวกับความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรมและสถาบันการศึกษาการฝึกอบรมบุคลากร และกลไกการผลิตบุคลากรในประเทศ การหารือในครั้งนี้ยังมุ่งเป้าไปที่การตอบสนองต่อภาวะขาดแคลนบุคลากรในสายงานวิชาชีพที่สำคัญ อาทิ วิศวกรรม กระบวนการผลิต การซ่อมบำรุงครื่องจักร และการวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อวางรางรากฐานอันแข็งแกร่งสำหรับการเติบโตในระยะยาวของอุตสาหกรรม PCB ไทย

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีผู้ผลิต PCB มากกว่า 60 รายเข้ามาลงทุนในประเทศไทย ส่งผลให้ประเทศไทยกำลังก้าวสู่การเป็นฐานการผลิตมูลค่าสูง และรองรับความต้องการในกลุ่มเซิร์ฟเวอร์ AI ระบบสื่อสารขั้นสูง และอิเล็กทรอนิกส์ยานยนต์ โดยกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ยานยนต์มีสัดส่วนสูงสุดที่ร้อยละ 31 สะท้อนถึงความแข็งเเกร่งของฐานอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทย

ขณะเดียวกัน การลงทุนของผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุตสาหกรรมมากกว่า 100 ราย ได้สนับสนุนให้โครงสร้างผลิตภัณฑ์ PCB ของไทย พัฒนาไปสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง เช่น แผงวงจรหลายชั้นขั้นสูง (สัดส่วนร้อยละ 47) และแผงวงจรความหนาแน่นสูง (HDI ร้อยอะ 23)

PCB คือรากฐานสำคัญของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ภาคเอกชนจึงเรียกร้องให้รัฐบาลไทยเพิ่มการสนับสนุนการดำเนินงานและการสร้างห่วงโซ่อุปทาน PCB ภายในประเทศอย่างป็นรูปธรรม

รายงานฉบับดังกล่าวระบุว่าแม้อุตสาหกรรม PCB ของไทยจะเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ระบบนิเวศอุตสากรรมยังต้องการการพัฒนาเพิ่มเติม โดยพบว่าผู้ประกอบการร้อยละ 46 มีสัดส่วนการจัดซื้อในประเทศต่ำกว่าร้อยละ 20 สะท้อนถึงความจำในการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ ในการหารือระหว่างภาครัฐและเอกชน ผู้เข้าร่วมได้เสนอแนวทางสำคัญ 4 ประการ ได้แก่

1. ขยายระยะเวลาใบอนุญาตทำงานกรณีเร่งด่วนเป็น 60-90 วัน และอนุญาตให้ยื่นคำขอก่อนเดินทางข้าประเทศ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของภาคการผลิต

2. สนับสนุนความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรมและสถาบันการศึกษา รวมถึงโครงการฝึกงานและการพัฒนาทักษะแรงงาน

3. ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง เช่น ระบบไฟฟ้า พลังงานสะอาด และการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ เพื่อรองรับการผลิตขั้นสูง

4. ผลักดันให้อุตสาหกรรม PCB เป็นส่วนหนึ่งของอุดสาหกรรมเป้าหมายระดับชาติ เพื่อเสริมสร้างความสามกรถในการแข่งขันในห่วงโซ่อุปทาน AI ระดับโลก

ปัญหาด้านบุคลากรคือตัวแปรสำคัญต่ออุตลาหกรรม TPCA เดินหน้าผลักดันการพัฒนาบุคลากรวิชาชีพไทยอย่างเป็นรูปธรรม

รายงานยังระบุว่า ปัญหาการขาดแคลนหลักในปัจจุบันอยู่ที่การจัดหาวัตถุดิบภายในประเทศ สูงถึงร้อยละ 35 รองมาคือ พนักงานระดับปฏิบัติการและบุคลากรทางวิศวกรรมเทคนิค ร้อยละ 22 ตลอดจนบริการด้านโลจิสติกส์ชิ้นส่วนอุปกรณ์และการซ่อมบำรุง ร้อยละ 21 จากความท้าทายเบบพหุคุณ ที่ครอบคลุมตั้งแต่วัตถุดิบ เครื่องจักร ไปจนถึงการจัดหาบุคลากร สะท้อนให้เห็นว่า หากอุตสาหกรรม PCB ของไทยต้องการที่จะขับเคลื่อนการพัฒนาในก้าวต่อไป จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องยกระดับความพร้อมของห่วงโช่อุปทาน และเสริมสร้างรากฐานการพัฒนาทรัพยากรบุคคลไปพร้อมๆ กัน โดยคาดการณ์ว่าภายในปี 2573 ความต้องการบุคลากรในสายงานที่เกี่ยวข้องจะพุ่งสูงขึ้นถึง 74,200 คน

