ม่วนของแซ่บแบบกันเอง…บ่ต้องเกรงใจกันเด้อ “ครัวคุณต๋อยยกทัพ บุก เซ็นทรัล โคราช” 23 ก.พ. - 3 มี.ค. 2567 ลานโปรโมชั่น ชั้น 1


ก๊วนนักกิน ถิ่นโคราช เตรียมมาม่วนฟิน กินสุดมันส์ กันได้ที่งาน “ครัวคุณต๋อยยกทัพ บุก เซ็นทรัล โคราช” พากันมาช้อป มาชิล ฮีลใจด้วยเมนูอร่อยกันตลอด 10 วันเต็ม!!! คุณตูน-พัทธยศ ลิมปพัทธ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บอร์น โปรเจค จำกัด ในฐานะผู้จัดงานชวนทุกท่าน

พบปะกับร้านเด็ดกว่า 60 ร้านดัง ตัวจริงระดับมืออาชีพ ที่มาร่วมส่งต่อความอร่อย ปรุงสดเสิร์ฟใหม่ วันต่อวัน อาทิเช่น ชิฟฟ่อนโรล พระนครเบเกอรี่ / หมูยอวชาลิสา / ปิ่นมณีปลาส้มไร้ก้าง / เฟรชชี่ฟรุตมะขามแปรรูป/ จรินทร์หนองมน / หมูโชกุน / โคตรเกี๊ยว / ปั้นขลิบอบจิวแอนด์เจน /โกหยี ขนมจีบต้ม / บ้านฝอยทอง


เต็มอิ่มกับเมนูอร่อยหลากหลายสไตล์ ทั้งอาหารไทย นานาชาติ เครื่องดื่ม และเบเกอรี่ มารวมกันไว้ในงานนี้ ทุกร้านการันตีความอร่อย จากรายการครัวคุณต๋อย

พบกับ “ครัวคุณต๋อย Selected” โซนเด็ด ห้ามพลาด!!! คัดสรร 4 ร้านเด็ด เน้นอร่อยชัวร์ รสชาติถูกปาก ซื้อฝากถูกใจแน่นอน

พิเศษสุด!!! วันเปิดงานวันแรกพบกับ 3 พิธีกรดัง จากรายการครัวคุณต๋อย นำโดย อาต๋อยไตรภพ ลิมปพัทธ์  คุณเอ๊าะกีรติ เทพธัญญ์ คุณโก๊ะตี๋ อารามบอย ร่วมถ่ายรูปกับผู้บริหารระดับสูงของเซลทรัลโคราชพร้อมคุณก่อเกียรติ ลิมปพัทธ์ ร่วมเดินชมร้านค้าต่างๆ พร้อมทักทายพ่อแม่พี่น้องสร้างความเป็นกันเองกับทุกคน  แนะนำของอร่อยและมีกิจกรรมอีกมากมาย สร้างความสนุกคึกคักกันตลอดทั้งงาน

สนุกกับกิจกรรมมากมาย อาทิเช่น โชว์สาธิตการทำอาหารจากร้านเด็ด โดยธุรกิจเครือข่ายบิสคลับ นครราชสีมา / กิจกรรม “แฟนคลับครัวคุณต๋อย ตอบได้ให้เลย” รับของอร่อยจากทางร้านค้า มางานนี้สนุกแน่นอน

เซ็นทรัล โคราช บริเวณ ลานโปรโมชั่น ชั้น1

วันที่ 23 ก.พ. –  3 มี.ค. 2567

เวลาเปิด - ปิดทุกวัน  10.00 น. - 21.00 น.

 


สนับสนุนความสำเร็จโดย

- ศูนย์การค้า เซ็นทรัล โคราช  

- เมืองนครราชสีมา

- ธุรกิจเครือข่ายบิสคลับ นครราชสีมา

- การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครราชสีมา

- สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3  คุ้มค่าทุกนาที ดูทีวีสีช่อง3

ติดตามรายละเอียดได้ที่ FACEBOOK ครัวคุณต๋อย เว็บไซต์ www.kruakhuntoi.com แอปพลิเคชันครัวคุณต๋อย 


ค่าฝุ่นพุ่ง! วช.นำวิจัยและนวัตกรรม “รู้ทันฝุ่น PM2.5”

ค่าฝุ่นพุ่ง! วช.นำวิจัยและนวัตกรรม “รู้ทันฝุ่น PM2.5”

วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2567 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดการเสวนา เรื่อง “รู้ทันฝุ่น PM2.5 เพื่อสุขภาพ ด้วยวิจัยและนวัตกรรม” โดย ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านมลพิษอากาศและภูมิอากาศ (Hub of Talents on Air Pollution and Climate – HTAPC) ร่วมกับ ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม (Hub of Environmental Health) ภายใต้โครงการศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญ (Hub of Talents) โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานกล่าวเปิดงาน ณ ศูนย์สารสนเทศกลางด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม อาคาร วช. 8

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า เนื่องด้วยปัจจุบันปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 เกินค่ามาตรฐานในหลายพื้นที่  ทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบ ทั้งนี้เพื่อสร้างความเข้าใจและรู้ทันต่อเหตุการณ์ วช.จึงได้นำองค์ความรู้และข้อมูลที่เป็นประโยชน์จากงานวิจัยและนวัตกรรม ได้แก่ (1) การพยากรณ์/คาดการณ์ปริมาณ PM2.5 (2) การลด PM2.5 จากแหล่งกำเนิด (3) การบรรเทาปัญหา PM2.5 ทั้งด้านเศรษฐกิจสังคม สิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศและสุขภาพอนามัย (4) การสร้างความรับรู้ของประชาชน และ (5) การบริหารจัดการ PM2.5 มาแลกเปลี่ยนและพูดคุยในข้อมูลที่ถูกต้อง โดยมีผู้เชี่ยวชาญจาก “ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านมลพิษอากาศและภูมิอากาศ” ร่วมนำเสนอในประเด็นสำคัญ  เพื่อที่จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้ประชาชนรู้ทันฝุ่น PM2.5 ด้วยวิจัยและนวัตกรรมได้อย่างเหมาะสม


สำหรับการเสวนาวิชาการมีประเด็นต่าง ๆ ที่น่าสนใจ ประกอบด้วย ประเด็น “ที่มาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5” โดย รศ. ดร.เอกบดินทร์ วินิจกุล จาก สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (Asian Institute of Technology: AIT) ประเด็น “ผลกระทบฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ต่อสุขภาพ” โดย รศ. ดร.นพ.บุญรัตน์ ทัศนีย์ไตรเทพ จาก มหาวิทยาลัยมหิดล และประเด็น “วิธีแก้ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5” โดย ดร.สุพัฒน์ หวังวงค์วัฒนา ผู้อำนวยการศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านมลพิษอากาศและภูมิอากาศ (Hub of Talents on Air Pollution and Climate – HTAPC)

