พิชัย น้อยรอด พร้อมทีมงานห้าแถว จัดประกวดชิงทุนการศึกษาคัดนักแสดงหน้าใหม่ ในภาพยนตร์แม่นาคทะลุมิติ

พิชัย  น้อยรอด พร้อมทีมงานห้าแถว  จัดประกวดชิงทุนการศึกษาคัดนักแสดงหน้าใหม่ ในภาพยนตร์แม่นาคทะลุมิติ  

ภายในงานได้มีการจัดประกวดแข่งขัน  เดินแบบดูบุคลิกภาพ  ลีลาการร่ายรำ  แสดงบทแอ็คติ้ง  เพื่อแข่งขันชิงทุนการศึกษา  ในภาพยนตร์แม่นาคทะลุมิติ เพื่อเพิ่มสีสันให้กับผู้ที่เข้ามาประกวด  งานนี้ได้รับเกียรติจากสื่อมวลชนจากหลายแห่งมาร่วมเป็นกรรมการในการตัดสินครั้งนี้ 

คุณพิชัย  น้อยรอด กล่าวว่า ในส่วนของภาพยนตร์ตอนนี้แม่นาคทะลุมิติถ่ายทำไปได้ 80% และตัดต่อไปแล้วบางส่วน  เพื่อรอฝนฟ้าอากาศอำนวยความสะดวก  เพราะหนังสมัยนี้ต้องทำให้เข้าถึงคนดู  เข้าใจง่าย  มีความลึกซึ้งบ้าง  มีตลกในตัวของนักแสดง   เพื่อให้ผู้ชมได้ดูสนุกสนาน และผู้สร้างผู้กำกับทำออกมาได้ดี  

ภาพยนตร์เรื่อง “ แม่นาค  ทะลุมิติ ” เป็นหนังเกี่ยวกับความศรัทธาและความเชื่อ  ระหว่างวิญญาณที่ต้องการบางสิ่งบางอย่าง กลับคืนมา  ความไร้เดียงสาของเด็กคนหนึ่ง ทำให้เกิดเรื่องวุ่น  เรื่องราวจะสนุกยังไง  แบบไหน  วิญญาณจะตามสิ่งที่ต้องการได้หรือไม่  รอติดตามชมได้ในภาพยนตร์ “ แม่นาคทะลุมิติ  ”นักแสดงในเรื่องนำทีมโดย  เต๋า เศรษฐพงศ์  , ทับทิม   อัญรินทร์  ,แซ็ค   ชุมแพ  ,อี๊ด  โปงลาง  , มาริโอ้  โจ๊ก   , ขวัญ  กชชสร  , ดาว  สเตลลา  , แคนดี้   สุภาภัสสร์  , ว่าว  สราวุธ   ขอแนะนำ  เด็กที่ได้รับคัดเลือก กัปตัน  ,โฟล์ค  ,บัลเล่  ,ต้นหอม  ,โฟกัส  ,แก้ม  ,

มิ้น  ,หมอก   ,เอย  ,เซฟ  ,ไบร์ท  ,  เนเน่  ,ริทซี่ , ข้าวหอม  นักแสดงเด็กที่มากด้วยฝีมือ  

เร็วๆนี้  ในภาพยนตร์   “ แม่นาคทะลุมิติ ” 




 



จำดี ฟิล์ม ขอเชิญร่วมงานบวงสรวงเปิดตัว ซีรีส์ "The Last Time - ความทรงจำครั้งสุดท้าย"

วันศุกร์ที่ 29 กันยายน 2566 ตั้งแต่เวลา 08.39 - 11.00 น. (ฤกษ์บวงสรวง 09.09 น.) ณ อาคารยูนิเวสท์ คอมเพล็กซ์ (รัชดาวัน) ตรงข้ามศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก  จำดี ฟิล์ม โปรดักชั่นส์ ขอเชิญแขกผู้มีเกียรติร่วมงานบวงสรวงเปิดตัว ทีวีซีรีส์โรแมนติก – ดราม่า "The Last Time - ความทรงจำครั้งสุดท้าย" 



เนื้อเรื่องย่อ  ริวหนุ่มนักเขียนฝีมือดี มีรางวัลการันตีมากมายทั้งในไทยและต่างประเทศ และเป็นที่ยอมรับของคนในบริษัท และเป็นที่รักใคร่ของลูกน้อง ริวมีแฟนสาวชื่อปิ่น ที่คบหากันมาตั้งแต่ตอนเรียนชั้นมัธยมปลาย ริวกับปิ่นรักกันมากคอยดูแลกันและกันมาตลอด ทั้งสองคนมีแพลนที่จะแต่งงานกัน วันหนึ่งเมื่อน้องๆในที่ทำงานรู้ว่าทั้งสองจะแต่งงานกัน จึงจัดงานเลี้ยงสละโสดให้กับริว และในวันนั้น ก็ตรงกับวันเกิดของปิ่นด้วย ริวจึงนัดให้ปิ่นมาในงานเลี้ยงวันนั้นด้วย แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ปิ่นแฟนสาวของริวถูกรถชนเสียชีวิต จึงทำให้ริวรู้สึกผิดและโทษตัวเองมาตลอด              