เมื่อการวางรากฐานทางอุตสาหกรรมเริ่มปรากฎผลเป็นรูปธรรม เป้าหมายหลักในระยะถัดไปของอุตสาหกรรม PCB ในประเทศไทยจึงมิใช่เพียงแค่การขยายกำลังการผลิตลิตอีกต่อไป แต่เป็นการเร่งขับเคลื่อนการสร้างระบบนิเวศการผลิตขั้นสูง โดยขีดความสามารถในการแข่งขันในอนาคตจะขึ้นอยู่กับความต่อเนื่องในการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ การบ่มเพาะบุคลากร ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานและมาตรการสนับสนุนที่เกี่ยวข้องให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

เพื่อก้าวข้ามวิกฤตคอขวดด้านบุคลากร ในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน TPCA จึงได้จัด "งานพบปะเครือข่ายฝ้ายทรัพยากรบุคคล ไทย-ไต้หวัน และงานเสวนาความร่วมมือทางวิชาการและอุตสาหกรรม" เพื่อเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์เชิงลึกเกี่ยวกับความร่วมมือทวิภาคีระหว่างภาคอุตสาหกรรมและสถาบันการศึกษา การฝึกอบรมบุคลากร และกลใกการผลิตบุคลากรในประเทศ การหารือครั้งนี้ยังให้ความสำคัญกับกับการตอบโจทย์ภาวะขาดแคลนบุคลากรในสายงานวิชาชีพหลัก อาทิ วิศวกรรม/กระบวนการผลิต การซ่อมบำรุงเครื่องจักร และการวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อเสริมสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการเติบใดในระยะยาวของอุตสาหกรรม PCB ไทย

นอกจากนี้ TPCA จะยังคงเดินหน้าบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตร ได้แก่ THPCA, BOI, IEAT, NXPO และTECO เพื่อต่อยอดเเพลตฟอร์มความร่วมมือด้านการพัฒนาบุคลากรระดับมืออาชีพให้มีความหลากหลายยิ่งขึ้น พร้อมทั้งเป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงทรัพยากรจากภาครัฐเพื่อสนับสนุนภาคธุรกิจ โดยมุ่งหวังที่จะผนึกกำลังยกระดับห่วงโซ่อุตสาหกรรม PCB ส่งเสริมศักยภาพและความเชี่ยวชาญของบุคลากรไทย ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างมีส่วนสนับสนุนต่อเศรษฐกิจและสังคมไทย



เริ่มแล้ว! “S2S Songkran Fest 2026” ระเบิดความมันส์รับสงกรานต์ 5 วันความสนุก ขนทัพศิลปินตัวท็อปและดีเจชื่อดังบุก ‘The Street Ratchada’

 


กรุงเทพมหานคร – เตรียมตัวให้พร้อมกับปรากฏการณ์สาดความสนุกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดบนถนนรัชดา“S2S Songkran Fest 2026” ประกาศเปิดจำหน่ายบัตรอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้ พร้อมสร้างตำนานสงกรานต์ในคอนเซปต์สุดมันส์ จัดเต็ม 5 วันต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 10 – 14 เมษายน 2569 ณ The Street Ratchada

งานในครั้งนี้ถือเป็นไฮไลท์สำคัญของเทศกาลสงกรานต์ปี 2026 ที่รวบรวมศิลปินระดับท็อปของเมืองไทยและดีเจชั้นนำที่จะสลับสัปเปลี่ยนกันมาสร้างสีสันบนเวทีตลอด 5 คืนเต็ม ตั้งแต่เวลา 18.00 น. - 02.00 น. 

10 เมษายน: เปิดประเดิมความแซ่บกับ BADMIXY & AIM LABBURI

11 เมษายน: สนุกต่อเนื่องกับตัวแม่สุดเซอร์ PALMY

12 เมษายน: ระเบิดพลังความมันส์ไปกับแร็ปเปอร์สาวระดับโลก MILLI

13 เมษายน: ฉลองวันสงกรานต์กับเจ้าพ่อดิสโก้ BURIN BOONVISUT และไอคอนหมอลำสาว ลำไย ไหทองคำ

14 เมษายน: ปิดท้ายความเดือดกับเจ้าพ่อขาแดนซ์ J JETRIN


จองบัตรได้แล้ววันนี้ผ่านช่องทาง Application และ Website: The Concert 

บัตรราคาเริ่มต้น 450 บาท สำหรับบัตรเข้าโซนปกติล่วงหน้าผ่าน The Concert คลิก https://www.theconcert.com/concert/4712 และโปรโมชั่นแบบกลุ่ม (Special Promotion) 5 ใบ ราคา 2,183 บาท 10 ใบ ราคา 4,275 บาท โซน VIP ติดต่อผ่าน LINE OA: @244wkqyn

มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ “Splash in Space” ที่จะทำให้สงกรานต์ปีนี้ของคุณไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ณ ลานกิจกรรม The Street Ratchada 

กดติดตามข่าวสารและกิจกรรมของ S2S ทุกช่องทาง

Facebook: S2S Songkran Fest

Instagram: @s2ssongkranfest

TikTok: @s2s.songkran.fest

Website: www.s2s-fest.com


#S2SSongkranFest2026 #TheStreetRatchada #Songkran2026 #สงกรานต์รัชดา #S2SFest

งานแถลงข่าวโครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับรอยัลเอสเตท "สุโขทัย หลานถิง"


