ขับเคลื่อนนโยบาย “รัฐมนตรีสุรศักดิ์“ กระทรวง อว. นำไทยในเวทีโลก ใช้เทคโนโลยีปรมาณูเพื่อสันติแก้ปัญหา "วิกฤตพลาสติก"


 ขับเคลื่อนนโยบาย “รัฐมนตรีสุรศักดิ์“ กระทรวง อว. นำไทยในเวทีโลก ใช้เทคโนโลยีปรมาณูเพื่อสันติแก้ปัญหา "วิกฤตพลาสติก" 

ประเทศไทยประกาศความมุ่งมั่นในการใช้ “เทคโนโลยีปรมาณูเพื่อสันติ” เป็นเครื่องมือสำคัญในการแก้ปัญหามลพิษพลาสติกที่ทวีความรุนแรงขึ้นทั่วโลก ภายในเวทีประชุม International High-Level Forum on NUTEC Plastics ซึ่งได้รับเกียรติจากประธานาธิบดีฟิลิปปินส์และผู้อำนวยการใหญ่ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) เข้าร่วมพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ ณ กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ 


ในการประชุมครั้งนี้ นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ รักษาราชการแทนเลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนประเทศไทย  กล่าวว่า ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล  ได้มอบหมายและขับเคลื่อนนโยบาย “วิทย์พิชิตภัย” ซึ่งมุ่งนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ามาแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะมลพิษจากพลาสติกที่เป็นปัญหาสำคัญของประเทศ ซึ่งประเทศไทยมีปริมาณขยะพลาสติกจำนวนมหาศาลต่อปี แต่สามารถรีไซเคิลได้เพียงส่วนน้อย ซึ่งขยะพลาสติกดังกล่าวใช้เวลาย่อยสลายนานเกือบ 1,000 ปี ส่วนหนึ่งหลุดรอดลงสู่แหล่งน้ำ แม่น้ำ และทะเล กลายเป็นไมโครพลาสติกส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ สัตว์ทะเล ความปลอดภัยด้านอาหาร และสุขภาพของประชาชน รวมถึงภาคการท่องเที่ยวของประเทศ จึงจำเป็นต้องเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังและยั่งยืน

ประเทศไทยได้เข้าร่วมโครงการของ IAEA ภายใต้ NUTEC Plastics Initiative จำนวน 5 โครงการ และได้นำลำแสงอิเล็กตรอน Electron Beam (EB) โดยสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (สทน.) มาช่วยเพิ่มคุณภาพพลาสติกรีไซเคิลและยืดอายุการใช้งาน ช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกที่จะเข้าสู่สิ่งแวดล้อม รวมถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปรมาณูเพื่อสันติร่วมกับเครื่องมือขั้นสูงในการวิเคราะห์ไมโครพลาสติกในระบบนิเวศทางทะเล และการประเมินผลกระทบของไมโครพลาสติกต่อสัตว์ทะเลเศรษฐกิจของไทยและสุขภาพประชาชน โดยสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ร่วมกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมควบคุมมลพิษ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยศิลปากร 

การดำเนินการดังกล่าวภายใต้นโยบาย รัฐมนตรีกระทรวง อว. ทำให้ประเทศไทยไทยก้าวสู่ผู้นำอาเซียนด้านการจัดการขยะทะเล นอกจากบทบาทด้านเทคโนโลยีปรมาณูเพื่อสันติ ไทยยังมีบทบาทนำในระดับภูมิภาคในการจัดทำ “ปฏิญญากรุงเทพฯ ว่าด้วยการต่อต้านขยะทะเลในอาเซียน” ซึ่งเป็นกรอบความร่วมมือสำคัญในการลดขยะทะเลของภูมิภาค

ผู้เข้าร่วมประชุมจากประเทศไทยประกอบด้วยผู้แทนจากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ มหาวิทยาลัยศิลปากร และสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ

โดยหัวหน้าคณะผู้แทนไทย ได้กล่าวเน้นย้ำในเวทีโลกว่า ประเทศไทยพร้อมสนับสนุนและผลักดันการดำเนินงานภายใต้ NUTEC Plastics Initiative อย่างต่อเนื่อง เพราะเชื่อมั่นว่าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีปรมาณูเพื่อสันติสามารถช่วยแก้ปัญหาพลาสติกได้ครบวงจร ตั้งแต่การรีไซเคิลไปจนถึงการติดตามมลพิษทางทะเล นำไปสู่เป้าหมาย “สิ่งแวดล้อมสะอาด ปราศจากมลพิษ ประชาชนสุขภาพดีปลอดภัยอย่างยั่งยืน”





Gofive คว้ารางวัล นวัตกรรมแห่งชาติ ประจำปี 2568 ด้านองค์กรนวัตกรรมดีเด่น จาก NIA

 


Gofive ได้รับการยกย่องเป็นองค์กรนวัตกรรมดีเด่น ประเภทวิสาหกิจขนาดใหญ่และวิสาหกิจขนาดกลาง จากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ สะท้อนความมุ่งมั่น ในการสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา Gofive ได้รับโล่รางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ ประจำปี 2568 ด้านองค์กรนวัตกรรม ประเภทวิสาหกิจขนาดใหญ่และวิสาหกิจขนาดกลาง จากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA รางวัลอันทรงเกียรติครั้งนี้จัดขึ้นเนื่องในวันนวัตกรรมแห่งชาติ (5 ตุลาคม) เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในฐานะ "พระบิดาแห่งนวัตกรรมไทย" และเพื่อยกย่องเชิดชูองค์กรที่ริเริ่มสร้างสรรค์นวัตกรรมที่สร้างคุณค่าและผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและประเทศชาติ



ความมุ่งมั่นและความเชี่ยวชาญ สู่การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

การได้รับรางวัลองค์กรนวัตกรรมดีเด่นในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัท Gofive ในการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยนำความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ ความเชี่ยวชาญในการพัฒนานวัตกรรม มาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างคุณค่าและสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กร ตามกรอบการพัฒนาศักยภาพนวัตกรรมองค์กร (Innovation Organization Model: IOM) ของ NIA

นวัตกรรมคือหัวใจของการทำงาน

 Gofive ให้ความสำคัญกับนวัตกรรมในทุกขั้นตอนการทำงาน ตั้งแต่กระบวนการคิด การพัฒนา การผลิต การวิจัย ไปจนถึงการนำเสนอโซลูชันให้กับลูกค้า โดยมีแนวทางการทำงานที่เน้นนวัตกรรมเป็นศูนย์กลาง ดังนี้ 

การวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง : Gofive ลงทุนในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดและความต้องการของลูกค้า โดยมีทีมผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรม ที่มุ่งสร้างสรรค์และผลักดันนวัตกรรมไทยไปสู่มาตรฐานสากล

การทำงานแบบ Agile และ Design Thinking : องค์กรนำแนวคิดการทำงานแบบยืดหยุ่นและเน้นผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง มาปรับใช้ในทุกกระบวนการการทำงาน เพื่อสร้างนวัตกรรมที่ตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้า โดยมุ่งเน้นการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ ให้ได้โซลูชันที่มีประสิทธิภาพสูงสุด สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและโลกธุรกิจ

การสร้าง Ecosystem : Gofive  สร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ส่งเสริมให้พนักงานทุกคนมีส่วนร่วมในการคิดค้นและพัฒนานวัตกรรม พร้อมเปิดกว้างสำหรับการทำงานร่วมกับพันธมิตรและผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขา ให้ได้โซลูชันที่ครบวงจรและมีประสิทธิภาพสูงสุด

การนำเสนอโซลูชันที่ตอบโจทย์ธุรกิจ : Gofive ไม่เพียงแค่พัฒนาเทคโนโลยี แต่ยังมุ่งเน้นการนำเสนอนวัตกรรมที่สามารถประยุกต์ใช้จริงและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจของลูกค้า ด้วยการทำความเข้าใจความท้าทายเฉพาะของแต่ละอุตสาหกรรม และออกแบบโซลูชันที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะตัวของแต่ละธุรกิจ