และทำให้ริวกลายเป็นคนติดเหล้า ขลึมและพูดน้อย ไม่ยิ้มอีกต่อไป อาร์ม เป็นเด็กหนุ่มไฟแรง นักเรียนนอก เป็นหลานชายเจ้าของบริษัทที่ริวทำงานด้วย อาร์มได้เข้ามาฝึกงาน  โดยมีริวเป็นพี่เลี้ยงคอยสอนเรื่องงาน ทั้งสองไม่ค่อยกินเส้นกัน แต่มีโปรเจคที่จะต้องทำด้วยกัน  คือ การเขียนสารคดีการท่องเที่ยวที่จังหวัดกาญจนบุรี จึงทำให้ทั้งสองมีความรู้สึกที่ดีต่อกัน และมีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง แต่ความสัมพันธ์ครั้งนี้จะไปต่อไม่ได้เลย เมื่อริวไม่ยอมรับความรู้สึกตัวเอง แต่ริวก็ต้องยอมแพ้กับความดีและความเอาใจใส่ของอาร์ม เพราะเมื่ออาร์มรู้ว่าริวเป็นมะเร็ง แต่อาร์มก็เลือกที่จะดูแลช่วงเวลาระยะสุดท้ายของริว ทั้งสองคนจึงตัดสินใจที่จะใช้ชีวิตคู่ด้วยกัน เพื่อได้ดูแลกันและกัน แต่โลกใบนี้มักใจร้ายเสมอ เมื่ออาร์มและริวได้รู้ความจริงอะไรบางอย่าง ที่เป็นสาเหตุทำให้เขาทั้งสองคนคบกันต่อไปไม่ได้ ทำให้ริวหายไปจากชีวิตของอาร์ม ทางด้านอาร์มพยายามทุกวิธีเพื่อตามหาริว แต่ก็ไม่พบ จนสุดท้าย อาร์มได้กล่องใบหนึ่งมา กล่องใบนั้นมีคำตอบทุกเรื่องราว บทสรุปความรักของทั้งสองจะเป็ นอย่างไร ต้องคอยติดตามกันใน “The last time ความทรงจำครั้งสุดท้าย”


ภายในงานมี คุณปวัณรัตน์ อมราศรีจันทร์ ผู้บริหาร , หนุ่ม มณฑล ภักดีสุวรรณ ผู้กำกับละคร ,พรฟ้า ปุณิกา กุลสุนทรรัตน์ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2563 (รองอันดับ 2) ที่มารับบทหญิงรักหญิง ซึ่งเป็นงานท้าทายที่สุดในชีวิต , โป้ง ชูพัฒน์ หาญหฤหรรษ และ ปั้น ชัชพงศ์ หาญหฤหรรษ  หรือ ปั้น โป้ง ( The Fadd) คู่แฝดพี่น้องยูทูปเบอร์ชื่อดัง ดีกรีหนุ่มวิศวะ ม.เกษตรศาสตร์ ที่ผ่านเวที หนุ่ม Cleo หรือ  The Fece Men , อธิวัฒน์ กาญจนภิวัฒน์ จาก My boy the series  นักแสดงน้องใหม่  พิเชฏ จงใจหาญ , ณัฐพล สมศักดิ์ กฤษกร เกียรติสุรนนท์ , ศรีสกุล วรรณสถิต , กันยาพัชร ศรีจันทร์ , ศุภกิจ โพธิ์สีดา และนักแสดงอีกมากมายมาร่วมในพิธี 

📌อย่าลืมมากัน ณ อาคารยูนิเวสท์ คอมเพล็กซ์ (รัชดาวัน) ตรงข้ามศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก  

แผนที่ https://g.co/kgs/FpAKjr  


     

                     


ฮ.นกเอี้ยงตาโต เสร็จสิ้นภารกิจ มหากุศลบุญบารมีทานเมตตา


เมื่อในวันที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2566 น.ส.เกตน์ศิรณี บุญมา (ฮ.นกเอี้ยงตาโต) กับ นายบุญรุ่ง เต๋งจงดี (คุณเอ) ประธานโครงการร้อยมือล้านใจช่วยเด็กไทยในถิ่นทุรกันดารปีที่11

นางประนอม แซ่ลี้ อดีตนายกเทศมนตรีตำบลบางเสาธง รองประธานที่ปรึกษาโครงการร้อยมือล้านใจฯ พร้อมด้วยนายสุชาติ จิตมุ่งมโนธรรม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางปิดประธานพื้นที่การจัดงาน

โดยจัดกิจกรรมจัดขึ้นที่ โรงเรียนวัดบางปิดล่าง ต.บางปิด อ.แหลมงอบ จ.ตราด ซึ่งใช้พื้นที่เป็นจุดศูนย์กลาง ของการจัดกิจกรรม แจกมอบสิ่งของ เครื่องอุปโภคบริโภค อุปกรณ์การเรียนการสอน อุปกรณ์ เสริมสร้างอาชีพ และ อุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อส่งมอบแก่เด็กๆ ชาวบ้าน ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง รวมประมาณ 4,500 คน โดยมี นายชัชชัย ลิ้มภักดี นายอำเภอแหลมงอบ กล่าวเปิดงาน

ในกิจกรรม โครงการร้อยมือล้านใจช่วยเด็กไทยในถิ่นทุรกันดารปีที่11 มี เด็กๆประชาชน ในตำบลบางปิด และ ตำบลใกล้เคียง ของ อ.แหลมงอบ จ.ตราด



กิจกรรมนี้ จัดขึ้นตั้งแต่ เวลา 08.00 น. - 19.00 น. ซึ่งสร้างความประทับใจ ให้แก่เด็กๆและชาวบ้านที่มาร่วมกิจกรรม ที่ได้สัมผัสกับกลุ่ม ดารานักแสดง ศิลปินตลกนักร้องในประเทศไทย อาทิ

ไก่จ๋าสายัณห์ / มิสเตอร์คิม/ เมรีเพชรเมืองชล/ ครีมมี่ปรารถนา / สนุ๊กเกอร์ / เจี้ยวจ๊าว เชิญยิ้ม/เก้าอยุธยา/ หญิง อภิสรา/ พี่ไม้ อัมพร/ ติ๊ก/ หมอเอกย่าทิม/บอลบอล/ ตาหวาน/ แม่นก / พี่ต๋อม/ ทีมนักพยากรณ์ นำโดย อ.กามล แสงวงศ์ / ทีมช่างตัดผมนำโดยน้องเซ ,น้องท๊อป,น้องนุ,น้องแค็บ,น้องบอย,พร้อม คณะเหล่าฤาษี อาจารย์ ดังระดับประเทศ นำโดย

ปู่ใหญ่ฤาษี / อ.โอมมนต์ขลัง/ อ.หลินหลิน/ อ.เณรแอร์จอมขมังเวทย์/ อ.โอม / อ.แอ็กซ์มหานิยม/ หลวงพ่อวราวุธ (หลวงพ่อไม้แหย่แย้)  พ่อแม่พี่น้องประชาชน ต่างตื่นเต้นและดีใจเข้าขอพร ขอบารมี จาก อาจารย์ทั้งหลาย.ในกิจกรรม