ถัดมา กิจกรรมการเสวนา “รู้ทันฝุ่น PM2.5 เพื่อสุขภาพ และแก้ไข ด้วยวิจัยและนวัตกรรม” ผู้ทรงวุฒิผู้เชี่ยวชาญด้านมลพิษอากาศและภูมิอากาศ ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับฝุ่น PM2.5 ว่า ฝุ่น PM2.5 เกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ทั้งฝุ่นควันที่เกิดจากอุตสาหกรรมการผลิตผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภคต่าง ๆ ที่ต้องมีการปล่อยควัน ในกระบวนการผลิต ควันจากการเผาไหม้ในกิจกรรมในครัวเรือน เช่น การประกอบอาหาร การจุดธูปเทียน หรือแม้แต่ควันจากการสูบบุหรี่ ซึ่งมีโอกาสเกิดการเผาไหม้ ที่ไม่สมบูรณ์ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักในการเกิดฝุ่น PM2.5 โดยผลกระทบฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ต่อสุขภาพ นั้น ค่าฝุ่น PM2.5 สูง ส่งผลกระทบต่อสุขภาพสะสมในระยะยาว ส่งผลต่อระบบผิวหนัง ระบบทางเดินหายใจ กระตุ้นภูมิแพ้, โรคหืด, โรคถุงลมโป่งพอง, มะเร็งปอด และภาวะอักเสบเรื้อรัง ดังนั้น ควรป้องกันการรับฝุ่น PM2.5 เข้าสู่ร่างกาย โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงที่จะทำให้เกิดผลกระทบรุนแรง อาทิ กลุ่มผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น โรคปอด, โรคหัวใจ ฯลฯ หญิงตั้งครรภ์ และเด็กอายุต่ำกว่า 10 ปี โดยงานวิจัยและนวัตกรรมจะสามารถเข้ามามีส่วนช่วยแก้ไขปัญหาผลกระทบจากฝุ่น PM2.5 ซึ่งประเทศไทยมีนวัตกรรมที่รองรับสำหรับการแก้ไขปัญหา ประกอบด้วย การจัดทำบัญชีการระบายมลพิษ การจัดทำแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ เพื่อใช้ในการแก้ไขปัญหา PM2.5 และการกำหนดมาตรการในการลดฝุ่น PM2.5 จากแหล่งมลพิษต่าง ๆ 

ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่า PM2.5 ฝุ่นละอองเล็กจิ๋ว ส่งผลเสียต่อสุขภาพ หลายประเทศต้องเผชิญปัญหามลพิษจากฝุ่นละอองในอากาศ ด้วยประชากรหนาแน่น ความคับคั่งของการจราจร รวมถึงเขม่าควัน และฝุ่นผงจากการก่อสร้าง การเผาไหม้ ซึ่งเสวนาวิชาการในครั้งนี้จะมีส่วนนำไปสู่การเตรียมความพร้อมการร่วมมือกันจากหลายภาคส่วนในการจัดการกับปัญหาฝุ่นละอองรู้เท่าทันฝุ่น PM2.5  ด้วยวิจัยและนวัตกรรมอย่างยั่งยืนต่อไป และ “เราทุกคนเป็นคนก่อมลพิษมากบ้างน้อยบ้าง เราทุกคนต้องช่วยกันป้องกันและแก้ไข”











สมาคมชาวปักษ์ใต้ ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล นายกสมาคมชาวปักษ์ใต้ จัดกิจกรรมถวายพระพร และถวายกำลังพระทัย

สมาคมชาวปักษ์ใต้ ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล นายกสมาคมชาวปักษ์ใต้ จัดกิจกรรมถวายพระพร และถวายกำลังพระทัย เพื่อปกป้องและแสดงความจงรักภักดีต่อ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี ณ สมาคมชาวปักษ์ใต้ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ถนนกาญจนาภิเษก กรุงเทพฯ


วันพุธที่ 14 กุมภาพันธิ์ 2567 - พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นายกสมาคมชาวปักษ์ใต้ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ประธานในพิธี  อุปนายกกรรมการสมาคมชาวปักษ์ใต้ ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมดุสิต จังหวัดภาคใต้  และสมาคม ชมรม เครือข่ายชาวใต้ ตลอดจนนิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ล้นเกล้า ล้นกระหม่อม ผู้มีอัจฉริยภาพในด้านต่างๆ ทรงสนับสนุนในการอนุรักษ์ สืบทอด เผยแพร่ความรู้ด้านศิลปะวัฒนธรรมไทยอย่างต่อเนื่อง ทรงจัดตั้งโครงการตามพระราชดำริเป็นจำนวนมาก ทรงจัดตั้งแหล่งเรียนรู้ เพื่อพัฒนาการรู้หนังสือของประชาชนชาวไทย ทรงนำความรู้และประสบการณ์ ที่ทรงทอดพระเนตรและจดบันทึก ในโอกาสเสด็จเยือนต่างประเทศมาประยุกต์ใช้กับการทรงงานของพระองค์ ทั้งภายในประเทศ และต่างประเทศ ทรงจัดตั้งโครงการด้านสาธารณสุข เพื่อช่วยเหลือประชาชนในถิ่นทุระกันดาร และทรงรับผู้ป่วยที่ยากจน เป็นคนไข้ในพระราชานุเคราะห์ ด้วยพระจริยวัตรที่งดงาม ทรงตรากตรำพระวรกาย ในการปฏิบัติพระราชกรณียกิจอันน้อยใหญ่  ด้วยพระวิริยะ อุตสาหะ เป็นที่ประจักษ์แก่พสกนิกรโดยทั่วไปทั้งแผ่นดิน ซึ่งทำคุณประโยชน์ให้กับกองทัพ ประเทศชาติ ประชาชน เป็นอเนกอนันต์

เนื่องในมหามงคลสมัย วันที่ 2 เมษายน 2567 เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี

โดยประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมตามวันเวลาดังกล่าวโดยพร้อมเพรียงกัน


ในตอนท้าย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล  ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า เพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ เราต้องยึดความถูกต้อง และความชอบธรรมของบ้านเมือง เชื่อมั่นว่า จะต้องเป็นไปในทางที่ดีขึ้น และทุกประเทศมีการรักษาความปลอดภัยให้กับบุคคลสำคัญ






มหกรรมท่องเที่ยวปัตตานีอาเซียน “กตัญญูคู่ฟ้า มหาสมโภชเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวปัตตานี ประจำปี 2567”


จังหวัดปัตตานี โดยสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดปัตตานี ร่วมกับ มูลนิธิเทพปูชนียสถานปัตตานี เทศบาลเมืองปัตตานี การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนราธิวาส วัฒนธรรมจังหวัดปัตตานี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน ขอเชิญร่วมสืบสานประเพณีและอนุรักษณ์มรดกภูมิปัญญาท้องถิ่นทางวัฒนธรรม และเชิญเที่ยวงานมหกรรมท่องเที่ยวปัตตานีอาเซียน “กตัญญูคู่ฟ้ามหาสมโภชเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวปัตตานี” ประจำปี 2567 