แรงบันดาลใจเพื่ออนาคต

คุณจุติพันธุ์ มงคลสุธี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โกไฟว์ จำกัด กล่าวว่า การทำงานของ Gofive มีความเฉพาะตัวและแตกต่างในแบบของเรา ซึ่งในหลายครั้งอาจก่อให้เกิดคำถาม แต่การได้รับรางวัล NIA Award 2025 ในครั้งนี้ ถือเป็นหลักฐานสำคัญที่ยืนยันว่าเส้นทางที่เราเลือกเดินนั้นถูกต้อง และสะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าของแนวทางการทำงานที่แตกต่างอย่างสร้างสรรค์

รางวัลนี้เป็นผลลัพธ์จากความใส่ใจ ความมุ่งมั่น และความตั้งใจของทีมงานทุกคน ที่ร่วมกันสร้างผลงานให้ออกมาดีที่สุด เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับการยอมรับจากองค์กรชั้นนำด้านนวัตกรรมของประเทศ และอยากให้ความสำเร็จในครั้งนี้ กลายมาเป็นแรงบันดาลใจในการก้าวต่อไปเพื่อสร้างสรรค์ผลงานที่โดดเด่นและเป็นนวัตกรรมเพื่ออนาคต

Gofive มุ่งมั่นสู่การเป็นองค์กรผู้นำด้านนวัตกรรม ที่สร้างคุณค่าให้แก่ลูกค้า สังคม และประเทศชาติ พร้อมยกระดับมาตรฐานธุรกิจไทยด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทัดเทียมในระดับสากล




Thai-BISPA จัดงานประจำปี Thai-BISPA Day 2025 รวมพลังเครือข่ายผู้ขับเคลื่อนนวัตกรรมจากทั่วประเทศ

 


เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2568 สมาคมหน่วยบ่มเพาะธุรกิจและอุทยานวิทยาศาสตร์ไทย (Thai Business Incubators and Science Parks Association: Thai-BISPA) ได้จัดการประชุมสัมมนาและนิทรรศการประจำปี Thai-BISPA Day 2025 ณ ห้อง Lumphini Grand Hall ชั้น 10 โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ลุมพินี กรุงเทพมหานคร

งานปีนี้จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “THAILAND’S NEXT INNOVATION FORCE - People Who Drive Innovation” สะท้อนถึงความสำคัญของบุคลากรด้านการจัดการนวัตกรรม (Innovation Management Professionals) และผู้ทำหน้าที่เป็นตัวกลางด้านนวัตกรรม (Innovation Intermediaries) ในฐานะกลไกเชิงกลยุทธ์ที่ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง โดยบุคลากรกลุ่มนี้ทำหน้าที่สนับสนุนธุรกิจนวัตกรรม (Innovation-Driven Enterprises) ไม่ว่าจะเป็นสตาร์ทอัพ เอสเอ็มอี หรือองค์กรขนาดใหญ่ ด้วยกลไกการถ่ายทอดองค์ความรู้และการให้คำปรึกษา ตลอดจนการเชื่อมโยงระบบนิเวศนวัตกรรม ทางสมาคมฯ ได้เปิดตัวแพลตฟอร์ม iLEAP (Innovation Leadership & Excellence Advancement Platform) แพลตฟอร์มที่จะเร่งการส่งเสริมศักยภาพและสร้างนักจัดการนวัตกรรมมืออาชีพแบบก้าวกระโดด



รศ.ดร. กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย นายกสมาคมฯ เปิดเผยว่า “สมาคม Thai-BISPA เป็นศูนย์กลางเครือข่ายของกิจกรรมบ่มเพาะธุรกิจและอุทยานวิทยาศาสตร์ไทย ในการพัฒนาและส่งเสริมวิสาหกิจใหม่ให้เกิดขึ้นในประเทศและในระดับสากล ปีนี้ถือเป็นปีที่ 16 ของสมาคมฯ ที่มีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างศักยภาพกลไกสนับสนุนการใช้องค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สู่แนวทางปฏิบัติที่เหมาะสม ตอบสนองโอกาสและความท้าทาย อันจะนำไปสู่การสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในที่สุด”


ดร. สุวิทย์ คุณกิตติ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ประธานบริหารบริษัท Origgin Ventures Thailand กล่าวถึงความร่วมมือระหว่าง Origgin Ventures Thailand และสมาคม Thai-BISPA ความร่วมมือที่มุ่งเสริมสร้างระบบนิเวศด้านนวัตกรรมและการพาณิชย์เทคโนโลยีของประเทศไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยสุนทรพจน์นี้จะกล่าวถึงแนวทางที่ทั้งสององค์กรจะร่วมมือกันในการสนับสนุนการสร้างธุรกิจเทคโนโลยีงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยและภาคเอกชน การพัฒนาขีดความสามารถด้านการพาณิชย์ทรัพย์สินทางปัญญาและการสร้างกิจการใหม่ การเชื่อมโยงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในเครือข่ายนวัตกรรม และการเปิดโอกาสให้สตาร์ทอัพและเทคโนโลยีของไทยก้าวสู่ระดับภูมิภาคและนานาชาติ


ภายในงานมีพิธีลงนามความร่วมมือ ระหว่างสมาคมฯ กับ Origgin Ventures Thailand การเปิดตัวผู้เข้าร่วมโครงการ University Venture Creation Program (UVC Program) ซึ่งเป็นโครงการที่มีเป้าหมายเพื่อยกระดับความสามารถสถาบันอุดมศึกษาในการถ่ายทอดงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์ เสริมสร้างศักยภาพด้านการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญาและเกิดการพัฒนาธุรกิจเทคโนโลยีที่ประสบความสำเร็จ และเป็นปีแรกที่ Thai-BISPA ร่วมมือกับ Sustainism Initiatives มอบประกาศนียบัตร INNO For Sustain ซึ่งเป็นการเชิดชูนวัตกรรมที่โดดเด่นด้านความยั่งยืน

นอกจากจะมีการออกบูธของหน่วยงานเครือข่ายสมาชิกแล้ว ทางสมาคมฯ ยังได้ร่วมกับหน่วยงานสมาชิกกิตติมศักดิ์ บริษัท CP All จำกัด (มหาชน) ในการจัดกิจกรรม Business Matching เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการในเครือข่ายอีกด้วย

เป็นประจำทุกปีสำหรับรางวัล Thai BISPA Awards ที่ปีนี้ ทางสมาคมฯ พร้อมเงินรางวัลมูลค่ากว่า 100,000 บาท มอบแก่ผู้ประกอบการที่มีศักยภาพโดดเด่นในการพัฒนาธุรกิจและนวัตกรรม สามารถสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยรางวัลชนะเลิศผู้ประกอบการดีเด่น (Best Incubatee Award) ได้แก่ บริษัท สไปก์ อาร์ชิ เทคโทนิคส์ จำกัด และ บริษัท สาติ จำกัด และทางสมาคมฯ ยังร่วมแสดงความยินดีแก่ผู้ประกอบการที่คว้ารางวัลจาก AABI Awards ประจำปี 2025 จัดขึ้นโดยสมาคมหน่วยบ่มเพาะธุรกิจเอเชีย เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2025 ที่ผ่านมา ณ เมืองซูราการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย โดยปีนี้ประเทศไทยมีผู้ประกอบการที่ได้รับรางวัลถึง 2 รางวัล ประกอบด้วย รางวัล AABI Torch Award for Best Nominee (Thailand) คือ บริษัท พีทูเอ อินโนเวชั่น จำกัด  และ รางวัล AABI Torch Award for Internationalization คือบริษัท แน็พ ไบโอเทค จำกัด

เพื่อเป็นการส่งเสริมระบบนิเวศนวัตกรรมของประเทศไทย ในการนี้ ทางสมาคมฯ ได้มอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่หน่วยงานภาครัฐที่มีบทบาทสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในกับผู้ประกอบการและนวัตกรรมของไทย จำนวน 4 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) กองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม และอุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

กิจกรรมในครั้งนี้ นับเป็นช่องทางในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เชื่อมโยงเครือข่ายนวัตกรรม เพื่อร่วมสร้างสรรค์ธุรกิจนวัตกรรมของประเทศไทยสู่เวทีระดับสากล


สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.thaibispa.or.th



ผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าทวงถามสิทธิผู้บริโภค ลั่น “บุหรี่ไฟฟ้า”อาจถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง

 


เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2568 เกี่ยวกับแนวทาง “แบน” บุหรี่ไฟฟ้าเพื่อปกป้องสิทธิด้านสุขภาพของชาวไทย โดยย้ำว่าอย่าเห็นบุหรี่ไฟฟ้าเป็นเครื่องมือทางการเมือง และละเลยการคุ้มครองสิทธิผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าที่เป็นผู้บริโภคในการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ทางเลือกที่มีอันตรายน้อยกว่า

มติครม. ดังกล่าวเกิดขึ้นหลัง กสม. เสนอให้มีการจัดการบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศอย่างเข้มงวด เพื่อปกป้องสิทธิด้านสุขภาพของประชาชน เนื่องจากพบการระบาดหนักในกลุ่มเด็กและเยาวชน โดยเน้นไปที่การ “แบน” ห้ามนำเข้า ห้ามจำหน่าย ห้ามทำการตลาด และปิดช่องว่างทางกฎหมายใน พ.ร.บ. ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ 2560 ให้ครอบคลุมสินค้ารูปแบบใหม่และการขายออนไลน์

นายอาสา ศาลิคุปต แกนนำกลุ่มลาขาดควันยาสูบ (ECST) ได้ออกมาโต้แย้งมตินี้ โดยชี้ว่าบุหรี่ไฟฟ้ากำลังถูกใช้เป็น “เครื่องมือสร้างภาพทางการเมือง” เพื่อสร้างผลงานให้รัฐบาลมากกว่าจะทำเพื่อปกป้องสิทธิประชาชนอย่างแท้จริง นายอาสาเปรียบเทียบกับสมัยรัฐบาลเพื่อไทยว่า “ในยุครัฐบาลที่แล้วก็มีการปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเข้มงวด นำเสนอข่าวทุกวัน แม้แต่การจับกุมชิ้นเดียวก็เป็นข่าวใหญ่ได้ การที่รัฐบาลชุดนี้ที่เข้ามาในช่วงเปลี่ยนผ่านเพียงไม่กี่เดือน นำนโยบายเก่า ๆ กลับมารีไซเคิล และบุหรี่ไฟฟ้าก็เป็นหนึ่งในนั้น สะท้อนว่านี่คือการหาทางสร้างผลงานทางการเมืองแบบเดิม ๆ แต่ไม่แก้ปัญหาในระยะยาว”

นายอาสาตั้งคำถามถึงบทบาทของ กสม. ในครั้งนี้ว่า “ใครอยู่เบื้องหลังการผลักดันประเด็นนี้” และเหตุใดถึงให้คณะกรรมการไม่กี่คนที่ไม่ยึดโยงกับประชาชนมาตัดสินใจในเรื่องที่มีผลต่อชีวิตคนเกือบ 10 ล้านคน ในเมื่ออ้างว่าอยากปกป้องสิทธิด้านสุขภาพของประชาชน แต่ทำไมกลับเพิกเฉยต่อสิทธิของผู้สูบบุหรี่ที่จะได้เข้าถึงผลิตภัณฑ์ทางเลือกที่หลายประเทศยอมรับว่ามีอันตรายน้อยกว่า และถูกควบคุมอย่างถูกกฎหมายแล้วใน 91 ประเทศทั่วโลก

นอกจากนี้ นายอาสายังชี้ให้เห็นว่า “สภาผู้แทนราษฎรเคยให้ความเห็นชอบรายงานจากคณะกรรมาธิการวิสามัญที่ศึกษาเรื่องบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งเป็นคณะที่รวบรวมความเห็นจากทั้งฝ่ายสนับสนุน ฝ่ายสุขภาพ ทุกพรรคการเมืองทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล ที่เสียงส่วนใหญ่สนับสนุนให้มีการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าอย่างถูกต้องตามกฎหมายภายใต้มาตรการที่เข้มงวด เพราะทุกคนก็อยากปกป้องเด็กและเยาวชน ซึ่งได้ผ่านการรับรองจากสภาฯ ส่งต่อให้ ครม. ตั้งแต่เดือนมีนาคมแล้ว แต่กลับถูกดองไว้อย่างเงียบเชียบ ขณะเดียวกันข้อเสนอของ กสม. กลับลัดคิวเข้าพิจารณาในชั้น ครม. ได้อย่างรวดเร็วผิดปกติ ซึ่งหาก ครม. พิจารณาข้อเสนอแบนแล้ว ก็ควรพิจารณาข้อเสนอของ กมธ. ที่ศึกษามาเป็นปีด้วย เพื่อให้เป็นการพิจารณาเพื่อปกป้องสิทธิมนุษยชนอย่างแท้จริง”


นายอาสาสรุปทิ้งท้ายอย่างหนักแน่นว่า ตราบใดที่รัฐบาลทุกสมัยยังคงเห็นบุหรี่ไฟฟ้าเป็นเพียง “เครื่องมือทางการเมือง” เอาไว้จับโชว์ สร้างภาพว่าเป็นรัฐบาลที่มีความสามารถใส่ใจสังคม โดยไม่ยอมควบคุมอย่างถูกต้องและคุ้มครองสิทธิทั้งของผู้สูบบุหรี่และไม่สูบสูบบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้าก็จะไม่มีทางถูกจัดการอย่างเหมาะสมได้ เพราะยิ่งปราบปราม ตลาดมืดก็จะยิ่งเข้ามามากขึ้น เพราะตราบใดที่ยังมีความต้องการ ตลาดมืดก็จะปรับตัวหาช่องทางใหม่ ๆ ให้ของมีอยู่ในไทยได้ตลอด สุดท้ายก็ไม่สามารถควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์ กลับยิ่งส่งผลร้ายต่อสุขภาพ สังคม และเศรษฐกิจของประเทศ




🇹🇭“#ปัจฉิมนิเทศหลักสูตรผู้นำพลังอำนาจแห่งชาติ (พอช.) รุ่นที่ 2 รวมผู้นำทุกภาคส่วน #ร่วมสร้างเครือข่ายขับเคลื่อนประเทศ”

 


📌เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2568 ณ โรงแรม Bangkok Marriott Hotel Sukhumvit 57 ได้จัดพิธีปัจฉิมนิเทศหลักสูตรผู้นำพลังอำนาจแห่งชาติ (พอช.) รุ่นที่2โดยมี ศ.พล.ต.ต.ดร.ชัชนันท์ ลีระเติมพงษ์ #ประธานหลักสูตรผู้นำพลังอำนาจแห่งชาติ (พอช.)กล่าวเปิดงาน พร้อมด้วย ดร.บุษรา วงศ์รักศักดิ์ #ผู้อำนวยการหลักสูตร และ ดร.บุษรา ทองอินทร์ #รองผู้อำนวยการหลักสูตร คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ พล.อ.อาชวินทร์ เศวตเศรนี Dr.Alan Lim ประธานรุ่นที่ 2 และ ผู้บริหารระดับสูงจากหลากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคสังคม ตลอดจนนักการเมือง ซึ่งเป็นผู้เข้าอบรมหลักสูตรดังกล่าวร่วมงานอย่างคับคั่ง สะท้อนถึงความสำเร็จของหลักสูตรในการสร้างเครือข่ายผู้นำที่หลากหลายและทรงพลัง 

❇️นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอผลงานวิชาการจากผู้เข้าอบรม และพิธีมอบโล่เกียรติคุณ แสดงถึงการยกระดับองค์ความรู้และการพัฒนาภาวะผู้นำ #เพื่อเชื่อมโยงความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่างทุกภาคส่วนเพื่อประเทศชาติ


❇️ในช่วงค่ำ นายกร ทัพพะรังสี #อดีตรองนายกรัฐมนตรี ได้ขึ้นกล่าวโอวาทและแสดงความยินดี ร่วมด้วย พลเอกอาชวินทร์ เศวตเศรณี #ประธานรุ่นกิตติมศักดิ์ พอช.รุ่น 2 ที่มาร่วมงานอย่างอบอุ่น บรรยากาศปิดท้ายด้วยการแสดงจากผู้เข้าอบรมรุ่นที่ 2 คอนเสิร์ต BEN SILLY FOOLS และ Live Band & Karaoke ที่สร้างสีสันและความทรงจำประทับใจ