ปณิธานการตัดงาน คือ ส่วนหนึ่งของชีวิตขออุทิศตนเพื่อสังคมพร้อมตอบแทนคุณแผ่นดิน #เราคือคนของแผ่นดิน

โครงการร้อยมือล้านใจช่วยเด็กไทยในถิ่นทุรกันดารปีที่11 ขอกราบขอบพระคุณ ผู้สนับสนุนโครงการร้อยมือล้านใจฯทุกท่าน ที่ร่วมด้วยช่วยกันให้โครงการฯสำเร็จตามวัตถุประสงค์ไปได้ด้วยดี สิ่งของทุกชิ้นได้ถูกจัดส่งมอบให้แก่ผู้รับทุกชิ้นเสร็จสิ้นสมบูรณ์

พบกันใหม่ กับโครงการร้อยมือล้านใจช่วยเด็กไทยในถิ่นทุรกันดารปีที่12...จะเป็น จังหวัดอะไร โปรดติดตาม ปีต่อไป












LARA Plastic Surgery คลินิกศัลยกรรมชั้นนำจากเกาหลีเปิดแผนกสำหรับคนไทยให้คำปรึกษาก่อนบินไปทำสวยที่เกาหลี

 


LARA Plastic Surgery คลินิกเสริมความงาม โดยนายแพทย์คิม จงโด เจ้าของคลินิกและศัลยแพทย์ด้านการสอนผ่าตัดศัลยกรรมตกแต่งจากมหาวิทยาลัยชื่อดังผู้มีประสบการณ์กว่า 16 ปี และเป็นยอมรับในฐานะแพทย์ศัลยกรรมตกแต่งและเสริมสวยอันดับต้น ๆ ของเกาหลี ด้าน จมูก ตา และการยกกระชับใบหน้า นำนวัตกรรมและความเชี่ยวชาญเฉพาะทางมาเปิดแผนกให้คำปรึกษาสำหรับคนไทย LARA Plastic Surgery  ปรึกษาและตอบโจทย์ลูกค้าไทยที่ต้องการมาทำศัลยกรรมที่ประเทศเกาหลี ชูบริการที่แตกต่างด้วยแบบจำลองจริงก่อนผ่าตัดจมูกด้วย 3D Bone Printing พร้อมบริการดูแลโดยแพทย์เฉพาะทางตั้งแต่ให้คำปรึกษาจนถึงการติดตามดูแลผลหลังผ่าตัดนาน 1 ปี  

มีคำถามเกิดขึ้นอยู่บ่อย ๆ ว่า “ทำไมคนไทยยังต้องบินไป ทำจมูก ทำตา” ถึงเกาหลี และแม้แต่ LARA Plastic Surgery ก็มีประสบการณ์รับลูกค้าไทยที่ได้รับการแนะนำ บอกต่อ ทั้งจากเพื่อนเกาหลีและไทย รวมทั้งคนไทยที่ค้นหาและเข้ามาให้บริการที่คลินิกด้วยตัวเอง ทั้งเพื่อผ่าตัดและแก้ไขงานเดิมที่เคยทำไปแล้ว สะสมจนเกิดเป็นการตัดสินใจเข้ามาเปิดให้บริการ LARA Plastic Surgery ในไทยในวันนี้

นายแพทย์คิม จงโด (Kim Jongdo) อาจารย์แพทย์, ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมเฉพาะที่มีความชำนาญด้านศัลยกรรมตกแต่ง และเจ้าของคลินิก LARA Plastic Surgery ซึ่งมีเกียรติประวัติได้รับเกียรติบัตรรับรองวิทยะฐานะทางด้านศัลยกรรมมากมาย มีประสบการณ์ดูแล และทำการผ่าตัดศัลยกรรมปีละหลายพันคน เป็นระยะเวลานานกว่า 16 ปี รวมทั้งเป็นอาจารย์สอนการผ่าตัดศัลยกรรมตกแต่งที่มหาวิทยาลัยโรงพยาบาลรัฐและ

โรงพยาบาลใหญ่ เพราะเห็นช่องว่างของตลาดศัลยกรรมความงามเฉพาะทาง ที่ LARA Plastic Surgery สามารถเข้ามาเติมเต็มบริการได้ ด้วยจุดแข็งความเชี่ยวชาญ นวัตกรรม และความเข้าใจในการให้บริการ 

ด้านความเชี่ยวชาญ LARA Plastic Surgery โดยนายแพทย์คิม จงโด เป็นคลินิกที่ได้รับการยอมรับและมีชื่อเสียงด้านศัลยกรรมจมูก และตา รวมเฉพาะงานแก้ไขจมูกที่เกิดปัญหาจากการศัลยกรรม อันดับต้น ๆ ของเกาหลี เติบโตจากการบอกเล่าแบบปากต่อปาก จนทำให้เป็นที่นิยมทั้งในกลุ่มลูกค้าชาวเกาหลีและต่างชาติ รวมทั้งคนไทย 

ด้านนวัตกรรรม ในเกาหลี LARA Plastic Surgery แตกต่างและโดดเด่นจากคลินิกศัลยกรรมทั่วไป โดยจะเป็นคลินิกแรกที่นำระบบการพิมพ์สามมิติเพื่อจำลองรูปทรงกระดูกจมูกก่อนผ่าตัด ปริ้นท์ตัวอย่างกระดูกจากผลแสกนจากเครื่องCTแสกน3มิติ (3D Bone Printing) มาใช้เป็นแห่งแรกและแห่งเดียวในไทย  

“การทำแบบจำลองจมูก เป็นสิ่งที่แม้แต่โรงพยาบาลศัลยกรรมในเกาหลีก็ไม่เคยมีมาก่อนที่ LARA Plastic Surgery นำมาใช้ แบบจำลองช่วยสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าจากการเห็นภาพจริงก่อนการผ่าตัด และทำให้ไม่เกิดอาการกังวลระหว่างรอให้จมูกเข้าที่หลังการผ่าตัด ปัจจุบันจึงเริ่มมีการนำมาใช้ให้บริการเพิ่มขึ้นในเกาหลี แต่สำหรับไทย LARA Plastic Surgery จะเป็นแห่งแรกและแห่งเดียวที่มี 3D Bone Printing”  นายแพทย์คิม จงโด กล่าว