 เซง ชีฮง ผู้อำนวยการคณะกรรมการจัดงานฟอรัมการลงทุนเศรษฐกิจและการค้าอาเซียน (กรุงเทพฯ)


Zhi Lingyan กรรมการบริหารของคณะกรรมการจัดงาน ASEAN Economic and Trade Forum (กรุงเทพฯ) Investment Forum (Zhi Lingyan)


Lv Runzhi รองเลขาธิการคณะกรรมการจัดงานเวทีเศรษฐกิจและการค้าอาเซียน (กรุงเทพฯ) (NU Runzhi)


Zhou Wei ประธาน Wuxi Jijie Optoelectronics (Zhouwei)


Peng Haoming ผู้จัดการทั่วไปของ Shanghai Fengxin Industrial (Peng Haoming)东盟经贸(曼谷)投资论坛组委会主任曾齐鸿(ชัยชนะ),


东盟经贸(曼谷)投资论坛组委会执行主任支玲燕(Zhi Lingyan)


东盟经贸(曼谷)投资论坛组委会副秘书长吕润芝(NU Runzhi)


无锡积捷光电董事长周伟(Zhouwei)


上海丰辛实业总经理彭浩明(Peng Haoming)



• งานแถลงข่าวพิเศษ: Press Conference for the "Sukhothai Lanting" Royal Estate

(งานแถลงข่าวโครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับรอยัลเอสเตท "สุโขทัย หลานถิง")

• วันและเวลา: 28 - 31 มีนาคม 2026

• สถานที่: กรุงเทพฯ - พัทยา, ประเทศไทย

รายละเอียดหน่วยงานผู้จัด (สรุปจากภาษาจีน):

• เจ้าภาพ/ผู้จัดงานหลัก (Organizer):

• สมาคมส่งเสริมเศรษฐกิจและการค้าไทย-จีน

• สมาพันธ์วิทยุและโทรทัศน์แห่งประเทศไทย

• คณะกรรมการจัดงานฟอรั่มเศรษฐกิจและอาเซียน

• ผู้จัดร่วม (Co-host): สุโขทัย หลานถิง, จินเจี้ยนหนานถู (Golden-winged South Map)

• หน่วยงานสนับสนุน: หอการค้าไทย-จีน, ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB), นิคมอุตสาหกรรมไทย-จีน ระยอง และหน่วยงานอื่นๆ

• การสนับสนุนด้านสื่อ: ครอบคลุมทั้งสื่อไทย (ช่อง 8, ช่อง 9, Smart Live) และสื่อยักษ์ใหญ่จากจีน (CCTV, Sina, Tencent)




สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และสภาส่งเสริมวัฒนธรรมอาเซียน จับมือภาคีเครือข่ายระดับโลก เปิดตัวโครงการ “Rainbow of Equality (ROE)” ผลักดันไทยสู่ศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและความเท่าเทียมระดับนานาชาติ


สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และสภาส่งเสริมวัฒนธรรมอาเซียน จับมือภาคีเครือข่ายระดับโลก เปิดตัวโครงการ “Rainbow of Equality (ROE)” ผลักดันไทยสู่ศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและความเท่าเทียมระดับนานาชาติ

กรุงเทพมหานคร, ประเทศไทย 18 มีนาคม 2569 สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมกับ สภาส่งเสริมวัฒนธรรมอาเซียน (ASEAN Cultural Encouragement Council) ประกาศความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์ในการจัดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวนานาชาติ เพื่อแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมที่หลากหลายและเท่าเทียม ภายใต้ชื่อ “2026 Rainbow of Equality Pride Season (ROE)” โดยมี บริษัท เฟนาโซล่า ไทยแลนด์ จำกัด (FENAZOLA THAILAND CO., LTD.) และภาคีเครือข่ายพันธมิตรเชิงกลยุทธ์นานาชาติเป็นผู้ขับเคลื่อนหลัก วิสัยทัศน์แห่งสายรุ้ง: Together Under The Thai Sky

งานแถลงข่าวเปิดตัวกลยุทธ์ระดับโลกนี้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ ห้องบอลรูม โรงแรมฮิลตัน แกรนด์ อโศก กรุงเทพฯ เพื่อนำเสนอแนวคิด “Diversity, Equity & Inclusion (DEI)” ผ่านคำขวัญ “Together Under The Thai Sky; One World, One Love” ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการใช้เทคโนโลยี วัฒนธรรม และพลังของชุมชน เชื่อมโยงโลกเข้าด้วยกันในพื้นที่ที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์สำหรับทุกคน โดยเฉพาะชุมชน LGBTQ+ ทั่วโลก ผนึกกำลังภาครัฐและนโยบายระดับประเทศ โครงการนี้ได้รับเกียรติและการสนับสนุนอย่างเข้มแข็งจากตัวแทนระดับนโยบายและอุตสาหกรรม 

นำโดย 

*ฝ่ายนโยบาย: ร้อยตรี ดร.ปรพล อดิเรกสาร (คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ วุฒิสภา), นายปิยะศักดิ์ พงศ์อัมพรศักดา และนางสาวปวีณ์พร กรุดทองกุล