จังหวัดปัตตานี ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาและขับเคลื่อนนโยบายและแผนพัฒนาด้านการท่องเที่ยวและกีฬาให้มีประสิทธิภาพมีการนำนโยบายและยุทธศาสตร์ของกระทรวงฯ ไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม เพื่อให้เกิดความสำเร็จตามเป้าหมาย ในรูปแบบการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวและการส่งเสริมทางวัฒนธรรมและรักษาประเพณีวัฒนธรรมที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนาน จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมและยกระดับกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ชายแดนใต้ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 กิจกรรมมหกรรมท่องเที่ยวปัตตานีอาเซียน “กตัญญูคู่ฟ้า มหาสมโภชเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวปัตตานี” เพื่อยกระดับกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว (Event) ให้เป็นที่รู้จักและมีความแปลกใหม่น่าสนใจ มีการสร้างสรรค์กิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวใหม่ ให้ตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย ชาวต่างชาติ และประชาชนได้มากขึ้น การจัดงานครั้งนี้ยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ และกระจายรายได้หมุนเวียน สู่ชุมชนในพื้นที่จังหวัดปัตตานีได้เป็นอย่างดี และยังนำทุนทางวัฒนธรรมมาเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้เกิดรายได้ในพื้นที่รวมทั้งสืบสานวัฒนธรรม ประเพณีท้องถิ่น อย่างยั่งยืน ภายใต้สังคม “พหุวัฒนธรรม” ตลอดจนกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับจังหวัดเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ที่ดีของจังหวัดปัตตานีสู่สายตาบุคคลภายนอก และยังส่งผลต่อเศรษฐกิจของกลุ่มจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย ดังคำขวัญที่ว่า... 
“ปัตตานี เมืองงาม 3 วัฒนธรรม ศูนย์ฮาลาลเลิศล้ำ ชนน้อมนำศรัทธา ถิ่นธรรมชาติงามตา ปัตตานีสันติสุขแดนใต้”

กิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย
* ถนนคนเดินอาหารสามวัฒนธรรม วันที่ 21 - 27 กุมภาพันธ์ 2567 ณ บริเวณถนนนรินทราช     ริมแม่น้ำปัตตานี
* การจัดแสดงศิลปะพื้นบ้านพหุวัฒนธรรม รถคลาสสิคโบราณ “ปัตตานีคลาสสิคอินทาวน์” พร้อมด้วยออกร้านจำหน่ายสินค้าวินเทจ วันที่ 23 - 25 กุมภาพันธ์ 2567 ณ บริเวณลานศิลปะวัฒนธรรม ถนนสายบุรี 
* พิธีอัญเชิญองค์เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวประทับเกี้ยวใหญ่มหามงคล หามรอบเมืองปัตตานี พิธีเปิดงานมหาสมโภชเจ้าแม่ลิ้ม    กอเหนี่ยว การแสดงมังกร LED สุดพิเศษ จากคณะสิงโตมังกรทอง ลูกท้าวมหาพรหม วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2567 ณ บริเวณศาลเจ้าเล่งจูเกียง 
* พิธีอัญเชิญองค์พระออกจากศาลเจ้าเล่งจูเกียง ลุยน้ำ ลุยไฟ วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2567 ณ บริเวณศาลเจ้าเล่งจูเกียง และบริเวณริมแม่น้ำปัตตานี เชิงสะพานเดชานุชิต 
* พร้อมชมการแสดงคอนเสิร์ตจากศิลปิน วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2567 อาลีฟ PARATA , วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2567 TT REBORN และวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2567 คอนเสิร์ตวิถีมุสลิมอนาชีด ณ บริเวณลานศิลปะวัฒนธรรม ถนนสายบุรี 
* ชมการประกวดเชิดสิงโตบนเสาดอกเหมยนานาชาติ ณ บริเวณศาลเจ้าเล่งจูเกียง วันที่ 26 - 27 กุมภาพันธ์ 2567 
* เพลิดเพลินกับการแสดงงิ้ว มโนราห์ การแสดงศิลปะพื้นบ้านพหุวัฒนธรรม และกิจกรรมอื่นๆ ทุกคืนอีกมากมาย ผู้ใดบูชาด้วยความศรัทธา ความศักดิ์สิทธิ์จะบังเกิดแก่ผู้นั้น พบกันในงานมหกรรมท่องเที่ยวปัตตานีอาเซียน กตัญญูคู่ฟ้า มหาสมโภชเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวปัตตานี ประจำปี 2567











“ไกล่เกลี่ยก่อนฟ้อง ที่พึ่งแรกของประชาชน” แนวทางการยุติข้อพิพาท ระหว่างคู่กรณี โดยศาลยุติธรรม



เมื่อวันที่ 18 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลยุติธรรม โดยประธานศาลฎีกามีนโยบาย  ให้มีระบบการไกล่เกลี่ยก่อนฟ้องเป็นแนวทางการยุติข้อพิพาทอีกทางเลือกหนึ่ง  เพื่อให้เกิดความสะดวกรวดเร็ว  คู่กรณีพึงพอใจและบังคับได้จริง  โดยศาลพิพากษาตามยอมให้มีผลทางกฎหมาย     ได้จัดทำคลิปวีดีโอประชาสัมพันธ์ขั้นตอน “การไกล่เกลี่ยก่อนฟ้อง” เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากการบริการ เป็นอีกช่องทางที่สะดวกรวดเร็วประหยัด ไม่เสียค่าขึ้นศาล และสามารถนำผลการไกล่เกลี่ยมาบังคับใช้ตามกฎหมายและที่สำคัญสามารถนำไปใช้บังคดีคดีได้ โดยจะมีคนกลางที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาไกล่เกลี่ยแก่คู่กรณีเพื่อยุติข้อพิพาททำให้ไม่ต้องมีการฟ้องคดีต่อศาล

 นอกจากนี้การไกล่เกลี่ยก่อนฟ้อง มีข้อดีสำหรับคู่กรณีคือ ใช้ได้กับข้อพิพาททางแพ่งทุกประเภทไม่จำกัดทุนทรัพย์ รวมถึงข้อพิพาททางอาญาที่ยอมความได้ เช่น คดียักยอก คดีฉ้อโกง คดีบุกรุก คดีหมิ่นประมาท และ คดีทำให้เสียทรัพย์ มีความสะดวกเนื่องจากยื่นคำร้องได้หลายช่องทาง เลือกวันนัดไกล่เกลี่ยได้ด้วยตนเอง เลือกไกล่เกลี่ยผ่านช่องทางออนไลน์ได้อีกต่างหาก เป็นบริการแบบ One Stop Service เบ็ดเสร็จที่ศาลยุติธรรมที่เดียว


ข้อดีที่ไม่ได้มีแค่ความสะดวกรวดเร็ว คือ กระบวนการขั้นตอนไม่ยุ่งยากซับซ้อน ใช้ระยะเวลาในการดำเนินการน้อยกว่าการฟ้องคดีต่อศาล ใช้เวลาไม่นานก็ยุติข้อพิพาทได้ แถมประหยัดเพราะไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่มีค่าธรรมเนียมศาล ที่สำคัญเป็นธรรมเพราะมีคนกลางที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ช่วยไกล่เกลี่ยข้อพิพาท เพื่อหาทางออกร่วมกันภายใต้การกำกับดูแลของศาล และมีผลบังคับใช้ตามกฎหมาย 