นอกจากนี้ การให้บริการในคลิกนิกจะมีการนำอุปกรณ์ อัลตร้าซาวด์แบบพกพา ซึ่งเป็นการประยุกต์เครื่องมือแพทย์ที่ใช้ในโรงพยาบาลสำหรับรักษาโรคกระดูกและกล้ามเนื้อให้มีขนาดเล็กเท่าโทรศัพท์มือถือมาใช้ด้วย สำหรับให้บริการตรวจลักษณะกรามและกล้ามเนื้อบนใบหน้า เพื่อให้บริการศัลยกรรมยกกระชับใบหน้าเกิดความแม่นยำ โดย LARA Plastic Surgery เป็นคลินิกศัลยกรรมความงามแห่งแรกที่ใช้เครื่องอัลตร้าซาวด์พกพาในการให้บริการ  

สำหรับด้านบริการ LARA Plastic Surgery มีนโยบายการให้บริการที่แตกต่างจากบริการศัลยกรรมความงามทั่วไป โดยแพทย์จะให้บริการดูแลตั้งแต่ให้คำปรึกษาไปจนถึงการดูแลติดตามผลหลังการผ่าตัดนานถึง 1 ปี แพทย์แต่ละท่านจะรับเคสไม่เกิน 3-4 เคสต่อวัน เป็นมาตรฐานเดียวกับการให้บริการของ LARA Plastic Surgery ในเกาหลี ต่างจากคลินิกศัลยกรรมทั่วไปซึ่งไม่กำหนดและอาจจะรับเคสต่อวันมากถึง 20 เคส และผู้รับบริการทุกเคสจะได้รับใบรับรองประกอบการใช้บริการที่มีรายละเอียดประกอบด้วย รายชื่อแพทย์และใบรับรองคุณวุฒิของแพทย์ที่ทำการผ่าตัดเพื่อใช้เป็นใบการันตีตลอดระยะเวลา 1 ปี 

ด้วยความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค (Consumer Insight) จนคุ้นเคยกับลูกค้าไทยมาแล้วก่อนหน้านี้จากการให้บริการในเกาหลี รวมทั้งเห็นช่องว่างของตลาดไทยที่ผู้บริโภคต้องการแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ให้บริการตั้งแต่ให้คำปรึกษาไปจนการดูแลหลังการผ่าตัดโดยแพทย์คนเดียวกัน LARA Plastic Surgery จึงตัดสินใจเข้ามาเปิดแผนกไทยให้บริการลูกค้า

ไทยโดยเฉพาะ เพื่อให้ลูกค้าเดินทางและเข้ามารับบริการได้อย่างสะดวก โดยมั่นใจว่าความเข้าใจผู้บริโภครวมถึงความเชี่ยวชาญและนวัตกรรมที่ LARA Plastic Surgery มี  จะสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าไทยได้เป็นอย่างดี

“ลูกค้าคนไทยที่ต้องการทำศัลยกรรมปัจจุบันมีความต้องการอยู่ในระดับเดียวกับคนเกาหลี อีกทั้งเคยมีประสบการณ์จากการให้บริการกลุ่มลูกค้าคนไทยที่เคยบินไปใช้บริการที่เกาหลี จนเห็นแนวโน้มความต้องการที่เปลี่ยนไป จากช่วง 7-8 ปีก่อนหน้านี้ คนไทยนิยมไปเกาหลีเพื่อทำศัลยกรรมแบบครบวงจรและเลือกทำในโรงพยาบาลขนาดใหญ่ แต่ปัจจุบันเน้นทำศัลยกรรมเฉพาะด้าน และเลือกคลินิกที่เชี่ยวชาญเฉพาะทางเพื่อให้ได้ความละเอียดสมบูรณ์มากขึ้น โดย LARA Plastic Surgery มีโอกาสให้บริการศัลยกรรมตกแต่งกับกลุ่มคนไทย ซึ่งมีจำนวนไม่น้อยที่เลือกเข้ามาใช้บริการเพื่อแก้ปัญหาหรือเก็บรายละเอียดเพิ่มเติมจากที่ทำมา ผ่านการแนะนำจากเพื่อนเกาหลี หรือค้นหาข้อมูลด้วยตัวเอง เราจึงมั่นใจว่าด้วยประสบการณ์ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ที่มีจะทำให้สนองตอบความต้องการของตลาดไทยอย่างแท้จริง”  

การเปิด LARA Plastic Surgery แผนกไทยในครั้งนี้ นับเป็นทั้งการนำเทรนด์และนวัตกรรมด้านศัลยกรรมความงามจากเกาหลีมาสู่ตลาดไทย ภายใต้การดูแลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากเกาหลีโดยตรง

LARA Plastic Surgery ให้บริการ ให้คำปรึกษาศัลยกรรมทั้งทางออนไลน์ โทรและวิดิโอคอลล์ รวมทั้งบริการดูแลทุกขั้นตอนตั้งแต่ซื้อตั๋วเครื่องบิน, การเตรียมเอาสารผ่านตม., คอยเช็คอัพและดูแลตลอดช่วงที่อยู่เกาหลีจนกว่าจะกลับเมืองไทย , มีรถรับส่งสนามบิน , ล่ามคอยสแตนบายตลอดเวลา , มีพยาบาลดูแลแบบเคสบายเคส   ให้บริการดูแลหลังผ่าตัดโดยรักษาอาการบวมและ ยารับประทานหลังศัลยกรรม, ยาฉีด, มีไกด์พาเที่ยวช่วงพักฟื้นฯลฯ สำหรับผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อนัดพบแพทย์ เข้ารับการปรึกษา หรือใช้บริการอื่น ๆ ได้ที่ 

24, Seocho-daero 77-gil, Seocho-gu, Seoul, Republic of Korea (G-well Tower 12th Floor)

ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 

LINE: แอด@lara.th(มี@ด้วย) หรือกดลิงค์ https://lin.ee/VCBhNDj

Instagram: https://www.instagram.com/lara.th_official/

Facebook: https://www.facebook.com/lara.thaiofficial

โทร  096-8925051    

อีเมล  laraps.th@gmail.com







ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานคณะทำงานนโยบาย กทม.ประกาศสงครามปัญหามลพิษทางอากาศ PM 2.5 ลงพื้นที่วัดค่า PM 2.5 ที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะตั้งปณิธานผลักดันให้เกิด”กฎหมายอากาศสะอาด” เพื่อปกป้องคนกรุงเทพ

   


 ทำไม “กฎหมายอากาศสะอาด” ถึงเป็นแนวทางแก้ไขปัญหา PM 2.5 ได้อย่างยั่งยืน ? 

ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ (หรือ ดร.เอ้) นักวิศวกร นักวิชาการ และนักการเมืองชาวไทย เคยดำรงตำแหน่งอธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง อดีตนายกสภาวิศวกร สมัยที่7 อดีตนายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และอดีตประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย ก่อนเปิดตัวเข้าร่วมและลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในนามพรรคประชาธิปัตย์ ปัจจุบัน ดำรงตำแหน่งเป็นประธานคณะทำงานนโยบาย กทม.พร้อมประกาศสุดจะทนกับปัญหามลพิษทางอากาศ PM 2.5 

โดยเมื่อวันที่ 28 มีนาคม ที่ผ่านมา ได้ลงพื้นที่วัดค่า PM 2.5 ที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ    นำทีมโดย ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานคณะทำงานนโยบาย กทม. , นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย รองโฆษกพรรค  และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขตหลักสี่ - จตุจักร ผู้การแต้ม พล.ต.ต วิชัย สังข์ประไพ  ได้เข้าตรวจ PM2.5 ที่บริเวณศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ  ซึ่งเป็นจุดที่มีการจราจรหนาแน่นโดยเฉพาะในช่วงเช้าที่มีการสัญจรไปมา รวมถึงมีการก่อสร้างในบริเวณใกล้เคียง   โดยทีมเข้าตรวจวัดฝุ่นpm 2.5 เพื่อให้รู้ว่าสิ่งที่มองไม่เห็นนั้น มันอันตรายกว่า โควิด 19 ซึ่งสามารถรักษาให้หายได้ หากแต่ภัยจาก PM2.5 สามารถซึมเข้าไปในร่างกายได้อย่างต่อเนื่อง และสุดท้ายอาจทำให้เกิดภาวะสมองตายได้          

ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานคณะทำงานนโยบาย กทม. ซึ่งมองเห็นว่า ปัญหานี้เป็นปัญหาใหญ่ระดับชาติ จึงพร้อมนำเสนอให้มี กฎหมายอากาศสะอาด เพื่อเป็นแนวทางแก้ไขปัญหาในอนาคต โดยได้กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า 

          “ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า  15 จังหวัดที่มีค่าฝุ่น PM 2.5 สูงเกินเกิน 3 วัน ส่วนใหญ่อยู่ภาคเหนือ รวม ถึงในกทม.ทั้ง 50 เขต ตั้งแต่ต้นปีมีผู้ป่วยเกี่ยวกับมลพิษทางอากาศ 1.32 ล้านคน สัปดาห์นี้ป่วยอีก 1.96 แสนคน โดยเน้นย้ำว่ากลุ่มเสี่ยงควรหลีกเลี่ยงทำกิจกรรมกลางแจ้งช่วงที่มีฝุ่นสูง ทั้งผู้สูงอายุ ผู้ป่วยที่มีโรคทางปอดและหัวใจ รวมถึงเด็กเล็ก โดยช่วงที่มีค่ามีฝุ่นสูง ซึ่งจากการเฝ้าระวังโรคที่เกี่ยวข้องกับมลพิษทางอากาศ ช่วงระหว่างวันที่ 1 มกราคม - 5 มีนาคม 2566 พบผู้ป่วยด้วยโรคที่เกี่ยวข้องกับมลพิษทางอากาศรวม 1,325,838 ราย โดยกลุ่มโรคที่เจ็บป่วยสูงสุด ได้แก่ โรคทางเดินหายใจ 583,238 ราย   กลุ่มโรคผิวหนังอักเสบ 267,161 ราย  กลุ่มโรคตาอักเสบ 242,805 ราย และโรคหัวใจ หลอดเลือดและสมอง ถึง 208,880 ราย 

จึงเป็นที่มา ที่เราอยากรณรงค์ให้เกิด “กฎหมายอากาศสะอาด” จะช่วยให้หน่วยงานที่ดูแลและแก้ไขปัญหา PM 2.5 มีอำนาจในการบังคับใช้มาตรการต่าง ๆ เพื่อควบคุมและแก้ไขปัญหาที่ต้นตอของ PM 2.5  ที่ผ่านมาหน่วยงานต่าง ๆ มักจะแก้ปัญหาอย่างเฉพาะหน้า สาเหตุหนึ่งมาจากการไม่มีกฎหมายมารองรับ และสนับสนุนอย่างจริงจัง ทำให้ไม่สามารถควบคุมและแก้ไขปัญหาที่เกิดจากแหล่งกำเนิดได้ เลยต้องไปแก้ไขที่ปลายเหตุ สุดท้ายปัญหาคงก็อยู่

. ถ้าศึกษาจากตัวอย่างของต่างประเทศที่เขาเคยเจอมาหนักมากกว่าเรา ไม่ว่าจะเป็นอังกฤษ อเมริกา หรือจีนพวกเขายังสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างยั่งยืน ด้วยการนำ “กฎหมายอากาศสะอาด” มาบังคับใช้ 

 กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษเคยเจอวิกฤติหมอกอย่างหนักในปี 1952  แต่ก็สามารถเอาชนะปัญหามาได้ด้วยการออกกฎหมายอากาศสะอาด “Clean Air Act ในปี 1956” ควบคุมแหล่งกำเนิดมลพิษอย่างจริงจัง และมีการวิจัยมาแล้วว่าหลังกฎหมายออกมาสามารถลดปัญหามลพิษได้จริง สามารถเห็นผลได้อย่างเป็นรูปธรรม พิสูจน์แล้วว่าวันนี้กรุงลอนดอนอากาศสะอาดมากแค่ไหน 