✅️ทั้งนี้ ในบรรดาผู้สำเร็จการศึกษา มี คุณรัฐศักดิ์ สุขยิ่ง ผู้บริหาร #บริษัทชไนเดอร์ลิฟท์(ประเทศไทย)จำกัด ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เข้าร่วมอบรมหลักสูตรรุ่นที่ 1 รุ่นที่ 2 ตอกย้ำถึงบทบาทสำคัญของภาคธุรกิจเอกชนที่เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาภาวะผู้นำ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการขับเคลื่อนประเทศ โดยคุณรัฐศักดิ์ สุขยิ่ง ได้เปิดเผยถึงองค์ความรู้และประสบการณ์จากการเข้าร่วมอบรมในหลักสูตรผู้นำพลังอำนาจแห่งชาติ (พอช.) โดยกล่าวว่า

❇️“ความเป็นผู้นำมิได้เกิดจากการครอบครอง หากแต่อยู่ที่การแบ่งปัน ผู้นำไม่จำเป็นต้องมีผู้ใต้บังคับบัญชามากมาย แต่คือผู้ที่สามารถสร้างรอยยิ้มและความสุขแก่ผู้อื่นได้ การเป็นผู้นำที่ดี คือการส่งเสริมให้สังคมมีการแบ่งปัน และการพัฒนาที่ยั่งยืน #เพื่อส่วนรวมประเทศชาติและพระศาสนา”

❇️โดยหลักสูตรดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมองค์ความรู้พัฒนาภาวะผู้นำและสร้างภาคีเครือข่ายความร่วมมือระหว่างผู้บริหารระดับสูงจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคสังคม โดยมุ่งหวังให้เกิดการบูรณาการศักยภาพเพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติ


📌พิธีปัจฉิมนิเทศในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการสร้างเครือข่ายผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ พร้อมขับเคลื่อนสังคมและประเทศชาติไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน‼️

#บริษัทชไนเดอร์ลิฟประเทศไทยจำกัด




Kumwell ร่วมงาน TEMCA M&E EXPO 2025 กับ สมาคมช่างเหมาไฟฟ้าและเครื่องกลไทย

 

Kumwell  ร่วมงาน TEMCA M&E EXPO 2025 กับ สมาคมช่างเหมาไฟฟ้าและเครื่องกลไทย

Kumwell ร่วมออกบูธในงาน  TEMCA M&E EXPO THAILAND 2025  เมื่อวันที่ 22–23 สิงหาคม 2568 ณ Royal Cliff Hotels Group พัทยา จัดโดย สมาคมช่างเหมาไฟฟ้าและเครื่องกลไทย (TEMCA)


ในปีนี้ บริษัท คัมเวล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยบริษัท ซีทีเอ เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ โซลูชั่นส์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือได้นำเสนอ ผลิตภัณฑ์ นวัตกรรม ด้านระบบป้องกันฟ้าผ่า ระบบแจ้งเตือนฟ้าผ่าอัจฉริยะ เทคโนโลยีพยากรณ์ฝน และโซลูชันด้านความปลอดภัยอย่างครบวงจร ที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของ บ้านพักอาศัย อาคารสำนักงาน และโรงงานอุตสาหกรรม โดยได้เน้นย้ำถึงความปลอดภัยของการใช้อุปกรณ์ป้องกันฟ้าผ่าที่ได้มาตรฐาน มอก.รายแรกของประเทศไทยสำหรับผลิตภัณฑ์ Ground Rod เพื่อร่วม “สร้างสรรค์คุณค่าความปลอดภัยสู่สังคม” พร้อมจัดโปรโมชั่นพิเศษ “Kumwell Grounding Box Set ” ชุดติดตั้งระบบต่อลงดิน ครบชุดภายในกล่องเดียว ให้กับลูกค้าผู้เข้าชมงาน ซึ่งได้รับความสนใจและตอบรับเป็นอย่างดี 

ข้อมูลเพิ่มเติม

www.kumwell.com






"กระบี่เย้ยยุทธจักร 3" เปิดจริง 1 ก.ค.68 นี้! เล่นได้ทั้งมือถือ-พีซี ฟาร์มมัน รบมัน ยุทธภพลุกเป็นไฟแน่นอน!

 


ยุทธภพเตรียมสั่นสะเทือน! วันนี้ "กระบี่เย้ยยุทธจักร 3" เกม MMORPG กำลังภายในฟอร์มยักษ์ แห่งปี จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ ณ MBK ชั้น 6 พร้อมประกาศระเบิดความมันให้จอมยุทธ์ทั่วประเทศ 1 กรกฎาคม 2568 นี้ สัมผัสบทใหม่ของตำนานที่พร้อมปลุกยุทธภพให้ลุกเป็นไฟ โลกงดงาม เรื่องราวเข้มข้น จัดเต็มทุกอรรถรส

คุณชลนรา นิวาทวงษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ EXP Up/คุณชลนรา นิวาทวงษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ EXP Up กล่าวว่า "เราตั้งใจนำ Swordsman 3 มามอบประสบการณ์ที่ดี ที่สุดให้ผู้เล่นชาวไทย โดยใช้ทีมงานคนไทยที่เข้าใจความต้องการและวัฒนธรรมการเล่นของเกมเมอร์ไทยเป็นอย่างดีต่าง จากบริษัทต่างชาติที่อาจมองข้ามรายละเอียดสำคัญเหล่านี้ เราเชื่อมั่นว่าการบริการด้วยหัวใจคนไทย เพื่อคนไทย จะทำให้ Swordsman 3 เป็นเกมที่ผู้เล่นทุกคนรักและภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธภพนี้"

ตัวเกมรองรับ Cross-platform ลุยยุทธภพได้อิสระทั้งบน PC และมือถือ ฟาร์มเพลินบนจอใหญ่ หรือนอนเล่นชิลล์ๆ บนมือถือ ทุกไอดีเชื่อมต่อไร้รอยต่อ ผจญภัยต่อเนื่องไม่มีสะดุด "กระบี่เย้ยยุทธจักร 3" ให้อิสระการเล่นเต็มที่ ตอบโจทย์ทุกสไตล์ ไม่ว่าจะสายชิลล์ที่ชอบสำรวจโลก ทำเควสต์อัตโนมัติ เก็บสมบัติ ขี่พาหนะสุดเท่ ใช้ วิชาตัวเบา เหินเวหา หรือแช่น้ำพุร้อน ส่วนสายฮาร์ดคอร์ก็มีทั้งการ ไต่แรงก์ชิงความเป็นหนึ่ง, พัฒนาตัวละคร, นำกิลด์เข้าสู่ สงครามกิลด์และสงครามเซิร์ฟเวอร์ สุดเดือด หรือ ตะลุยดันเจี้ยนและหอคอยสุดหิน ระบบชดเชยช่วยให้ตามเพื่อนทันแม้ไม่ค่อยมีเวลา

เนรมิตจอมยุทธ์ในฝันอย่างอิสระด้วยระบบ ปรับแต่งตัวละคร ที่ละเอียด ปรับได้ทั้งหน้าตา ผิว สีตา ทรงผม รอยแผล หรือรอยสัก พร้อมแฟชั่นหลากหลายให้เลือกมิกซ์แอนด์แมทช์


เลือกเส้นทางยุทธ์จาก 11 สำนักดัง จากโลกกิมย้ง แต่ละสำนักมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และมีระบบ สายรอง ให้สลับเปลี่ยนสำนักได้ตามใจชอบ ไม่ต้องกลัวเลือกผิดพลาด เกมมีทั้งระบบ PvE สุดท้าทายด้วยกลไกดันเจี้ยนและบอสเฉพาะตัว และระบบ PvP สุดเดือดในยุทธภพที่ไม่มีคำว่าปรานี ตั้งแต่ดวล 1v1 ไปจนถึงสงครามข้ามเซิร์ฟเวอร์!