*ฝ่ายอุตสาหกรรมท่องเที่ยว: สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นำโดย พลเรือเอก ชัยโรจน์ เพ็ชร์รัตน์ และนายยุพราช วงศ์ดาวกูล น.ส.ยุวฉัตรสุดา สุภาษร ร่วมกับคณะกรรมการการท่องเที่ยวและกีฬา และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพื่ออำนวยความสะดวกและสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยวทั่วโลก

เครือข่ายพันธมิตรระดับสากลและพลังสื่อยุคใหม่

ภายในงานได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่าง บริษัท เฟนาโซล่า ไทยแลนด์ จำกัด กับพันธมิตรระดับโลก อาทิ Blue Bros. (青初于蓝), Jicco, Clue, Aloha, และกลุ่มเซตเทอร์ บราเธอร์ส เพื่อยกระดับการสื่อสารผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลระดับสากล

นอกจากนี้ ยังได้รับการสนับสนุนจาก สมาคมผู้สื่อข่าวบันเทิงสากล นำโดย อาจารย์จุฑามาศ ณ สงขลา และ สมาคมเน็ตไอดอลไทย ในการแต่งตั้ง “ทูตท่องเที่ยวสานสัมพันธ์นานาชาติ “ทูตส่งเสริมภาพลักษณ์สากล” (Global Promotion Ambassador)  

เพื่อเป็นสื่อกลางในการสื่อสารภาพลักษณ์ความงดงามของวัฒนธรรมไทยและความเท่าเทียมให้กึกก้องไปทั่วโลกสู่การเป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมและท่องเที่ยวระดับนานาชาติ และ“ทูตท่องเที่ยวสานสัมพันธ์นานาชาติ” (International Culture Tourism Ambassador)บุคลากรที่เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทย

ไฮไลท์กิจกรรม: มหกรรมวัฒนธรรมในช่วงเทศกาลสงกรานต์

โครงการ ROE ถูกกำหนดให้เป็นเทศกาลประจำปี โดยจะเริ่มต้นความยิ่งใหญ่ในช่วง เทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นเทศกาลระดับโลกสำคัญของไทย กิจกรรมประกอบด้วย:

 * การแสดงศิลปวัฒนธรรมไทยและนานาชาติในรูปแบบร่วมสมัย

* เวทีนำเสนออัตลักษณ์และความหลากหลายทางวัฒนธรรม

* การประชุมเชิงเศรษฐกิจสร้างสรรค์และความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวนานาชาติ

บทสรุปสู่อนาคตที่ยั่งยืน

ดร.ประกาย ณ สงขลา พร้อมด้วยคณะผู้จัดงาน นายชรินทร์ ฟามฟู และนายว่าน เจียง มุ่งหวังให้ "RAINBOW OF EQUALITY" เป็นสัญลักษณ์แห่งยุคสมัยใหม่ของประเทศไทย ที่ก้าวขึ้นสู่เวทีโลกด้วยพลังของความแตกต่างที่ลงตัว พร้อมประกาศจุดยืนว่าไทยคือดินแดนแห่งโอกาสและความเท่าเทียมที่พร้อมต้อนรับผู้คนจากทุกมุมโลกอย่างสง่างาม









บวงสรวง ซีรีส์วายเรื่องใหม่ "The Gem of Chant"เจียระไนใจให้เป็นจันท์"


บวงสรวง ซีรีส์วายเรื่องใหม่ "The Gem of Chant"เจียระไนใจให้เป็นจันท์"

เมื่อวันศุกร์ ที่ 13 มี.ค.2569 เวลา 13.00 น.ณ วัดยานนาวา บวงสรวงซีรีส์วายเรื่องใหม่เนื้อเรื่องสุดเข้ม ชวนติดตาม ครบรส

"ถ้าความรักต้องแลกด้วยคำสาป…คุณจะยอมไหม?” 

เจียระไนใจ...ให้เป็นจันท์" (The Gem of Chant) เป็นโปรเจกต์ซีรีส์วายที่มุ่งเน้นส่งเสริมการท่องเที่ยวภูมิภาคจ.จันทบุรี ผ่านเรื่องราวความรักและความผูกพัน เป็นผลงานจากทีม Dhonburi Grace ที่เข้าประกวดในโครงการ Y-STORY LAB โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวอีกด้วย







"มาดามกอล์ฟ" กฤษฎา พร้อมด้วยนายแบบ-นักแสดงหน้าใหม่ "ปริญ" ปริญา และคุณพัฒ สุพัฒน์ วรรณะ คุณดาว ธนพร วรรณะ เจ้าร้านดังข้าวเหนียวมูลกะทิสดตลาดมหานาค ร่วมมอบชุดอาหารพระราชทาน แก่ประชาชน


"มาดามกอล์ฟ" กฤษฎา พร้อมด้วยนายแบบ-นักแสดงหน้าใหม่ "ปริญ" ปริญา และคุณพัฒ สุพัฒน์ วรรณะ คุณดาว ธนพร วรรณะ  เจ้าร้านดังข้าวเหนียวมูลกะทิสดตลาดมหานาคร่วมมอบชุดอาหารพระราชทาน แก่ประชาชนที่เดินทางมากราบถวายบังคมพระบรมศพ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง


วันศุกร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 11.00 น.ณ ท้องสนามหลวง"มาดามกอล์ฟ" กฤษฎา ทิพย์ประสิทธิ์ และคุณ"พัฒ"สุพัฒน์ วรรณะ,คุณ"ดาว" ธนพร วรรณะ  เจ้าของร้านดังข้าวเหนียวมูลกะทิสดตลาดมหานาค พร้อมด้วยนายแบบนักแสดงหน้าใหม่"ปริญ" ปริญญา ร่วมมอบชุดอาหารพระราชทานข้าวเหนียวมะม่วงของร้านข้าวเหนียวมูลกะทิสดตลาดมหานาค แก่ประชาชนที่เดินทางมากราบถวายบังคมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 

เพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดี และสืบสานพลังความดีงามถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ โรงครัวพระราชทาน ท้องสนามหลวง





รัฐศักดิ์ สุขยิ่ง ลาดกระบัง เดินหน้าลุยพื้นที่โค้งสุดท้าย ก่อนเลือกตั้ง 8 ก.พ. 69 มุ่งอาสาพัฒนาลาดกระบัง ภายใต้แนวคิด “เข้าถึง เข้าใจ เข้าไปพัฒนา”

 


บรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ 20 เขตลาดกระบัง (ยกเว้นแขวงลำปลาทิว) ก่อนวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นไปอย่างคึกคัก โดย นายรัฐศักดิ์ สุขยิ่ง ผู้สมัคร ส.ส. หมายเลข 13 พรรคประชาธิปัตย์ เร่งลงพื้นที่พบปะประชาชนอย่างต่อเนื่อง สะท้อนความมุ่งมั่นในการอาสาเข้ามาทำหน้าที่ทางการเมืองเพื่อประโยชน์ของประชาชนและการพัฒนาประเทศ

เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 นายรัฐศักดิ์ ลงพื้นที่หาเสียงในช่วงโค้งสุดท้าย ที่บริเวณสวน 60 พรรษา สมเด็จพระบรมราชินีนาถ , ตลาดเกรียงไกร พื้นที่เคหะร่มเกล้า , แอร์พอร์ตลิ้งค์ลาดกระบัง โดยได้รับการต้อนรับจากประชาชนในพื้นที่อย่างอบอุ่น พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนสะท้อนปัญหาและความต้องการในพื้นที่ เพื่อนำไปเป็นแนวทางผลักดันการพัฒนาอย่างตรงจุด

 แม้พื้นที่ดังกล่าวจะถูกมองว่าเป็นฐานเสียงสำคัญของพรรคเพื่อไทย และพรรคประชาชน จากผลการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา แต่การลงพื้นที่อย่างหนักและต่อเนื่องของนายรัฐศักดิ์ หมายเลข 13 กำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนทางการเมือง และทำให้การแข่งขันในสนามเลือกตั้งครั้งนี้มีความเข้มข้นกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา

 


ขณะเดียวกัน กระแสตอบรับของพรรคประชาธิปัตย์ในช่วงการเลือกตั้งครั้งนี้ถูกจับตามองเพิ่มขึ้น ภายหลังการปรับภาพลักษณ์และรีแบรนด์พรรคในช่วงที่ผ่านมา โดยมี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทำหน้าที่หัวหน้าพรรค ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับสมาชิกพรรคและผู้สนับสนุน ส่งผลให้การหาเสียงของผู้สมัครในหลายพื้นที่ รวมถึงเขตลาดกระบัง ได้รับความสนใจจากประชาชนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 พรรคประชาธิปัตย์ยังสะท้อนจุดยืนว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญของประเทศในการก้าวข้ามปัญหาสะสม ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และความขัดแย้งทางการเมือง โดยพรรคพร้อมทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการสร้างความโปร่งใสในการบริหารประเทศ และผลักดันเศรษฐกิจให้กลับมาเติบโตอย่างยั่งยืน

 ด้านประวัติและศักยภาพของผู้สมัคร นายรัฐศักดิ์ สุขยิ่ง  เกิดเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2516 ปัจจุบันอายุ 52 ปี เป็นชาวอำเภอโนนนารายณ์ จังหวัดสุรินทร์ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะผู้นำทางสังคม ธุรกิจและการเมือง มหาวิทยาลัยรังสิต และกำลังศึกษาต่อระดับปริญญาโท คณะผู้นำฯ จากมหาวิทยาลัยรังสิต อีกทั้งยังผ่านการอบรมหลักสูตรด้านผู้นำและนักบริหารระดับสูงมากกว่า 10 หลักสูตร อาทิ หลักสูตรธรรมศาสตร์เพื่อสังคม รุ่นที่ 22 หลักสูตรการบริหารจัดการด้านความมั่นคงขั้นสูง (มส.) รุ่นที่ 16 และ 17 รวมถึงหลักสูตรพลังอำนาจแห่งชาติ(พอช.1และ2) และหลักสูตรเดอะมาสเตอร์ รุ่นที่ 9