 อเมริกาในสมัยประธานาธิบดีนิกสันได้ออกกฎหมายอากาศสะอาด  “Clean Air Act of 1970” หรือ CAA  ทำให้อเมริกากลายเป็นประเทศที่ประสบความสำเร็จระดับโลกในการจัดการมลพิษทางอากาศ

.            ล่าสุดประเทศยักษ์ใหญ่ในด้านอุตสาหกรรมอย่างจีนที่กรุงปักกิ่งเคยเจอปัญหามลภาวะอยากหนักมาก่อน จนรัฐบาลจีนต้องออก “กฎหมายป้องกันและควบคุมมลพิษทางอากาศ” มีแผนปฏิบัติการเมืองปักกิ่งเพื่ออากาศสะอาด ออกมาตรการระดับชาติ 10 ประการ จนวันนี้ปักกิ่งกลับมาอากาศสะอาดกว่ากรุงเทพ 

. แต่วันนี้ประเทศไทยยังไม่มี “กฎหมายอากาศสะอาด” เพื่อคุ้มครองให้คนในชาติได้สูดอากาศบริสุทธิ์แม้แต่ฉบับเดียว ที่ผ่านมาแม้จะมีการผลักดัน “กฎหมายอากาศสะอาด” จากหลายภาคส่วน แต่ก็ยังถูกละเลย ไม่มีการนำมาประกาศบังคับใช้ บางคนอาจมองว่า “กฎหมายอากาศสะอาด” ซ้ำซ้อน เพราะกฎหมายสิ่งแวดล้อมเดิมก็มีอยู่ แต่ที่ผ่านมาก็พิสูจน์มาแล้วว่าถ้ากฎหมายสิ่งแวดล้อมเดิมใช้ได้จริงพวกเราชาวกรุงเทพคงไม่ต้องมาทนกับปัญหานี้ในปัจจุบัน 

.   “กฎหมายอากาศสะอาด” ที่ออกมาจะช่วยเป็น “เครื่องมือ” ให้หน่วยงานที่ดูแลเรื่องสิ่งแวดล้อม สามารถนำมาตรการและข้อบังคับไปควบคุมสาเหตุของ PM 2.5 ได้ถึงต้นตอ ไม่ว่าจะเป็น 

- การกำหนดเขตพื้นที่มลพิษต่ำ ใจกลางเมือง  

- การควบคุมรถควันดำ ต้นตอสำคัญของ PM 2.5 

- การจัดเก็บภาษีการปล่อยมลพิษยิ่งปล่อยมากยิ่งจ่ายมาก เพื่อเป็นการบังคับให้หาทางลดการปล่อยมลพิษ 

- การลดภาษีพื้นที่สีเขียวเป็นรางวัลให้คนทำดี 

ทั้งหมดนี้เป็นทางรอดเพื่อให้พวกเราชาวกรุงเทพได้กลับมาสูดอากาศบริสุทธิ์กันทุกคนครับ” ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ กล่าว

           ทั้งนี้ ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์  นอกจากจะนำเสนอ กฎหมายอากาศสะอาด แล้ว ยังตั้งทีมเพื่อวัดค่าฝุ่น PM2.5อย่างต่อเนื่อง เพื่อประกาศสงครามกับปัญหามลพิษทางอากาศ PM 2.5  พร้อมนำเสนอแนวทางการป้องกันและแก้ไขเบื้องต้นให้แก่ประชาชนในพื้นที่ต่างๆต่อไป






สายมูมามุง! เผยความลับพระพิฆเนศปางปัญจมุขคณปติ จะมูทั้งทีต้อง ทำให้ดี ทำให้ปัง งานนี้ไม่มีพังมีแต่ปังเท่านั้น

 


วันอาทิตย์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2566 - พลตำรวจโท คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารจังหวัดปทุมธานี  ให้เกียรติเป็นประธานจุดเทียนชัย องค์พ่อพระพิฆเนศ โดยมี องค์พ่อแก่   นาย กิตติ ปักษี  (โอบะ เสียงเหน่อ) นายกสมาคมศิลปินตลก(ประเทศไทย) ,องค์พ่อท้าวเวสสุวรรณ นายศุภชัย นพขำ ส.ส. ปทุมธานี เขต 2


ประธานพิธีพุทธาภิเษก 

1.พ.ต.อ.สามารถ พรหมชาติ 

รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล8 


2.นาย อาทิตย์ นวลมีศรี 

(โอ๊ต บางแพ) 

ประธานชมรมพระเครื่องเพื่อนพ้องน้องพี่ภาคตะวันตก) 


ร่วมพิธีมหาเทวาภิเษก มังคลาภิเษก เทวรูป พระพิฆเนศวร ปัญจมุขคณปติ ณ ลานมูเตลู แลนด์ (ริมแม่น้ำเจ้าพระยา) ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี


โดยในงานจะมีพิธีพราห์ม บวงสรวง อ่านโครงการอัญเชิญเทวดา ทั้ง 16 ชั้นฟ้า 15 ชั้นดิน , พิธีมหาเทวามังคลาภิเษก พระพิฆเนศวร เศียรบรมครู 108 เศียร ศาลพระภูมิเจ้าที่ พ่อปู่โพธิ์ทอง , พิธีเบิกเนตร - ดับเทียนชัย รำถวายพระพร อีกด้วย