จอมยุทธ์สายฟรีเตรียมรวย! เกมมาพร้อม ระบบเศรษฐกิจเสรี แลกเปลี่ยนไอเทมและทรัพยากรกันเอง หรือเปิดร้านขายของผ่าน ตลาดกลาง ได้เลย ไอเทมพิเศษจากกิจกรรมกิลด์เข้าสู่ ตลาดประมูล ผู้เล่นสามารถร่วมประมูล และยังได้รางวัลปันผลแม้ประมูลไม่ชนะ แค่ขยันฟาร์มและค้าขายก็รวยได้ไม่ยาก

เกมกินพื้นที่เพียง 10 GB แต่คอนเทนต์อัดแน่น อัปเดตตลอดปี 2568 มีกิจกรรมหลากหลายไม่เบื่อ ทั้งปลูกผัก (ระวังโดนขโมย!), ล่าสมบัติ, เล่นดนตรี หรือมินิเกมในโหมดสวนสนุก ระบบไกด์ไลน์ ในเกมก็ช่วยแนะนำให้เข้าใจง่าย UI สวยงามใช้งานสะดวก

"กระบี่เย้ยยุทธจักร 3" คือสุดยอด MMORPG กำลังภายในสุดคลาสสิกที่ห้ามพลาด ดำดิ่งสู่โลกวรรณกรรมจีนที่มีชีวิตชีวาตั้งแต่แรกสัมผัส และที่สำคัญ ทีมงานไทยดูแลเอง เข้าใจคอเกมชาวไทยเป็นอย่างดี


เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเดินทางครั้งยิ่งใหญ่ใน "กระบี่เย้ยยุทธจักร 3" แล้วเจอกัน 1 กรกฎาคมนี้!

ดาวน์โหลดและลงทะเบียนล่วงหน้าได้แล้ววันนี้ >> https://swordsman3.onelink.me/g8lf/news\



สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ทอดพระเนตรนิทรรศการ “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ ๒๕๖๘”


สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์ ทรงเปิดงาน "มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ ๒๕๖๘ (Thailand Research Expo 2025)" โดย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายในระบบวิจัย จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องกว่า ๒ ทศวรรษ ภายใต้แนวคิด “Research for All : เชื่อมต่ออนาคตไทยด้วยวิจัยและนวัตกรรม” โดย ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ พร้อมด้วยผู้บริหาร นักวิจัย เฝ้ารับเสด็จฯ ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ

ในโอกาสนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จทอดพระเนตรการแสดงนวัตกรรมโดรนแปรอักษร และทรงเยี่ยมชมการแสดงนิทรรศการและผลงานภายในงาน ประกอบด้วย นิทรรศการน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ ๙ ผู้ทรงเป็น “พระบิดาแห่งการวิจัยไทย”, นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๑๐, นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ เจริญพระชนมายุ ๗๐ พรรษา วันที่ ๒ เมษายน ๒๕๖๘, นิทรรศการ ๕๐ ปี ความสัมพันธ์ไทย – จีน ตลอดจนผลงานวิจัยจากสถาบันต่าง ๆ ที่มาจัดแสดงภายในงาน 


โดยมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ ๒๕๖๘ (Thailand Research Expo 2025) จัดขึ้นระหว่างวันที่ ๑๖ - ๒๐ มิถุนายน ๒๕๖๘ ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ ชั้น ๒๒ - ๒๓ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ



BOOCHA (ปู้ฉะ) ธุรกิจแฟรนไชส์มาแรงปี 2025 ตั้งเป้าขยาย 100 สาขาทั่วประเทศ !

 


หลายคนบอกช่วงนี้เศรษฐกิจแย่ ค้าขายซบเซา แต่ธุรกิจน้องใหม่อย่าง BOOCHA(ปู้ฉะ) ร้านชาของคนเจนใหม่ กลับปังไม่หยุด ! เพราะทันทีที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนกันยายน 2567 ชื่อของ BOOCHA(ปู้ฉะ) ก็กลายเป็นกระแสในบนโลกโซเชียล ฮิตติดเทรนด์จนปัจจุบันขยายร้านไปแล้วถึง 5 สาขาในทำเลทอง เช่น One Bangkok, All Season, บรรทัดทอง และยังตั้งเป้าจะขยายเพิ่มถึง 100 สาขาทั่วประเทศภายในปีนี้ด้วย

ความนิยมที่พุ่งไม่หยุดของ BOOCHA(ปู้ฉะ) ไม่ได้มาจากเทรนด์รักสุขภาพที่กำลังมาแรงเพียงอย่างเดียว แต่เป็นแนวคิดที่ผสานทั้งความอร่อย สุขภาพ และไลฟ์สไตล์ที่ทันสมัยไว้ในแก้วเดียว โดยนำเสนอเมนูน้ำผลไม้ปั่นผสมชาที่อร่อย ดื่มง่าย ได้ประโยชน์จากผลไม้แท้ๆ ที่ไม่ได้ผ่านการแช่แข็ง เช่น เมนู Strawberry Milk Frappe Boba, Mango Milk Frappe Boba, Avocado Milk Frappe Boba, Mango & Durian Milk Frappe Boba 

คุณกุลณรีย์ จันทร์อารี ผู้บริหาร เปิดเผยถึงซิกเนเจอร์ของร้านว่าคือ “เม็ดโบบา” ท็อปปิ้งสุดพิเศษ รสชาติหวานหอม ดื่มแล้วสดชื่น เหมาะกับอากาศร้อนของเมืองไทย ทำจากธัญพืชและบุก เช่น โบบาถั่วแดง, โบบามะพร้าว, โบบาข้าวโอ๊ต, โบบาแห้ว, โบบาข้าวเหนียวแดง เนื้อสัมผัสนุ่มเด้ง เคี้ยวกรุบหนุบหนับ ดีต่อสุขภาพมากกว่าไข่มุกธรรมดา นอกจากนี้ ยังสามารถเพิ่มท็อปปิ้งอื่นๆ เช่น บุก กลีบส้มโอแดง เนื้อมะม่วง ฯลฯ ได้ตามชอบ


ขณะที่ คุณ เกียรติภูมิ บัวสุก ผู้บริหาร กล่าวถึงจุดเด่นของ BOOCHA(ปู้ฉะ) ว่า มีดีไซน์แพ็กเกจแบบกระป๋องสุดชิค ถือดื่มง่าย ใช้เป็นพร็อพถ่ายรูปก็เก๋ ซื้อเป็นของฝากก็ดูดี ลูกค้าที่กดสั่งเดลิเวอรี่ก็สบายใจได้เลยว่าไม่หกเลอะเทอะแน่นอน ที่สำคัญคือราคาสบายกระเป๋า เข้าถึงได้ทั้งวัยเรียนและวัยทำงาน เพียงแก้วละ 59 - 139 บาทเท่านั้น

BOOCHA(ปู้ฉะ) จึงไม่ใช่แค่แบรนด์เครื่องดื่มที่ถูกใจคนกินเท่านั้น แต่ยังเป็นแฟรนไชส์ที่น่าลงทุนสำหรับคนที่กำลังมองหาธุรกิจ หรืออาชีพเสริมในยุคที่การแข่งขันสูงเช่นนี้ ด้วยจุดแข็งของแบรนด์ที่ใช้วัตถุดิบไม่ซ้ำใครในท้องตลาด และมีการพัฒนาเมนูใหม่ๆ อยู่เสมอ จึงช่วยสร้างความได้เปรียบเหนือคู่แข่ง นอกจากนี้ยังใช้วัตถุดิบที่ผ่านการคัดสรรอย่างพิถีพิถัน และนำเข้าโดยตรงจากแหล่งผลิตชั้นนำ ซึ่งทางแบรนด์บินไปดีลกับโรงงานในประเทศจีนด้วยตัวเอง ทำให้สามารถควบคุมคุณภาพและต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพียงมีเงินทุนเริ่มต้น 500,000 บาท คุณก็สามารถเป็นเจ้าของธุรกิจที่พร้อมคืนทุนได้ภายใน 10 - 12 เดือน และสร้างกำไรได้อย่างยั่งยืน สนใจแฟรนไชส์ โทร. 096-194-9114, 099- 965-3946, 088-982-3516 หรืออีเมล boocha.thailand@gmail.com





สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเปิดงาน มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ ๒๕๖๘


สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเปิดงาน มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ ๒๕๖๘ 