เมื่อคู่กรณีทั้งสองฝ่ายตกลงกันได้ ทำสัญญาประนีประนอมกันแล้ว ก็สามารถขอให้ศาลมีคำพิพากษาตามยอมได้และหากคู่กรณีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ไม่ปฏิบัติตาม ก็สามารถยื่นบังคับคดีได้ทันที ที่สำคัญการเลือกวิธีระงับข้อพิพาทด้วยการไกล่เกลี่ยก่อนฟ้อง ช่วยรักษาสัมพันธภาพอันดีระหว่างคู่กรณีได้ด้วย ตามนโยบาย นางอโนชา ชีวิตโสภณ ประธานศาลฎีกา ที่มอบไว้ว่า “ที่พึ่ง เที่ยงธรรม เท่าเทียม ทันโลก”






โก้ อภิสิทธิ์ นักร้องใหม่มาแรงซุ่มเตรียมเพลงใหม่ ให้แฟนๆรอติดตาม

 


นักร้องใหม่ป้ายแดง “โก้ อภิสิทธิ์” อภิสิทธิ์ สิริวงศ์เศวต จากนักธุรกิจวัย 67 ตามฝันความชอบมาลงทำเพลงแค่ไม่กี่เดือน ในช่องทาง youtube และtiktok ยอดวิวสูงไม่คาดคิด ได้เพลงจากครูเพลงชั้นนำ ทำดนตรีจากนักเรียบเรียงแนวหน้าเช่น เพลง สนิมเกาะใจ , เพลงดีไม่พอต้องขออภัย ผู้แต่ง ทำนอง จเด็ด ดวงมาลา ดนตรี หมู กิตติศักดิ์ เพลงดอกฟ้าสลัม เพลง ชีวิตแท็กซี่ ผู้แต่ง ทำนอง เมธา เทพพิทักษ์ ดนตรี ไก่อู เพลง รักขาดดุล เพลงภาพลักษณ์ย้ำอดีต เพลงบ๊ายบายนางฟ้า เพลงชวนเธอมาเป็นแฟน ผู้แต่ง ทำนอง พงษ์ พิสิฐ ดนตรี ไก่อู เพลง นี่แหละมนุษย์ เพลง รักคนแก่ซิแม่หนู ผู้แต่ง ทำนอง พลอยดี สีฟ้า ดนตรี หมู กิตติศักดิ์ เป็นต้น นอกจากนั้นยังมีเพลง เขาค้อยังรอเธอ ยอดวิวครึ่งแสน เพลงรักเธอแล้วได้อะไร ตามมาติดๆ เพลงรำวง และเพลงอื่นๆอีกมายมาที่เตรียมจะนำเสนอในช่อง อภิสิทธิ์ สิริวงศ์เศวต นอกจากนี้ยังมีเพลง สุขใจไทยแลนด์ รักขาดดุล สาวสวยเพชรบุรี รปภ.รอรัก ฯลฯ และเพลงที่กำลังซุ่มทำ mv เตรียมลงช่อง อภิสิทธิ์ สิริวงศ์เศวต ทางyoutube เร็วๆ นี้ 

คุณโก้ อภิสิทธ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ต้องขอขอบคุณแฟนคลับ และแฟนเพลงที่เป็นกำลังใจให้ ทำเพลงออกมาเพื่อคนที่ชื่นชอบสไตล์เพลงแบบนี้ครับ และขอฝากผลงานไว้ในใจของแฟนๆทุกท่านด้วยครับ

ติดตามผลงานได้ที่ เพจ fackbook : Apisit Siriwongsawate   https://web.facebook.com/apisit.siriv

ช่อง youtube : อภิสิทธิ์ สิริวงศ์เศวต

https://www.youtube.com/@apisit3665

ช่อง tiktok : @apisit950







นักแสดงและทีมงานภาพยนตร์แม่นาคทะลุมิติ จัดใหญ่ จัดเต็ม พิธีบวงสรวง พร้อมทั้งถ่ายทำฉากสุดท้าย ณ.วัดมหาบุศย์


วันที่ 22 ธ.ค 2566  ทีมงานและนักแสดง อีกทั้งผู้จัด ทำพิธีบวงสรวง ณ วัดมหาบุศย์  หลังจากได้ถ่ายทำภาพยนตร์แม่นาคทะลุมิติ มานานแรมปี วันนี้ถือได้ฤกษ์ดี มีนักแสดงนำอาทิเช่น เต๋า เศรษฐพงศ์ ,  ทับทิม อัญรินทร์, อี๊ด โปงลาง , แซ็ค ชุมแพ , มาริโอ้ โจ๊ก , ดาว สเตลลา สกาปาโต , ปัณณพัฒน์ ภูริวิศิษฐ์ , ศราวุธ ศิริเพชร, กันตชาติ มานะชีพ, อัยยาวริญ กุลละวณิชย์, จรรยกร วานิชชา, กมลฉัตร เจริญเมือง, ภรันยา นนทวงษ์, อนาวิน จันทร์แจ่ม, วีรภัทร เศษทัก, วีรพงศ์ เศษทัก ,  ธมลวรรณ บุญนรงค์, อชิรญา ชิ้นศิริ, ณัฐนันท์ บุญส่ง, ศิรินทร์ชถูก ค้ำชู, ปภัสสร ชุณห์กุล, ชิโนระสา จำเริญ, ภาคิณเชษฐ์ ภูริวิศิษฎ์, วรรณนิสา แซ่เบ๊, แสงเดือน ทานาฤทัย, ศรีสุวรรณ อสุชีวะกำจร, โจโจ้ และ ขวัญ กชชสร ที่เป็นทั้งผู้อำนวยการสร้างและรับบทเป็นแม่นาคในเรื่อง 

นอกจากนี้ยังมีการถ่ายทำฉากสุดท้ายที่ใช้โลเคชั่นภายในวัด อย่าลืมติดตามภาพยนตร์แม่นาคทะลุมิติ ได้เร็วๆนี้ทุกโรงภาพยนตร์


ทีมผู้กำกับ : ทีมงานห้าแถว 

อำนวยการผลิต : กชชสร ชายาจันทอง

ควบคุมการผลิต : พิชัย น้อยรอด

ทีมงาน กล้องไฟ : HD TV

จัดจำหน่ายโดยพระนครฟิลม์






“ที่ปรึกษา กมธ.วุฒิฯ”เปิดโครงการวันหยุด ปันสุข ปักหมุด วังน้ำเขียว กิจกรรม "คลายหนาว สร้างสัมพันธ์ CSR"


ณ โรงเรียนบ้านคลองบง อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ดร.วิชัย ปิยวรรณวงศ์ ที่ปรึกษาประจำคณะ กมธ.ศึกษาตรวจสอบเรื่องการทุจริต ประพฤติมิชอบ และเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา ในฐานะที่ปรึกษาชมรมช่างภาพการเมือง เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการวันหยุด ปันสุข ปักหมุด วังน้ำเขียว กิจกรรม "คลายหนาว สร้างสัมพันธ์ CSR" โดยมี นายชัยยศ ศิริสวัสดิ์ ประธานชมรมช่างภาพการเมือง กล่าวรายงาน โอกาสนี้ ดร.วิชัย ปิยวรรณวงศ์ ได้กล่าวให้โอวาทแก่เด็ก ๆ ว่า เด็กและเยาวชนคือทรัพยากรบุคคลที่เป็นความหวังและเป็นพลังสำคัญของประเทศในอนาคต ที่จะเจริญเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ในวันหน้า จะต้องรับช่วงภารกิจในการรักษาบ้านเมืองและพัฒนาประเทศให้เจริญรุ่งเรืองก้าวหน้าต่อไป การที่ชมรมช่างภาพการเมืองร่วมกับเครือข่ายจิตอาสารัฐสภา ฯ ได้จัดโครงการดังกล่าวขึ้น นับเป็นโครงการที่ดีมาก และขอขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีทุกท่าน ทั้งผู้ที่มาร่วมโครงการในวันนี้และผู้ที่อยู่เบื้องหลังที่ได้สนับสนุนโครงการดังกล่าว