 🕉

วันนี้ทาง ลานมูเตลู แลนด์ มีความลับที่หลายคนอาจยังไม่รู้ มาฝากกันค่ะ🙇🏻‍♀️


🐁 ในสมัยก่อนพระพิฆเนศปางนี้จะสามารถบูชาได้เฉพาะพระมหากษัตริย์เท่านั้น 

สามัญชนไม่สามารถบูชาได้ นั่นหมายถึงตัวกษัตริย์เองต้องเป็นผู้ทำพิธีด้วยตัวเอง

ซึ่งปัจจุบันนี้ได้มีการบูชาปางปัญจมุขคณปติกันอย่างกว้างขวาง 

พระพิฆเนศปางปัญจมุขคณปติ ถือเป็นสุดยอดของเทวรูปพระพิฆเนศแห่งปางทั้งปวง

โดยการที่ได้บูชาพระพิฆเนศปางนี้นั้น เสมือนได้บูชามหาเทพทั้ง 5 พระองค์


🔹พระพรหม เป็นตัวแทนมหาเทพผู้สร้าง

🔹พระนารายณ์ เป็นตัวแทนมหาเทพผู้รักษา

🔹พระศิวะ เป็นตัวแทนมหาเทพผู้ทำลาย

🔹พระนางปราวตี เป็นตัวแทนแห่งแม่ผู้ให้กำเนิดสิ่งมีชีวิตทั้ง

ปวง รวมถึงเป็นผู้ปกป้องด้วย

🔹พระอาทิตย์ เป็นตัวแทนแห่งแสงสว่าง ผู้ให้ความอบอุ่นแก่จักรวาล


พร้อมน้อมบูชาองค์พ่อ ณ มูเตลูแลนด์ ดินแดนสายมู 

 

🚍 Location : ลานมูเตลู แลนด์

อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ถนนติวานนท์ 

เชิงสะพานปทุมธานี 1 ฝั่งขาออก ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี








WAG Group ตอกย้ำเบอร์ 1 ออนไลน์ ส่งโปรเจคใหญ่ ดึงเคนโด้ สร้างรายได้ให้คนไทย ''สินค้าดี ระบบดี การันตีด้วยดาราคุณภาพ''

 


บริษัท Worldwide Advertising Group หรือ WAG Group เป็นสถาบันออนไลน์ ที่บริหารงานโดย คุณกอล์ฟ วงศกร วงษ์โชติปิ่นทอง  WAG เป็นองค์กรที่รับทำการตลาด และสื่อโฆษณา ให้กับหลาย ๆ บริษัทที่มีชื่อเสียงทั้งใน และต่างประเทศ เช่น บริษัท VASAYO บริษัทด้าน   E-Commerce ระดับโลก รวมทั้งดารานักแสดงที่มีชื่อเสียง อาทิ จ๊ะ นงผณี มหาดไทย (จ๊ะ อาร์สยาม) , เจี๊ยบ พิจิตตรา สิริเวชชะพันธ์ ,  บอล เชิญยิ้ม , เจี๊ยบ เชิญยิ้ม , โน๊ต เชิญยิ้ม  

ทาง WAG เราใช้สื่อโฆษณาทางอินเตอร์เน็ตในการทำการตลาดให้กับลูกค้า รวมทั้งสรรหาสินค้านวัตกรรมเข้าสู่ระบบอย่างต่อเนื่อง และ WAG ไม่หยุดที่จะพัฒนา มีแนวโน้มการเติบโตสูงขึ้นทุกปี 

ดังนั้นจึงมีโปรเจคใหม่เกิดขึ้น โดย WAG ได้ดึงผู้ประกาศข่าวชื่อดัง คือ คุณเคนโด้ เกรียงไกรมาศ พจนสุนทร ที่คร่ำหวอดในวงการ E-Commerce มาอย่างยาวนาน  มาเป็นผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร  เพื่อตอกย้ำการเป็นเบอร์1 ของ WAG และตรงกับความตั้งใจของคุณเคนโด้ คือการช่วยเหลือประชานชนให้มีรายได้ ''ผมได้เข้ามาตรวจสอบทั้งระบบ  รวมถึงสินค้า อย่างละเอียด ผมมั่นใจว่า WAG คือตัวจริง ที่จะช่วยคนไทยให้มีรายเพิ่มขึ้นได้อย่างแน่นอน ''  

ข่าวดีคือ ขณะนี้ WAG มีการเปิดรับบุคลากรเพื่อเข้ามาร่วมงานกับทางบริษัท  โดยตลอด 2 ปีที่ผ่านมา เราไม่เคยรับบุคลากรเพิ่ม แต่ปีนี้          ด้วยยอดขายปีละกว่า 150 ล้านบาท เราจึงขยายรับบุคลากรเพื่อเติบโตไปด้วยกัน 

WAG Group เปิดโอกาสให้กับบุคคลทั่วไป นิสิต นักศึกษา พนักงานประจำ ข้าราชการ หรือผู้ที่ว่างงาน สนใจหารายได้เสริม ออนไลน์ ทำงานผ่านมือถือ ได้เรียนรู้วิธีการทำงานแบบใหม่ ด้วยการใช้ระบบอินเตอร์เน็ต ทำงานออนไลน์ 100% สร้างรายได้แบบ Part-time (งานพาร์ทไทม์) หรือ Full-time (งานเต็มเวลา) 

และ WAG ยังผุดแคมเปญ Expert Influencer ถ่ายทอดการสร้างตัวตนบนโลกออนไลน์ นำโดย แพรี่ ไพรวัลย์ , สมปอง นครไธสง , มาดามฟันนี่ Pond On News , ฝ้ายใช้เท้าแต่งหน้า และโย คณากร  ผู้ที่เข้ามาใช้ระบบกับWAG จะได้ใกล้ชิดกับเหล่า Influencer เหล่านี้และได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง 

WAG เป็นศูนย์กลางในทำการตลาดให้กับบริษัทชั้นนำ ดารา นักแสดง มั่นใจได้เลยว่าสามารถสร้างรายได้ ได้จริง คุณสามารถทำงานโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูปที่ทางบริษัทจัดเตรียมไว้ให้คุณ วันละ 2-3 ชั่วโมง สามารถทำได้ที่บ้านหรือที่ทำงานได้ไม่จำกัดเวลา มีระบบสอนงานจนกว่าคุณจะทำเป็น ตลอด 24 ชั่วโมง











บรรเจิด ตั้งคารวคุณ เปิดประวัติ ให้เยาวชนคนรุ่นหลังไว้เป็นบทเรียนชีวิตกับนักเลงธุรกิจ พิชิตหมื่นล้าน ได้อย่างไร