วันศุกร์ที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๖๘ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์ ทรงเปิดงาน "มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ ๒๕๖๘ (Thailand Research Expo 2025)" และพระราชทานพระราชวโรกาสให้ผู้บริหารหน่วยงานและนักวิจัยเจ้าของผลงานต่าง ๆ เข้ารับพระราชทานรางวัลและเกียรติบัตร ในปีนี้ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดงานขึ้นภายใต้แนวคิด “Research for All : เชื่อมต่ออนาคตไทยด้วยวิจัยและนวัตกรรม” โดยมี ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ พร้อมด้วยผู้บริหาร นักวิจัย เฝ้ารับเสด็จฯ ณ ห้องเวิลด์บอลรูม ชั้น ๒๓ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ


ในการนี้ได้พระราชทานถ้วยรางวัลผลงานวิจัยแก่นักวิจัยประเภท Platinum Award จำนวน ๒ รางวัล ได้แก่ 

- กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ผลงาน “นวัตกรรมตำรับยาจากกระท่อมสมุนไพรเศรษฐกิจทางการแพทย์แผนไทยเพื่อบำบัดผู้เสพติดบุหรี่ในระบบบริการสาธารณสุข“ 

- สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ผลงาน “อุปกรณ์ตรวจวัดสภาพอวกาศ (Moon Aiming Thai-Chinese Hodoscope - MATCH) ที่จะร่วมติดตั้งไปกับยานสำรวจอวกาศฉางเอ๋อ ๗ สำหรับสำรวจสภาพอวกาศโดยรอบของดวงจันทร์ ภายใต้โครงการสถานีวิจัยนานาชาติบนดวงจันทร์ (International Lunar Research Station : ILRS)“ 


จากนั้นพระราชทานรางวัลเกียรติบัตร นักวิจัยศักยภาพสูง ประจำปี ๒๕๖๘ จำนวน ๓ ราย ได้แก่ 

๑.ศาสตราจารย์ ดร.ชัย จาตุรพิทักษ์กุล

๒.ศาสตราจารย์ ดร.สุวบุญ จิรชาญชัย

๓.ศาสตราจารย์ แพทย์หญิง ดร.ณัฏฐิยา หิรัญกาญจน์ 

รางวัลเกียรติบัตรศาตราจารย์วิจัยดีเด่น วช. ประจำปี ๒๕๖๘ จำนวน ๑ ราย ได้แก่ ศาสตราจารย์ ดร.ธนาภัทร ปาลกะ 

และรางวัลเกียรติบัตรเมธีวิจัยอาวุโส วช. ประจำปี ๒๕๖๘ จำนวน ๑๐ ราย ได้แก่ 

๑.ศาสตราจารย์ ดร.ณรงค์ฤทธิ์ ธรรมบุตร

๒.ศาสตราจารย์ ดร.ชาติ เจียมไชยศรี 

๓.รองศาสตราจารย์ ดร.นวณัฐ โอศิริ 

๔.ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.ศิริมล ตรีพงษ์กรุณา

๕.ศาสตราจารย์ นายแพทย์รุ่งโรจน์ พิทยศิริ

๖.ศาสตราจารย์ ดร.มัลลิกา อิ่มวงศ์ 

๗.ศาสตราจารย์ ดร.ปฏิพัทธ์ ทวนทอง

๘.ศาสตราจารย์ ดร.เบญจมาส เชียรศิลป์

๙.ศาสตราจารย์ ดร.สิริชัย อดิศักดิ์วัฒนา

๑๐.รองศาสตราจารย์ ดร.นิจ ตันติศิรินทร์


มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ ๒๕๖๘ (Thailand Research Expo 2025) จัดขึ้นระหว่างวันที่ ๑๖ - ๒๐ มิถุนายน ๒๕๖๘ ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ



ททท. สร้างสีสันการท่องเที่ยว เอาใจสายเครื่องดื่ม ด้วยโครงการ "Thai Craft Destination: Sip & Journey"

 


การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สร้างสรรค์โครงการ "Thai Craft Destination: Sip & Journey" มุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยเน้นเล่าเรื่องของวัตถุดิบท้องถิ่นและความพิถีพิถันจากผู้ผลิต ภายใต้แนวคิด "ดื่มด่ำรสชาติ สัมผัสเรื่องราว" ผ่านเครื่องดื่ม 5 ธีม ที่นักเดินทางสายคราฟต์ไม่ควรพลาด ได้แก่ Fresh Fruity, Herb & Healthy, Caffeine, Cocoa และ Sensation ที่เปิดโอกาสให้เหล่านักเดินทางได้สัมผัสกับวิถีชีวิต เรื่องราวของชุมชน และรับประสบการณ์ความรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง (Hands-on Experience)

 

ตัวอย่าง 4 เส้นทางการท่องเที่ยวต้นแบบ เกี่ยวกับเครื่องดื่ม (Craft Drink)

 

เส้นทางที่ 1 : สกลนคร – อุดรธานี "SENSATION"


ในดินแดนอีสานแห่งนี้ นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับ "Sensation" หรือความรู้สึกดื่มด่ำไปกับเครื่องดื่มและประสบการณ์สร้างสรรค์หัตถกรรมท้องถิ่น นักดื่มจะได้ชิมไวน์อินทผลัมรสเยี่ยมจากสวนอินทผลัม “สวนตาลคู่” และชิมไวน์จากองุ่นหลากสายพันธุ์จาก “สวนกุลณดา” ที่ปลูกในพื้นที่ที่มีอากาศและสภาพแวดล้อมเหมาะสม ในบรรยากาศสไตล์ Vineyard ได้เรียนรู้การผลิตตั้งแต่การปลูก คัดแยก หมัก บ่มในถังไม้โอ๊ค ที่มีคาแรกเตอร์เฉพาะตัว ทำให้ไวน์ที่นี่ มีคุณภาพเทียบไวน์ต่างประเทศ ทางด้านหัตถกรรมท้องถิ่น มีให้ชมการผลิตผ้าทอมือแบบโบราณ และร่วมกิจกรรมเวิร์กช็อปการย้อมผ้าด้วยสีธรรมชาติ ซึ่งเป็นภูมิปัญญาอันเป็นเอกลักษณ์ของคนในพื้นที่

 

เส้นทางที่ 2 : น่าน – แพร่ "CAFFEINE"


ภาคเหนือตอนบนของไทย พร้อมจะเผยมนต์เสน่ห์ของวิถีชีวิตชุมชนแสนอบอุ่น และวัฒนธรรมกาแฟและโกโก้แบบครบวงจรให้ได้ดื่มด่ำ ผ่านเส้นทางสายกาแฟที่แปรรูปเมล็ดกาแฟจากแหล่งปลูกคุณภาพทั่วประเทศ ทุกสายพันธุ์ ให้เป็นเครื่องดื่มที่มีรสชาติหลากหลาย ทั้งกาแฟสด และเมนูที่สร้างสรรค์ใหม่กลายเป็นเครื่องดื่มร่วมสมัย ร่วมกิจกรรมของแหล่งผลิตกาแฟชั้นเยี่ยมของจังหวัดน่าน อย่าง “โรงคั่วกาแฟ น.น่าน Lab & Roastery” และ “กาแฟเดอม้ง” ที่ให้ความรู้ตั้งแต่การปลูก เก็บและคัดสรรเมล็ดกาแฟ จนถึงเทคนิคการคั่ว เป็นวัตถุดิบชั้นดีสำหรับคอกาแฟที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของสวนกาแฟแต่ละแห่ง พร้อมที่จะสร้างชื่อเสียงให้กาแฟท้องถิ่นไทย ดังไกลระดับโลก

 

เส้นทางที่ 3 : ชุมพร – ระนอง "COCOA-COFFEE"