สำหรับโครงการดังกล่าว ชมรมช่างภาพการเมือง ร่วมกับเครือข่ายจิตอาสารัฐสภา ทำดีตามรอยพ่อ จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อมอบอุปกรณ์การศึกษา อุปกรณ์การกีฬา และสิ่งของจำเป็นต่าง ๆ ให้แก่เด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านคลองบง เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการศึกษาเล่าเรียน โดยมี นางฤทัยทิพย์ ศรีวิไล รักษาการผู้อำนวยการโรงเรียน บ้านคลองบง และนายพงษ์ศักดิ์ อันทิม อดีตผู้อำนวยการโรงเรียน เป็นตัวแทนรับมอบ 


นอกจากนี้ ยังได้มอบหมวกนิรภัยจากมูลนิธิให้แก่เด็ก ๆ เพื่อเป็นการรณรงค์ในการสร้างจิตสำนึกให้เด็ก ๆ ได้ตระหนักถึงความปลอดภัยทางถนน สร้างกระบวนการเรียนรู้ สร้างวินัยจราจรสู่ความปลอดภัยทางถนนและปลูกฝังให้เกิดความเคยชินตั้งแต่วัยเด็ก รวมทั้งเป็นการกระตุ้นให้ผู้ปกครองเห็นถึงความสำคัญในเรื่องนี้ และรณรงค์ให้เด็ก ๆ ตระหนักถึงความสำคัญของการออกกำลังกายเพื่อเป็นการสร้างเสริมสุขภาพที่ดี โดย น.ส.จิราพร ประจันนวล หรือ ครูติ๊ก ครูฝึกสอนออกกำลังกาย (เทรนเนอร์) ได้นำเด็กนักเรียนออกกำลังกายด้วยการใช้กระบอกน้ำ ในท่าการออกกำลังกายแบบง่าย ๆ และสนุกสนาน เพื่อสร้างเสริมสุขภาพกายและสุขภาพใจที่ดีให้แก่เด็ก ๆ ตลอดจนได้จัดเลี้ยงอาหารกลางวัน ไอศกรีม และขนมต่าง ๆ อีกด้วย

ในการนี้ ได้มีผู้ใหญ่ใจดีร่วมสนับสนุนการจัดกิจกรรมมากมาย อาทิ นายปริวรรตน์ คณากัมพลสิทธิ์ ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด สนับสนุนเครื่องดื่มผลไม้ น.ส.ปนัดดา เจริญกิจ ผู้จัดการแผนกพัฒนาผลิตภัณฑ์และประกันคุณภาพ บริษัท นำเชา (ประเทศไทย) จำกัด มอบอุปกรณ์กีฬา และขนมขบเคี้ยวชินมัย พร้อมด้วยบะหมี่สำเร็จรูป ชมรมทีเคเพื่อนบัวทองแบดมินตัน ศิษย์เก่าโรงเรียนภักดีนรเศรษฐและโรงเรียนวัดหนองจอก รุ่น 22 นายสมศักดิ์ พัฒนกิตติชัย และครอบครัวพัฒนกิตติชัย สนับสนุนทุนอาหารกลางวันเลี้ยงเด็กนักเรียน น.ส.วรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป มูลนิธิเมาไม่ขับ บริษัท สยามมิชลิน จำกัด ตลอดจนสมาชิกชมรมฯ และครอบครัว





พิชัย น้อยรอด พร้อมทีมงานห้าแถว จัดประกวดชิงทุนการศึกษาคัดนักแสดงหน้าใหม่ ในภาพยนตร์แม่นาคทะลุมิติ

พิชัย  น้อยรอด พร้อมทีมงานห้าแถว  จัดประกวดชิงทุนการศึกษาคัดนักแสดงหน้าใหม่ ในภาพยนตร์แม่นาคทะลุมิติ  

ภายในงานได้มีการจัดประกวดแข่งขัน  เดินแบบดูบุคลิกภาพ  ลีลาการร่ายรำ  แสดงบทแอ็คติ้ง  เพื่อแข่งขันชิงทุนการศึกษา  ในภาพยนตร์แม่นาคทะลุมิติ เพื่อเพิ่มสีสันให้กับผู้ที่เข้ามาประกวด  งานนี้ได้รับเกียรติจากสื่อมวลชนจากหลายแห่งมาร่วมเป็นกรรมการในการตัดสินครั้งนี้ 

คุณพิชัย  น้อยรอด กล่าวว่า ในส่วนของภาพยนตร์ตอนนี้แม่นาคทะลุมิติถ่ายทำไปได้ 80% และตัดต่อไปแล้วบางส่วน  เพื่อรอฝนฟ้าอากาศอำนวยความสะดวก  เพราะหนังสมัยนี้ต้องทำให้เข้าถึงคนดู  เข้าใจง่าย  มีความลึกซึ้งบ้าง  มีตลกในตัวของนักแสดง   เพื่อให้ผู้ชมได้ดูสนุกสนาน และผู้สร้างผู้กำกับทำออกมาได้ดี  

ภาพยนตร์เรื่อง “ แม่นาค  ทะลุมิติ ” เป็นหนังเกี่ยวกับความศรัทธาและความเชื่อ  ระหว่างวิญญาณที่ต้องการบางสิ่งบางอย่าง กลับคืนมา  ความไร้เดียงสาของเด็กคนหนึ่ง ทำให้เกิดเรื่องวุ่น  เรื่องราวจะสนุกยังไง  แบบไหน  วิญญาณจะตามสิ่งที่ต้องการได้หรือไม่  รอติดตามชมได้ในภาพยนตร์ “ แม่นาคทะลุมิติ  ”นักแสดงในเรื่องนำทีมโดย  เต๋า เศรษฐพงศ์  , ทับทิม   อัญรินทร์  ,แซ็ค   ชุมแพ  ,อี๊ด  โปงลาง  , มาริโอ้  โจ๊ก   , ขวัญ  กชชสร  , ดาว  สเตลลา  , แคนดี้   สุภาภัสสร์  , ว่าว  สราวุธ   ขอแนะนำ  เด็กที่ได้รับคัดเลือก กัปตัน  ,โฟล์ค  ,บัลเล่  ,ต้นหอม  ,โฟกัส  ,แก้ม  ,

มิ้น  ,หมอก   ,เอย  ,เซฟ  ,ไบร์ท  ,  เนเน่  ,ริทซี่ , ข้าวหอม  นักแสดงเด็กที่มากด้วยฝีมือ  