 ในด้านประสบการณ์การทำงาน ปัจจุบันเป็นนักธุรกิจ ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ เจ้าของ บริษัทชไนเดอร์ ลิฟท์(ประเทศไทย)จำกัด  ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถด้านการบริหารจัดการและประสบการณ์ภาคเอกชนที่พร้อมนำมาประยุกต์ใช้กับการพัฒนาพื้นที่และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน

 


นอกจากนี้ นายรัฐศักดิ์ ยังมีบทบาทด้านสังคมและศาสนา เคยอุปสมบทที่วัดหงษ์รัตนารามราชวรวิหาร มีพระธรรมวชิรเมธี (ท่านเจ้าคุณมีชัย)เป็น พระอุปฌาย์ โดยมีอดีตนายกรัฐมนตรี 2 คนของประเทศไทยไปร่วมพิธีอุปสมบทคือ พณฯท่านชวน หลีกภัย และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อีกทั้งยังได้รับรางวัลพ่อตัวอย่างแห่งชาติ ประจำปี 2568 และรางวัลศิษย์เก่าดีเด่น สาขาผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลงและรับใช้สังคม จากสถาบันวิทยาการธรรมศาสตร์เพื่อสังคม

 ดังนั้น การเสนอตัวและการได้รับความไว้วางใจจากพรรคประชาธิปัตย์ให้เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ 20 เขตลาดกระบัง หมายเลข 13 จึงสะท้อนถึงความพร้อมและศักยภาพของคุณรัฐศักดิ์ ที่มุ่งนำประสบการณ์จากภาคธุรกิจและงานเพื่อสังคม มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาพื้นที่ลาดกระบังให้เติบโตอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิดของคุณรัฐศักดิ์ “เข้าถึง เข้าใจ เข้าไปพัฒนา” พร้อมย้ำความตั้งใจที่จะทำงานอย่างใกล้ชิดกับประชาชน รับฟังทุกปัญหา และผลักดันการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม

 


ทั้งนี้ การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ 20 เขตลาดกระบัง จะมีขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยประชาชนสามารถใช้สิทธิเลือกตั้งตามเวลาที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด

ชมคลิบเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/zPwgMjACzd8?si=ICk_rOvC6_E7hR_N





“โรงไฟฟ้า SMR พลังงานทางเลือกปลอดภัยสูง อนาคตของประเทศที่มั่นคงยั่งยืน ปรมาณูเพื่อสันติ กระทรวง อว. ร่วมกับ ปตท. และ GPSC สร้างกลไกร่วมเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย เตรียมความพร้อม สร้างความเข้าใจ“

 


เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดประชุมหารือร่วมกับภาคเอกชนด้านพลังงาน เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและกำหนดแนวทางความร่วมมือในการศึกษาและพัฒนาโรงไฟฟ้า SMR (Small Modular Reactor) โดยมีผู้บริหารจากบริษัท ปตท. จำกัด บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (GPSC) บริษัท ไทยออยล์ จำกัด และ ปส. เข้าร่วมประชุม


การประชุมมี นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ และรักษาราชการแทนเลขาธิการ ปส. เป็นประธาน พร้อมด้วยผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญของ ปส. ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมพลังงานมีผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วม อาทิ ดร. รสยา เธียรวรรณ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กิจการพิเศษ 2 บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) นายมนัสชัย คงรักษ์กวิน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่พัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียนและดีคาร์บอนไนเซชัน และ ดร. พงศ์ศักดิ์ ครุกานันต์ ผู้จัดการฝ่ายอาวุโสดีคาร์บอนไนเซชันเทคโนโลยี จากบริษัท GPSC เพื่อร่วมให้ข้อมูลและแลกเปลี่ยนมุมมองด้านเทคโนโลยีและนโยบายพลังงาน รวมถึง วางแผนสร้างกลไกร่วมเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย เตรียมความพร้อม สร้างความเข้าใจ

ที่ประชุมได้หารือแนวทางการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อให้การพัฒนาโรงไฟฟ้า SMR เป็นไปอย่างรอบคอบ โปร่งใส และสอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัยสากล โดยให้ความสำคัญกับการสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นของประชาชน 


ทั้งนี้ นายแพทย์รุ่งเรือง กล่าวถึงการดำเนินงานของ ปส. ในการเตรียมความพร้อมของประเทศ อาทิ การจัดทำพระราชบัญญัติความรับผิดทางแพ่งต่อความเสียหายทางนิวเคลียร์เสร็จแล้ว การจัดตั้งหน่วยงานเฉพาะด้านโรงไฟฟ้า SMR  และ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติเขตภาคตะวันออก รวมถึงการจัดทำแผนพัฒนาบุคลากรที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีนิวเคลียร์ นอกจากนี้ ยังได้ระบุถึงปัจจัยสำคัญ 4 ประการที่มีผลต่อการพัฒนาโรงไฟฟ้า SMR ในประเทศไทย ได้แก่ 1) การให้ข้อมูลและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชน 2) ขับเคลื่อนความต่อเนื่องของนโยบายระดับประเทศ 3) การสร้างกลไกความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน และ 4) การพิจารณาและเตรัยมความพร้อมพื้นที่ก่อสร้างอย่างเหมาะสมและรอบด้าน ซึ่งกลไกร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชนอย่างมียุทธศาสตร์และโปร่งใสจะเป็นกุญแจสำคัญช่วยให้สามารถนำเทคโนโลยีขั้นสูงดังกล่าวมาใช้ในประเทศไทยอย่างเหมาะสมในอนาคต