เส้นทางสู่ภาคใต้ของไทยนี้ จะนำเราไปเจาะลึกสู่โลกของกาแฟโรบัสต้าและโกโก้ นักท่องเที่ยวจะได้เรียนรู้ทุกขั้นตอนของการทำกาแฟ ตั้งแต่การปลูก การเก็บเกี่ยว ไปจนถึงการแปรรูปและชงกาแฟ การเยี่ยมชมแหล่งผลิตและแปรรูปโกโก้ที่ “คาเฟ่โกโก้ ระนองช็อกโกแลต หรือ วิสาหกิจชุมชนโกโก้ระนอง” เจ้าของรางวัล Safety Product และเป็นต้นแบบของการทำเกษตรยั่งยืน เราจะได้เห็นถึงความตั้งใจและพิถีพิถันในการผลิตวัตถุดิบคุณภาพ นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมแปรรูปโกโก้และกาแฟจากชุมชนท้องถิ่นที่ศูนย์การเรียนรู้และคาเฟ่ริมทะเล "บ้านต้นไม้อวดชุม" ที่มอบทั้งความรู้ ความเพลิดเพลิน ท่ามกลางบรรยากาศความสวยงามของชายทะเลชุมพร

 

เส้นทางที่ 4 : จันทบุรี "FRESH FRUITY"


“จันทบุรี” เมืองที่ได้รับสมญานามว่าเป็น "เมืองแห่งผลไม้" ของภาคตะวันออก จะมอบประสบการณ์ที่สดชื่นและมีชีวิตชีวาให้กับนักท่องเที่ยว พาไปสัมผัสวัฒนธรรมย่านเมืองเก่า “ชุมชนริมน้ำจันทบูร” ออกแบบทำเครื่องประดับที่มีชิ้นเดียวในโลกที่ “มีใจ สตูดิโอ” ตกแต่งกระเป๋าเสื่อกกจันทบูรให้ร่วมสมัย ที่ศูนย์เรียนรู้ประจำชุมชนริมน้ำจันทบูรกับ “iDear Chan Decoupage” เยี่ยมชมสวนมะปี๊ดอินทรีย์ของ “สวนมะปี๊ด by ธนัท” แหล่งผลิตมะปี๊ด ผลไม้พื้นถิ่นเชิงเดี่ยวด้วยวิธีธรรมชาติ และเรียนรู้กระบวนการปลูก ดูแล รวมถึงแปรรูปทุเรียนที่ “สวนอรุณบูรพา” คาเฟ่กลางสวนทุเรียนที่มีดีทั้งบรรยากาศและความอร่อย

โครงการนี้ จึงนับเป็นการยกระดับแหล่งวัตถุดิบของไทยให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีคุณค่าและสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร และประเทศต่อไป



 

“ศุภมาส” รัฐมนตรีกระทรวง อว. เป็นประธานในพิธีนำเข้าสู่งาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2568 (Thailand Research Expo 2025)” ชูวิสัยทัศน์ “Research for All” พลิกโฉมอนาคตไทยด้วยวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

 


“ศุภมาส” รัฐมนตรีกระทรวง อว. เป็นประธานในพิธีนำเข้าสู่งาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2568 (Thailand Research Expo 2025)” ชูวิสัยทัศน์ “Research for All” พลิกโฉมอนาคตไทยด้วยวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม


นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานในพิธีนำเข้าสู่งาน "มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2568 (Thailand Research Expo 2025)" ซึ่งจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 20 ณ World Ballroom ชั้น 23 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ โดยเน้นย้ำถึงพลังของระบบวิจัยไทยที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง และความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมอย่างทั่วถึง เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มได้เข้าถึงความรู้และโอกาสจากงานวิจัยอย่างเท่าเทียม


ในโอกาสนี้ นางสาวศุภมาสได้กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “Research for All: พลิกโฉมอนาคตไทยด้วยวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม” ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดหลักของงานที่มุ่งสร้างระบบวิจัยและนวัตกรรมเพื่อประชาชนทุกคนรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ได้กล่าวรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร "พระบิดาแห่งการวิจัยไทย" ผู้ทรงริเริ่มโครงการกว่า 3,000 โครงการ อาทิ ฝนหลวงและกังหันน้ำชัยพัฒนา ซึ่งเป็นต้นแบบของแนวคิด "วิจัยเพื่อทุกคน" ที่กระทรวง อว. ยึดถือและขับเคลื่อน


นอกจากนี้ ยังได้ถวายพระพรชัยมงคลเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 70 พรรษา ของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ผู้ทรงเป็น "IT Princess" และเป็นแรงบันดาลใจสำคัญในการพัฒนานโยบายด้านนวัตกรรมของประเทศที่มุ่งเน้นการเข้าถึงอย่างเท่าเทียม


นางสาวศุภมาสยังได้กล่าวถึงนโยบายสำคัญในการขับเคลื่อนกระทรวง อว. ตลอด 1 ปี 8 เดือนที่ผ่านมา ภายใต้วิสัยทัศน์ "เรียนดี มีความสุข มีรายได้ เน้นวิจัย สร้างนวัตกรรมดี ตรงความต้องการ" โดยมุ่งเน้นการพัฒนาและปฏิรูประบบอุดมศึกษา ตลอดจนงานวิจัยและนวัตกรรมที่สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและเศรษฐกิจได้อย่างเป็นรูปธรรมในส่วนของการปฏิรูปการอุดมศึกษา กระทรวง อว. ได้ผลักดันนโยบาย "2 ลด 2 เพิ่ม" เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการศึกษา พร้อมเพิ่มทักษะที่จำเป็นในโลกอนาคตและเพิ่มโอกาสในการมีรายได้และอาชีพที่มั่นคง อาทิ Free TCAS/TGAT, โครงการเรียนดี มีรายได้ (Coop+), National Credit Bank, Online Learning Platform, โครงการทุนพิเศษสำหรับกลุ่มเปราะบางและด้อยโอกาส และเสริมทักษะเพื่ออนาคต เช่น Higher Education Sandbox, Skill Transcript/Skill Mapping, Entrepreneurship Education, Reskill/Upskill/New Skill และ STEM Plus

รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ยังได้เน้นย้ำถึงโครงการเรือธงของกระทรวงฯ ได้แก่ "อว. for AI" ที่มุ่งพัฒนา AI University เพื่อเตรียมสร้างบุคลากร AI 50,000 คนใน 5 ปี ซึ่งป็นฐานสำคัญในการผลักดันไทยเป็นผู้นำ AI

ในอาเซียน, "อว. for EV" มีเป้าหมายให้ไทยเป็น EV Hub อันดับ 10 ของโลกในการผลิตยานยนค์ปลอดมลพิษภายในปี 2030 ด้วยการพัฒนากำลังคน 150,000 คนใน 5 ปี และ "อว. for Semiconductor" ที่มุ่งผลิตบุคลากรด้านเซมิคอนดักเตอร์ 80,000 คนใน 5 ปี


นอกจากนี้ กระทรวง อว. กำลังผลักดันการจัดตั้งแพลตฟอร์ม "Skills Future Thailand" โดยมีต้นแบบจาก SkillsFuture Singapore ที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในการพัฒนาบุคลากรด้วยการมอบคูปอง Up-skill/Re-skill ให้แก่ประชาชนในประเทศไทยได้เริ่มวางรากฐานผ่านโครงการ Skill Mapping และ Skill Transcript ใน 6 มหาวิทยาลัยนำร่อง และได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีให้ผลักดัน 3 มาตรการสำคัญ เพื่อให้ทุกคนมี Skill Transcript สามารถนำไปใช้ Up-skill/Re-skill ได้จริง และภาครัฐและเอกชนใช้เป็นเครื่องมือวางแผนผลิตบัณฑิต

นางสาวศุภมาสยังได้กล่าวถึง "พระราชบัญญัติกองทุนเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษา" ได้ผ่าน

ความเห็นชอบจากสภาแล้ว ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสทางการศึกษาให้ทุกคนอย่างเท่าเทียม ตลอดปีที่ผ่านมา กระทรวง อว. ได้จัดกิจกรรมสำคัญอย่างต่อเนื่อง อาทิ "อว.แฟร์: SCI POWER FOR FUTURE THAILAND",

One Stop Open House, และ "อว. Job Fair" และในอนาคต กระทรวง อว. จะขับเคลื่อนนโยบายอีก 9 เรื่อง อาทิ การเพิ่มประสิทธิภาพกำลังคนตามความต้องการของอุตสาหกรรม การเพิ่มประสิทธิภาพระบบการพิจารณาตำแหน่งทางวิชาการ การสนับสนุนโรงเรียนสาธิตนานาชาติ การผลักดันไทยให้เป็น Education Hub, การผลักดัน อว. เป็นกระทรวงเศรษฐกิจ การนำ ววน. ไปช่วยแก้ปัญหาสำคัญของประเทศ การนำ Science Park ไปสนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่น การสนับสนุน Frontier Technology และการปฏิรูประบบ ววน. อย่างต่อเนื่อง