เร็วๆนี้  ในภาพยนตร์   “ แม่นาคทะลุมิติ ” 




 



จำดี ฟิล์ม ขอเชิญร่วมงานบวงสรวงเปิดตัว ซีรีส์ "The Last Time - ความทรงจำครั้งสุดท้าย"

วันศุกร์ที่ 29 กันยายน 2566 ตั้งแต่เวลา 08.39 - 11.00 น. (ฤกษ์บวงสรวง 09.09 น.) ณ อาคารยูนิเวสท์ คอมเพล็กซ์ (รัชดาวัน) ตรงข้ามศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก  จำดี ฟิล์ม โปรดักชั่นส์ ขอเชิญแขกผู้มีเกียรติร่วมงานบวงสรวงเปิดตัว ทีวีซีรีส์โรแมนติก – ดราม่า "The Last Time - ความทรงจำครั้งสุดท้าย" 



เนื้อเรื่องย่อ  ริวหนุ่มนักเขียนฝีมือดี มีรางวัลการันตีมากมายทั้งในไทยและต่างประเทศ และเป็นที่ยอมรับของคนในบริษัท และเป็นที่รักใคร่ของลูกน้อง ริวมีแฟนสาวชื่อปิ่น ที่คบหากันมาตั้งแต่ตอนเรียนชั้นมัธยมปลาย ริวกับปิ่นรักกันมากคอยดูแลกันและกันมาตลอด ทั้งสองคนมีแพลนที่จะแต่งงานกัน วันหนึ่งเมื่อน้องๆในที่ทำงานรู้ว่าทั้งสองจะแต่งงานกัน จึงจัดงานเลี้ยงสละโสดให้กับริว และในวันนั้น ก็ตรงกับวันเกิดของปิ่นด้วย ริวจึงนัดให้ปิ่นมาในงานเลี้ยงวันนั้นด้วย แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ปิ่นแฟนสาวของริวถูกรถชนเสียชีวิต จึงทำให้ริวรู้สึกผิดและโทษตัวเองมาตลอด              

และทำให้ริวกลายเป็นคนติดเหล้า ขลึมและพูดน้อย ไม่ยิ้มอีกต่อไป อาร์ม เป็นเด็กหนุ่มไฟแรง นักเรียนนอก เป็นหลานชายเจ้าของบริษัทที่ริวทำงานด้วย อาร์มได้เข้ามาฝึกงาน  โดยมีริวเป็นพี่เลี้ยงคอยสอนเรื่องงาน ทั้งสองไม่ค่อยกินเส้นกัน แต่มีโปรเจคที่จะต้องทำด้วยกัน  คือ การเขียนสารคดีการท่องเที่ยวที่จังหวัดกาญจนบุรี จึงทำให้ทั้งสองมีความรู้สึกที่ดีต่อกัน และมีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง แต่ความสัมพันธ์ครั้งนี้จะไปต่อไม่ได้เลย เมื่อริวไม่ยอมรับความรู้สึกตัวเอง แต่ริวก็ต้องยอมแพ้กับความดีและความเอาใจใส่ของอาร์ม เพราะเมื่ออาร์มรู้ว่าริวเป็นมะเร็ง แต่อาร์มก็เลือกที่จะดูแลช่วงเวลาระยะสุดท้ายของริว ทั้งสองคนจึงตัดสินใจที่จะใช้ชีวิตคู่ด้วยกัน เพื่อได้ดูแลกันและกัน แต่โลกใบนี้มักใจร้ายเสมอ เมื่ออาร์มและริวได้รู้ความจริงอะไรบางอย่าง ที่เป็นสาเหตุทำให้เขาทั้งสองคนคบกันต่อไปไม่ได้ ทำให้ริวหายไปจากชีวิตของอาร์ม ทางด้านอาร์มพยายามทุกวิธีเพื่อตามหาริว แต่ก็ไม่พบ จนสุดท้าย อาร์มได้กล่องใบหนึ่งมา กล่องใบนั้นมีคำตอบทุกเรื่องราว บทสรุปความรักของทั้งสองจะเป็ นอย่างไร ต้องคอยติดตามกันใน “The last time ความทรงจำครั้งสุดท้าย”


ภายในงานมี คุณปวัณรัตน์ อมราศรีจันทร์ ผู้บริหาร , หนุ่ม มณฑล ภักดีสุวรรณ ผู้กำกับละคร ,พรฟ้า ปุณิกา กุลสุนทรรัตน์ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2563 (รองอันดับ 2) ที่มารับบทหญิงรักหญิง ซึ่งเป็นงานท้าทายที่สุดในชีวิต , โป้ง ชูพัฒน์ หาญหฤหรรษ และ ปั้น ชัชพงศ์ หาญหฤหรรษ  หรือ ปั้น โป้ง ( The Fadd) คู่แฝดพี่น้องยูทูปเบอร์ชื่อดัง ดีกรีหนุ่มวิศวะ ม.เกษตรศาสตร์ ที่ผ่านเวที หนุ่ม Cleo หรือ  The Fece Men , อธิวัฒน์ กาญจนภิวัฒน์ จาก My boy the series  นักแสดงน้องใหม่  พิเชฏ จงใจหาญ , ณัฐพล สมศักดิ์ กฤษกร เกียรติสุรนนท์ , ศรีสกุล วรรณสถิต , กันยาพัชร ศรีจันทร์ , ศุภกิจ โพธิ์สีดา และนักแสดงอีกมากมายมาร่วมในพิธี 

📌อย่าลืมมากัน ณ อาคารยูนิเวสท์ คอมเพล็กซ์ (รัชดาวัน) ตรงข้ามศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก  

แผนที่ https://g.co/kgs/FpAKjr  


     

                     


ฮ.นกเอี้ยงตาโต เสร็จสิ้นภารกิจ มหากุศลบุญบารมีทานเมตตา


เมื่อในวันที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2566 น.ส.เกตน์ศิรณี บุญมา (ฮ.นกเอี้ยงตาโต) กับ นายบุญรุ่ง เต๋งจงดี (คุณเอ) ประธานโครงการร้อยมือล้านใจช่วยเด็กไทยในถิ่นทุรกันดารปีที่11

นางประนอม แซ่ลี้ อดีตนายกเทศมนตรีตำบลบางเสาธง รองประธานที่ปรึกษาโครงการร้อยมือล้านใจฯ พร้อมด้วยนายสุชาติ จิตมุ่งมโนธรรม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางปิดประธานพื้นที่การจัดงาน

โดยจัดกิจกรรมจัดขึ้นที่ โรงเรียนวัดบางปิดล่าง ต.บางปิด อ.แหลมงอบ จ.ตราด ซึ่งใช้พื้นที่เป็นจุดศูนย์กลาง ของการจัดกิจกรรม แจกมอบสิ่งของ เครื่องอุปโภคบริโภค อุปกรณ์การเรียนการสอน อุปกรณ์ เสริมสร้างอาชีพ และ อุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อส่งมอบแก่เด็กๆ ชาวบ้าน ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง รวมประมาณ 4,500 คน โดยมี นายชัชชัย ลิ้มภักดี นายอำเภอแหลมงอบ กล่าวเปิดงาน