โรงไฟฟ้า SMR ถือเป็นพลังงานทางเลือกที่มีระบบความปลอดภัยสูง สามารถผลิตไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่อง ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสนับสนุนเป้าหมายของประเทศไทยในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี ค.ศ. 2050 ช่วยเสริมความมั่นคงด้านพลังงานในระยะยาว พร้อมทั้งช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในภาคอุตสาหกรรมของประเทศ




“อภิสิทธิ์–สกลธี” ลงพื้นที่ลาดกระบัง ช่วย “รัฐศักดิ์ สุขยิ่ง” หาเสียง พบประชาชนตลาดสดเกรียงไกร ชูนโยบายแก้เศรษฐกิจ–รื้อระบบประกันสังคม

วันที่ 25 มกราคม 2569 พรรคประชาธิปัตย์ นำโดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรค ลงพื้นที่เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร เพื่อร่วมช่วยหาเสียงและพบปะประชาชน สนับสนุนการทำงานของ นายรัฐศักดิ์ สุขยิ่ง ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต 20 เขตลาดกระบัง (ยกเว้นแขวงลำปลาทิว) พรรคประชาธิปัตย์

บรรยากาศการลงพื้นที่ตั้งแต่ช่วงเช้าเป็นไปอย่างคึกคัก โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  และคณะได้พบปะพูดคุยกับพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่มาจับจ่ายใช้สอย ณ ตลาดสดเกรียงไกร เคหะร่มเกล้า มีประชาชนให้ความสนใจเข้ามาทักทาย ขอถ่ายภาพ และมอบดอกไม้เพื่อให้กำลังใจอย่างต่อเนื่อง

จากนั้น นายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า การลงพื้นที่ในวันนี้ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากพี่น้องประชาชนชาวลาดกระบัง สะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับประชาชนในกรุงเทพมหานคร พร้อมย้ำว่าพรรคยังคงเดินหน้าทำงานอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะในช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียง ซึ่งขอให้ประชาชนพิจารณาการเลือกตั้งอย่างจริงจัง มองไปที่การเปลี่ยนแปลงประเทศอย่างยั่งยืน สนับสนุนผู้สมัครที่มีความมุ่งมั่นในการปราบปรามการทุจริต และมีแผนพัฒนาเศรษฐกิจในระยะยาว

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า จากการพูดคุยกับเจ้าของตลาด พ่อค้าแม่ค้า พบว่าปัญหาเศรษฐกิจยังเป็นเรื่องหลัก โดยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นให้ผลเพียงชั่วคราว เมื่อโครงการสิ้นสุด เศรษฐกิจก็กลับมาเงียบ เหมือนเดิม ดังนั้น หากไม่ทำให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างยั่งยืน รายได้ของประชาชนก็จะไม่เพิ่มขึ้น

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ต่อประเด็นประกันสังคม นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า คณะกรรมการได้มีมติไปแล้ว  แต่ว่าสูตรใหม่ก็จะมีประเด็นในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงการคำนวณ สำหรับตนไม่ได้มีปัญหา ยกเว้นว่าจะมีคนอยู่กลุ่มเล็ก ๆ ที่น่าจะได้รับผลกระทบ จำเป็นต้องพิจารณาปรับแก้ให้เหมาะสม ขณะเดียวกัน นโยบายระยะยาวของพรรคคือการผลักดันให้สำนักงานประกันสังคมเป็นหน่วยงานอิสระ เพื่อเพิ่มความโปร่งใสในการบริหาร พร้อมทบทวนโครงสร้างระบบประกันสังคมเกือบทั้งหมด ให้สอดคล้องกับโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนแปลงและลดความเหลื่อมล้ำ

ทั้งนี้ พรรคมีแนวคิดให้ผู้ประกันตนเข้าสู่ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า และนำเงินสมทบไปเพิ่มความมั่นคงด้านบำนาญชราภาพ ซึ่งที่ผ่านมาเมื่อมีการตรวจสอบ ประชาชนมีความวิตกกังวลกับการที่ส่งเงินเข้าไปแล้วการบริหารเงินมีปัญหามาก  โดยพื้นฐานของระบบทั้งหมดต้องมีการทบทวน จากโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนไป จากปัญหาความเหลื่อมล้ำ  และปัจจุบันระบบการจ่ายเงิน ยังไม่ใช่ระบบก้าวหน้า จึงจำเป็นต้องมีการปรับรื้อครั้งใหญ่