ในตอนท้าย นางสาวศุภมาส อิศรภักดี ได้กล่าวเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของกระทรวง อว. ที่จะสร้างระบบนิเวศที่ส่งเสริมให้การวิจัย วิทยาศาสตร์และนวัตกรรม เพื่อพลิกโฉมประเทศไทยให้สามารถแข่งขันในเวทีโลกได้อย่างเข้มแข็ง ยั่งยืน และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง พร้อมเชื่อมั่นว่าด้วยพลังร่วมของทุกภาคส่วนจะสามารถสร้าง “ประเทศไทยที่เข้มแข็งด้วยวิจัย และเท่าเทียมด้วยโอกาส” ได้อย่างเป็นรูปธรรม

ในโอกาสเดียวกันนี้ ได้มีพิธีมอบโล่รางวัลและประกาศนียบัตรเชิดชูเกียรติแก่หน่วยงานที่มีผลงานโดดเด่นด้านการส่งเสริมมาตรฐานจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ และการจัดการข้อมูลวิจัย ตามมาตรฐานสากล ดังนี้

1. รางวัลรับรองคุณภาพจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ (NECAST)

เพื่อยกย่องหน่วยงานที่มีระบบการกำกับดูแลจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์อย่างมีคุณภาพและต่อเนื่อง

ระดับ 2 (โล่รางวัลและประกาศนียบัตร) จำนวน 3 หน่วยงาน ได้แก่

- วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี จักรีรัช

- วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี นครลำปาง

- มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก

ระดับ 3 (โล่รางวัลและประกาศนียบัตร) จำนวน 4 หน่วยงาน ได้แก่

- มหาวิทยาลัยรังสิต

- โรงพยาบาลศรีสะเกษ

- มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร

- สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)

ระดับ 3 (ได้รับประกาศนียบัตร) จำนวน 7 หน่วยงาน ได้แก่

- โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์

- คณะกรรมการกลางพิจารณาจริยธรรมการวิจัยในคน

- โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์อินเตอร์เนชั่นแนล

- กลุ่มสหสถาบัน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ชุดที่ 1)

- โรงพยาบาลชลบุรี

- คณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ จังหวัดจันทบุรี / เขตสุขภาพที่ 6

- คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล

2. รางวัลมาตรฐานการจัดการข้อมูลวิจัย (CoreTrustSeal)

ซึ่งเป็นรางวัลระดับนานาชาติที่รับรองคุณภาพของคลังข้อมูลวิจัยที่มีการบริหารจัดการตามหลักการเปิดเผย โปร่งใส และยั่งยืน โดยมีหน่วยงานที่ได้รับประกาศนียบัตร จำนวน 4 แห่ง ได้แก่

- PSU Knowledge Bank จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดย รองศาสตราจารย์ นายแพทย์สุนทร วงษ์ศิริ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม

- NIDA Wisdom Repository จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ โดย รองศาสตราจารย์ ดร.ปราโมทย์ กั่วเจริญ ผู้อำนวยการสำนักบรรณสารการพัฒนา

- Thailand Agricultural Research Repository จากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) โดย นายกิตติ ทั้วสุภาพ นักวิเคราะห์สารสนเทศอาวุโส 2

- Digital Research Information Center (DRIC) จากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ โดย นางมาริยาท ตั้งมิตรเจริญ ผู้อำนวยการกองระบบและบริหารข้อมูลเชิงยุทธศาสตร์

งาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2568 (Thailand Research Expo 2025)" นี้ จัดขึ้นโดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และเครือข่ายในระบบวิจัยทั่วประเทศ ในระหว่างวันที่ 16 – 20 มิถุนายน 2568 ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ



“ซิสทรอนิกส์” จัดงาน dog | A.I. | humanoid.. สร้างเสริมความรู้ เทคโนโลยี AI และ หุ่นยนต์

 

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2567 ณ ไอคอนสยาม พาร์ค  บริษัท ซิสทรอนิกส์ จำกัด ผู้แทนจำหน่ายเทคโนโลยีหุ่นยนต์อัจฉริยะจาก Unitree Robotics ในประเทศไทย นำโดย นายอัศวรรณ์ เรืองชู กรรมการผู้จัดการ ได้จัดงาน dog | A.I. | humanoid เพื่อเปิดตัวเทคโนโลยีหุ่นยนต์รุ่นล่าสุด Unitree G1 จาก Unitree Robotics 

เมื่อเทคโนโลยี AI และ หุ่นยนต์ เข้าใกล้เรามากขึ้น นโยบายภาครัฐแทบทุกประเทศ จึงต้องการให้พัฒนาเทคโนโยลีให้มีความล้ำสมัยยิ่งขึ้น โดยเฉพาะประเทศมหาอำนาจและประเทศที่พัฒนาแล้ว ซึ่งหุ่นยนต์อัจฉริยะ Unitree G1 นับว่าเป็นเทคโนโลยีหุ่นยนต์ที่ถูกพัฒนาขึ้นให้สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวได้เสมือนมนุษย์ โดย บริษัท“ซิสทรอนิกส์” นอกจากจะเป็นผู้นำด้านอากาศยานไร้คนขับ หรือ "โดรน" ในประเทศไทย แล้ว เมื่อช่วงต้นปี 2024 ที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้นำเทคโนโลยีหุ่นยนต์เสมือนจริงอัจฉริยะจาก Unitree Robotics เข้ามาจัดจำหน่าย ซึ่งเทคโนโลยีหุ่นยนต์อัจฉริยะนี้ มีทั้งหุ่นยนต์ Dog และ Humanoid ที่ทางบริษัทฯ ได้นำเข้ามา  เพื่อตั้งใจนำมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ร่วมกับ “คน” ในงานที่คนไม่อยากทำ หรือ ภาษาทางการที่เรียกว่า Operation functions  และ ทดแทน “คน” ในงานที่มีความเสี่ยงอันตราย หรือบั่นทอนสุขภาพ ซึ่งยังอยู่ในช่วงของการพัฒนาร่วมกับระบบ A.I. เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพสูงสุด

ภายในงานครั้งนี้ นอกจากมีการเปิดตัวสินค้าใหม่ ยังมีกิจกรรมหลากหลาย ที่สำคัญ คือการบรรยายให้ความรู้ด้านเทคโนโลยีหุ่นยนต์และ A.I. จากวิทยากรทั้ง 3 ท่าน คือ คุณซันนี่ จาวลา A.I. Influencer ผู้ติดตามกว่า 150,000 คน / คุณลักษ์มัญราม ทิวาตรี Channel Manager จากบริษัท ซิสทรอนิกส์ จำกัด / ตัวแทนจาก Unitree Robotics Mr. Felix Shang - Sales Manager / International Sales Dept.

ในงาน นอกจากผู้ร่วมงานได้พบกับเทคโนโลยีหุ่นยนต์รุ่นใหม่แล้ว ยังได้ทดลองควบคุมหุ่นยนต์หลากหลายรุ่น เช่น Unitree B2, Unitree Go2 และ Unitree G1 พร้อมสัมผัสเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยจาก Unitree Robotics อย่างใกล้ชิด

ล่าสุดทาง บริษัท ซิสทรอนิกส์ จำกัด ยังได้ทำภารกิจร่วม กับ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โดยส่งเจ้าหน้าที่ใช้ DJI Dock 2 (โดรนบินเอง)ติดตั้งชั่วคราว เพื่อบินหาตำแหน่งของพะยูน บริเวณ บ้านปากคลอก จังหวัดภูเก็ต

สำหรับผู้ที่สนใจต้องการดูรายละเอียดของ บริษัท ซิสทรอนิกส์ จำกัด สามารถติดต่อและดูรายละเอียดผ่านช่องทาง เพจ Systronics Co.,Ltd / โทร. 028791127 ถึง 9/

https://www.systronics.co.th