ในกิจกรรม โครงการร้อยมือล้านใจช่วยเด็กไทยในถิ่นทุรกันดารปีที่11 มี เด็กๆประชาชน ในตำบลบางปิด และ ตำบลใกล้เคียง ของ อ.แหลมงอบ จ.ตราด



กิจกรรมนี้ จัดขึ้นตั้งแต่ เวลา 08.00 น. - 19.00 น. ซึ่งสร้างความประทับใจ ให้แก่เด็กๆและชาวบ้านที่มาร่วมกิจกรรม ที่ได้สัมผัสกับกลุ่ม ดารานักแสดง ศิลปินตลกนักร้องในประเทศไทย อาทิ

ไก่จ๋าสายัณห์ / มิสเตอร์คิม/ เมรีเพชรเมืองชล/ ครีมมี่ปรารถนา / สนุ๊กเกอร์ / เจี้ยวจ๊าว เชิญยิ้ม/เก้าอยุธยา/ หญิง อภิสรา/ พี่ไม้ อัมพร/ ติ๊ก/ หมอเอกย่าทิม/บอลบอล/ ตาหวาน/ แม่นก / พี่ต๋อม/ ทีมนักพยากรณ์ นำโดย อ.กามล แสงวงศ์ / ทีมช่างตัดผมนำโดยน้องเซ ,น้องท๊อป,น้องนุ,น้องแค็บ,น้องบอย,พร้อม คณะเหล่าฤาษี อาจารย์ ดังระดับประเทศ นำโดย

ปู่ใหญ่ฤาษี / อ.โอมมนต์ขลัง/ อ.หลินหลิน/ อ.เณรแอร์จอมขมังเวทย์/ อ.โอม / อ.แอ็กซ์มหานิยม/ หลวงพ่อวราวุธ (หลวงพ่อไม้แหย่แย้)  พ่อแม่พี่น้องประชาชน ต่างตื่นเต้นและดีใจเข้าขอพร ขอบารมี จาก อาจารย์ทั้งหลาย.ในกิจกรรม

ปณิธานการตัดงาน คือ ส่วนหนึ่งของชีวิตขออุทิศตนเพื่อสังคมพร้อมตอบแทนคุณแผ่นดิน #เราคือคนของแผ่นดิน

โครงการร้อยมือล้านใจช่วยเด็กไทยในถิ่นทุรกันดารปีที่11 ขอกราบขอบพระคุณ ผู้สนับสนุนโครงการร้อยมือล้านใจฯทุกท่าน ที่ร่วมด้วยช่วยกันให้โครงการฯสำเร็จตามวัตถุประสงค์ไปได้ด้วยดี สิ่งของทุกชิ้นได้ถูกจัดส่งมอบให้แก่ผู้รับทุกชิ้นเสร็จสิ้นสมบูรณ์

พบกันใหม่ กับโครงการร้อยมือล้านใจช่วยเด็กไทยในถิ่นทุรกันดารปีที่12...จะเป็น จังหวัดอะไร โปรดติดตาม ปีต่อไป












LARA Plastic Surgery คลินิกศัลยกรรมชั้นนำจากเกาหลีเปิดแผนกสำหรับคนไทยให้คำปรึกษาก่อนบินไปทำสวยที่เกาหลี

 


LARA Plastic Surgery คลินิกเสริมความงาม โดยนายแพทย์คิม จงโด เจ้าของคลินิกและศัลยแพทย์ด้านการสอนผ่าตัดศัลยกรรมตกแต่งจากมหาวิทยาลัยชื่อดังผู้มีประสบการณ์กว่า 16 ปี และเป็นยอมรับในฐานะแพทย์ศัลยกรรมตกแต่งและเสริมสวยอันดับต้น ๆ ของเกาหลี ด้าน จมูก ตา และการยกกระชับใบหน้า นำนวัตกรรมและความเชี่ยวชาญเฉพาะทางมาเปิดแผนกให้คำปรึกษาสำหรับคนไทย LARA Plastic Surgery  ปรึกษาและตอบโจทย์ลูกค้าไทยที่ต้องการมาทำศัลยกรรมที่ประเทศเกาหลี ชูบริการที่แตกต่างด้วยแบบจำลองจริงก่อนผ่าตัดจมูกด้วย 3D Bone Printing พร้อมบริการดูแลโดยแพทย์เฉพาะทางตั้งแต่ให้คำปรึกษาจนถึงการติดตามดูแลผลหลังผ่าตัดนาน 1 ปี  

มีคำถามเกิดขึ้นอยู่บ่อย ๆ ว่า “ทำไมคนไทยยังต้องบินไป ทำจมูก ทำตา” ถึงเกาหลี และแม้แต่ LARA Plastic Surgery ก็มีประสบการณ์รับลูกค้าไทยที่ได้รับการแนะนำ บอกต่อ ทั้งจากเพื่อนเกาหลีและไทย รวมทั้งคนไทยที่ค้นหาและเข้ามาให้บริการที่คลินิกด้วยตัวเอง ทั้งเพื่อผ่าตัดและแก้ไขงานเดิมที่เคยทำไปแล้ว สะสมจนเกิดเป็นการตัดสินใจเข้ามาเปิดให้บริการ LARA Plastic Surgery ในไทยในวันนี้

นายแพทย์คิม จงโด (Kim Jongdo) อาจารย์แพทย์, ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมเฉพาะที่มีความชำนาญด้านศัลยกรรมตกแต่ง และเจ้าของคลินิก LARA Plastic Surgery ซึ่งมีเกียรติประวัติได้รับเกียรติบัตรรับรองวิทยะฐานะทางด้านศัลยกรรมมากมาย มีประสบการณ์ดูแล และทำการผ่าตัดศัลยกรรมปีละหลายพันคน เป็นระยะเวลานานกว่า 16 ปี รวมทั้งเป็นอาจารย์สอนการผ่าตัดศัลยกรรมตกแต่งที่มหาวิทยาลัยโรงพยาบาลรัฐและ

โรงพยาบาลใหญ่ เพราะเห็นช่องว่างของตลาดศัลยกรรมความงามเฉพาะทาง ที่ LARA Plastic Surgery สามารถเข้ามาเติมเต็มบริการได้ ด้วยจุดแข็งความเชี่ยวชาญ นวัตกรรม และความเข้าใจในการให้บริการ 

ด้านความเชี่ยวชาญ LARA Plastic Surgery โดยนายแพทย์คิม จงโด เป็นคลินิกที่ได้รับการยอมรับและมีชื่อเสียงด้านศัลยกรรมจมูก และตา รวมเฉพาะงานแก้ไขจมูกที่เกิดปัญหาจากการศัลยกรรม อันดับต้น ๆ ของเกาหลี เติบโตจากการบอกเล่าแบบปากต่อปาก จนทำให้เป็นที่นิยมทั้งในกลุ่มลูกค้าชาวเกาหลีและต่างชาติ รวมทั้งคนไทย 