นายอภิสิทธิ์ยังเปิดเผยว่า พรรคประชาธิปัตย์เตรียมเดินสายลงพื้นที่ภาคใต้ในสัปดาห์หน้า โดยมีกำหนดการเดินทางไปจังหวัดสุราษฎร์ธานีและชุมพร และในช่วงต้นเดือนถัดไปจะลงพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช สงขลา พัทลุง และตรัง พร้อมย้ำจุดยืนทางการเมืองในทุกเวทีว่า ขอให้ประชาชน “อย่าเลือกคนที่ซื้อเสียง” ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากประชาชน

ภายหลังการพบปะประชาชนที่ตลาดสดเกรียงไกร คณะได้เดินทางต่อไปยังสวน 60 พรรษา สมเด็จพระบรมราชินีนาถ เพื่อทักทายประชาชนที่มาออกกำลังกายในช่วงเช้า และในช่วงท้าย นายอภิสิทธิ์, นายสกลธี และนายรัฐศักดิ์ ได้ร่วมสักการะศาลท่านท้าวมหาพรหมร่มเกล้า รวมถึงเจ้าพ่อแชเสือ และศาลแม่สไบทอง เพื่อความเป็นสิริมงคลในการสู้ศึกเลือกตั้ง

ด้าน นายรัฐศักดิ์ สุขยิ่ง ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 20 กล่าวว่า ตนลงพื้นที่พบปะขอคะแนนเสียงจากพี่น้องประชาชนในเขตลาดกระบังอย่างต่อเนื่อง พร้อมขอบคุณหัวหน้าพรรคและรองหัวหน้าพรรคที่มาร่วมช่วยหาเสียงในวันนี้ โดยย้ำว่านโยบายสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์ อาทิ เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 1,000 บาท และนโยบายเงินอุดหนุนแรกเกิด 65,000 บาท เป็นหนึ่งใน 27 นโยบายหลักที่พรรคพร้อมผลักดัน พร้อมขอฝากเนื้อฝากตัวและขอแรงสนับสนุนจากประชาชนในการเลือกตั้งครั้งนี้






 

วัน วันดี พร้อมให้โชคดีกับลูกค้าซื้อสลาก งวดนี้มีผู้ถูกรางวัล 12 ล้าน เตรียมคืนกำไรสังคมช่วยการกุศล

 


“วี วันดี” ดีใจสุดๆเมื่อลูกค้า ”วันดี ออนไลน์“ ถูกสลากออนไลน์รางวัลที่ 1 กับ “วันดี ออนไลน์” จำนวน 2 ใบ รวมเป็นเงิน 12,000,000 (สิบสองล้านบาท) โดยไม่หักค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น รับไปเต็มๆ โดยคุณวี ฐิตาภา ธนทรัพย์ปรีชาญ์ CEO กล่าวความรู้สึกดังนี้…

         เปิดศักราชใหม่ พุทธศักราช 2569 ทางบริษัทวันดี ออนไลน์ ถือเป็นนิมิตรหมายที่ดีที่สุด โดยงวดนี้ วันที่ 17 มกราคม 2569 มีลูกค้าของวันดี เป็นผู้โชคดี ถูกสลากออนไลน์ รางวัลที่ 1 จำนวน 2 ใบ มูลค่า 12 ล้านบาท นั่นคือคุณสมศักดิ์ อยู่กรุงเทพมหานคร โดยคุณสมศักดิ์แจ้งว่า ก่อนหน้านี้ช่วงปีใหม่ได้ไปทำบุญที่วัดสวนหลวง (วัดพี่จุก) สมุทรสาคร ได้ขอพรให้ตัวเองโชคดี มีความสุข เป็นพรทั่วไปเหมือนคนอื่นๆที่ขอพรให้ตัวเอง ส่วนเงินที่ได้จากการถูกสลากออนไลน์ 12 ล้านกับทาง ”วันดี ออนไลน์“ จะนำไปปิดบ้านที่ตัวเองผ่อนอยู่ และ “คุณสมศักดิ์ยังฝากเป็นกำลังใจให้คนที่กำลังเจอเรื่องทุกข์ร้อน ไม่สบายใจทุกคน ผมขอให้ทุกคนสู้ต่อไปสักวันจะเป็นวันของเรา เหมือนผม” คุณสมศักดิ์ กล่าว…



ทาง “วันดี ออนไลน์” ขอแสดงความยินดี และดีใจกับคุณลูกค้าที่ให้อุดหนุนสลากออนไลน์ของวันดี พร้อมกันนี้ทางทางวันดี ออนไลน์ ได้ตั้งปณิธานคืนกำไรสังคมด้วยการช่วยเหลืองานกุศล โดยจะได้แจ้งความเคลื่อนไหวผ่านสื่อเป็นระยะ

ท่านใดที่อยากโชคดีแบบนี้ สามารถร่วมสนุกกับทาง “วันดีออนไลน์ เพราะทุกวันคือวันดี” ได้ที่ https://vandeelottery.com/ หรือติดตามกิจกรรมความเคลื่อนไหวได้ทุกช่องทาง อาทิ ID LINE : @vandee , https://www.facebook.com/vandeeonline , instagram.com/vandee.online และ tiktok.com/@vandeeonline



ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ยูทูป :

https://youtube.com/shorts/VvZNnLp8EiQ?si=MfVJxsb9PwDrnR7W