ด้านนวัตกรรรม ในเกาหลี LARA Plastic Surgery แตกต่างและโดดเด่นจากคลินิกศัลยกรรมทั่วไป โดยจะเป็นคลินิกแรกที่นำระบบการพิมพ์สามมิติเพื่อจำลองรูปทรงกระดูกจมูกก่อนผ่าตัด ปริ้นท์ตัวอย่างกระดูกจากผลแสกนจากเครื่องCTแสกน3มิติ (3D Bone Printing) มาใช้เป็นแห่งแรกและแห่งเดียวในไทย  

“การทำแบบจำลองจมูก เป็นสิ่งที่แม้แต่โรงพยาบาลศัลยกรรมในเกาหลีก็ไม่เคยมีมาก่อนที่ LARA Plastic Surgery นำมาใช้ แบบจำลองช่วยสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าจากการเห็นภาพจริงก่อนการผ่าตัด และทำให้ไม่เกิดอาการกังวลระหว่างรอให้จมูกเข้าที่หลังการผ่าตัด ปัจจุบันจึงเริ่มมีการนำมาใช้ให้บริการเพิ่มขึ้นในเกาหลี แต่สำหรับไทย LARA Plastic Surgery จะเป็นแห่งแรกและแห่งเดียวที่มี 3D Bone Printing”  นายแพทย์คิม จงโด กล่าว


นอกจากนี้ การให้บริการในคลิกนิกจะมีการนำอุปกรณ์ อัลตร้าซาวด์แบบพกพา ซึ่งเป็นการประยุกต์เครื่องมือแพทย์ที่ใช้ในโรงพยาบาลสำหรับรักษาโรคกระดูกและกล้ามเนื้อให้มีขนาดเล็กเท่าโทรศัพท์มือถือมาใช้ด้วย สำหรับให้บริการตรวจลักษณะกรามและกล้ามเนื้อบนใบหน้า เพื่อให้บริการศัลยกรรมยกกระชับใบหน้าเกิดความแม่นยำ โดย LARA Plastic Surgery เป็นคลินิกศัลยกรรมความงามแห่งแรกที่ใช้เครื่องอัลตร้าซาวด์พกพาในการให้บริการ  

สำหรับด้านบริการ LARA Plastic Surgery มีนโยบายการให้บริการที่แตกต่างจากบริการศัลยกรรมความงามทั่วไป โดยแพทย์จะให้บริการดูแลตั้งแต่ให้คำปรึกษาไปจนถึงการดูแลติดตามผลหลังการผ่าตัดนานถึง 1 ปี แพทย์แต่ละท่านจะรับเคสไม่เกิน 3-4 เคสต่อวัน เป็นมาตรฐานเดียวกับการให้บริการของ LARA Plastic Surgery ในเกาหลี ต่างจากคลินิกศัลยกรรมทั่วไปซึ่งไม่กำหนดและอาจจะรับเคสต่อวันมากถึง 20 เคส และผู้รับบริการทุกเคสจะได้รับใบรับรองประกอบการใช้บริการที่มีรายละเอียดประกอบด้วย รายชื่อแพทย์และใบรับรองคุณวุฒิของแพทย์ที่ทำการผ่าตัดเพื่อใช้เป็นใบการันตีตลอดระยะเวลา 1 ปี 

ด้วยความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค (Consumer Insight) จนคุ้นเคยกับลูกค้าไทยมาแล้วก่อนหน้านี้จากการให้บริการในเกาหลี รวมทั้งเห็นช่องว่างของตลาดไทยที่ผู้บริโภคต้องการแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ให้บริการตั้งแต่ให้คำปรึกษาไปจนการดูแลหลังการผ่าตัดโดยแพทย์คนเดียวกัน LARA Plastic Surgery จึงตัดสินใจเข้ามาเปิดแผนกไทยให้บริการลูกค้า

ไทยโดยเฉพาะ เพื่อให้ลูกค้าเดินทางและเข้ามารับบริการได้อย่างสะดวก โดยมั่นใจว่าความเข้าใจผู้บริโภครวมถึงความเชี่ยวชาญและนวัตกรรมที่ LARA Plastic Surgery มี  จะสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าไทยได้เป็นอย่างดี

“ลูกค้าคนไทยที่ต้องการทำศัลยกรรมปัจจุบันมีความต้องการอยู่ในระดับเดียวกับคนเกาหลี อีกทั้งเคยมีประสบการณ์จากการให้บริการกลุ่มลูกค้าคนไทยที่เคยบินไปใช้บริการที่เกาหลี จนเห็นแนวโน้มความต้องการที่เปลี่ยนไป จากช่วง 7-8 ปีก่อนหน้านี้ คนไทยนิยมไปเกาหลีเพื่อทำศัลยกรรมแบบครบวงจรและเลือกทำในโรงพยาบาลขนาดใหญ่ แต่ปัจจุบันเน้นทำศัลยกรรมเฉพาะด้าน และเลือกคลินิกที่เชี่ยวชาญเฉพาะทางเพื่อให้ได้ความละเอียดสมบูรณ์มากขึ้น โดย LARA Plastic Surgery มีโอกาสให้บริการศัลยกรรมตกแต่งกับกลุ่มคนไทย ซึ่งมีจำนวนไม่น้อยที่เลือกเข้ามาใช้บริการเพื่อแก้ปัญหาหรือเก็บรายละเอียดเพิ่มเติมจากที่ทำมา ผ่านการแนะนำจากเพื่อนเกาหลี หรือค้นหาข้อมูลด้วยตัวเอง เราจึงมั่นใจว่าด้วยประสบการณ์ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ที่มีจะทำให้สนองตอบความต้องการของตลาดไทยอย่างแท้จริง”  

การเปิด LARA Plastic Surgery แผนกไทยในครั้งนี้ นับเป็นทั้งการนำเทรนด์และนวัตกรรมด้านศัลยกรรมความงามจากเกาหลีมาสู่ตลาดไทย ภายใต้การดูแลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากเกาหลีโดยตรง

LARA Plastic Surgery ให้บริการ ให้คำปรึกษาศัลยกรรมทั้งทางออนไลน์ โทรและวิดิโอคอลล์ รวมทั้งบริการดูแลทุกขั้นตอนตั้งแต่ซื้อตั๋วเครื่องบิน, การเตรียมเอาสารผ่านตม., คอยเช็คอัพและดูแลตลอดช่วงที่อยู่เกาหลีจนกว่าจะกลับเมืองไทย , มีรถรับส่งสนามบิน , ล่ามคอยสแตนบายตลอดเวลา , มีพยาบาลดูแลแบบเคสบายเคส   ให้บริการดูแลหลังผ่าตัดโดยรักษาอาการบวมและ ยารับประทานหลังศัลยกรรม, ยาฉีด, มีไกด์พาเที่ยวช่วงพักฟื้นฯลฯ สำหรับผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อนัดพบแพทย์ เข้ารับการปรึกษา หรือใช้บริการอื่น ๆ ได้ที่ 

24, Seocho-daero 77-gil, Seocho-gu, Seoul, Republic of Korea (G-well Tower 12th Floor)

ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 

LINE: แอด@lara.th(มี@ด้วย) หรือกดลิงค์ https://lin.ee/VCBhNDj

Instagram: https://www.instagram.com/lara.th_official/

Facebook: https://www.facebook.com/lara.thaiofficial

โทร  096-8925051    

อีเมล  laraps.th@gmail.com