วงการธุรกิจ มีใครบ้างที่ไม่รู้จัก จ้าวแห่งยุทธจักรสีเคมีภัณฑ์ ภายใต้ชื่อสีตรา “กัปตัน” สู่ยักษ์ใหญ่สีทาอาคารเบอร์ 1 ของเมืองไทย ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TOA แต่กว่าจะมายืนหนึ่งได้ถึงปัจจุบัน เขาคือผู้ฟันฝ่าอุปสรรคนานัปการ ด้วยชีวิตที่หนักเอา เบาสู้ ไม่เคยหยุดนิ่ง ในปัจจุบันที่กล้าพูดได้อย่างเต็มอกว่าเขาคือนักธุรกิจ นักลงทุนที่สร้างงานสร้างอาชีพไม่เพียงแต่สร้างรายได้ให้กับวงศ์ตระกูล “ตั้งคารวคุณ” แต่ยังส่งให้ผู้ประกอบการนักลงทุนหน้าใหม่ได้แสดงศักยภาพแนวคิดคนรุ่นใหม่ ล่าสุดเปิด Grand Opening  “Crystal Caviar Hotel Bangkok Thailand” บนถนนรัชดา ซอย 7

ในปี พ.ศ. 2518 ผมทำสีกัปตัน จนดังเป็นพลุแตก ที่มาของชื่อคือสมัยก่อนผมเป็นบ๋อย ในไนต์คลับ ต่อมาได้เลื่อนเป็นกัปตัน จึงได้นำชื่อจากที่หัวหน้างานและหลายคนเรียกใช้มาตั้งเป็นชื่อสี “กัปตัน” จนเป็นที่รู้จักกันดีตั้งแต่ปี พ.ศ. 2518 มาถึงปัจจุบัน ในชื่อ “TOA”

บรรเจิด  ตั้งคารวคุณ ได้เล่าถึงประวัติชีตที่ผ่านมาได้ฟันฝ่าอุปสรรคมาอย่างไรบ้าง “ผมมีพี่น้อง 7 คน ทุกคนขายสีกันหมด ผมเป็นลูกชายคนที่สี่ แต่ก่อนผมยากจนมาก จากเด็กที่ไม่มีอะไรเลยชีวิตลำบาก เป็นลูกชาวนา ในชีวิตต้องทำทุกอย่างตั้งแต่เลี้ยงเป็ดเลี้ยงไก่ เลี้ยงหมู เลี้ยงควาย จนมาขายล็อตเตอรี่ เรียงเบอร์ ส่งหนังสือพิมพ์ จากนั้นเดินทางเข้ากรุงเทพฯเพื่อมาเข้าเรียนที่โรงเรียนวัด จนโตขึ้นมาถึงแม้เราจะเป็นเด็กเกเร ย้ายที่เรียนไปไม่น้อยกว่า 10 โรงเรียน คือไม่ค่อยสนใจการเรียนเท่าไหร่อยากไปทำงานที่ผับไนต์คลับเพราะมองว่าน่าจะมีรายได้ดี พอมีเงินเก็บก็มาเปิดร้านอาหารจนสร้างรายได้เพิ่มมากขึ้น ใครจะเชื่อว่าเมื่อผมอายุได้ 25 ปี ผมมีเงินเก็บเป็น 100 กว่าล้านแล้ว ผมมีความมุ่งหวังที่จะดำรงรักษาชีพให้ได้ถึงสี่แผ่นดิน ตั้งแต่ปลายรัชกาลที่ 7 มาจนถึงรัชกาลที่ 10 ในปัจจุบัน ถือเป็นบุญแห่งชีวิตของผมมากแล้ว”

ทุกครั้งที่เล่าถึงชีวิตในอดีต น้ำตาจะไหลให้ร้องไห้ในทุก ๆ ครั้ง ปัจจุบัน ผมยังไม่ลืมอาชีพเดิมที่เป็นอาชีพก่อเกิดสร้างชีวิตผมขึ้นมาได้ ผมไปซื้อที่ที่แม่ปิง เพื่อทำฟาร์มเลี้ยงสัตว์ เป็ด ไก่ หมู ควาย และม้าพันธุ์แคระ นอกจากนั้นยังได้ซื้อที่ทำปั๊มน้ำมันปตท.ไปอีก 100 กว่าล้าน จากนั้นลงมาขยายงานต่อโดยมาซื้อที่ทำรีสอร์ทที่เชียงคาน ชื่อ “อั๊งธงรีสอร์ท” อีก 10 ไร่ ใช้งบประมาณไปกว่า 400 – 500 ล้าน รูปแบบอิงธรรมชาติชมวิวพระอาทิตย์ตกดินสวยงามมาก มีร้านกาแฟสดไว้บริการนักท่องเที่ยวภายในรีสอร์ท ในแต่ละหลังจะทำเป็นสไตล์ของแต่ละประเทศที่ชื่นชอบ เช่น อังกฤษ สวิส จีน รัสเซีย มีห้องเดี่ยวอีก 145 ห้อง รวมทั้งหมด 200 กว่าห้อง ได้ลงมือก่อสร้างแล้ว คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2567 นี้

นอกจากนี้ยังได้เปิด คาร์เร้นท์ เต็นท์รถมีรถให้เช่า 30 กว่าคัน มีรถหลากสไตล์ ทั้งมินิคูเปอร์ ดีปุโพส ฮุนได เบนซ์ พร้อมเปิด  14 ธันวาคม ปลายปีนี้ ที่เชียงคาน ส่วนในปี 2566 – 2567 มีโครงการที่จะทำปั๊มน้ำมันเพิ่มอีก ทางภาคอีสานมี จังหวัดอุดร ขอนแก่น ส่วนทางภาคเหนือ จังหวัดเชียงราย ใช้งบประมาณ 2 – 4 พันล้านบาท ต่อจากนั้นทำโชว์รูมเพิ่มที่ถนนศรีนครินทร์ จำหน่ายรถ เมอร์เซเดส-เบนซ์ บีเอ็มดับเบิลยู พอร์ช ขอบอกว่าทุก ๆ โครงการที่ผมกล่าวมานี้ ผมไม่เคยกู้แบงก์ที่ไหนเลย ใช้เงินส่วนตัวผมเองทั้งสิ้น

ปัจจุบันคุณบรรเจิด ตั้งคารวคุณ มีอายุ 76 ปี ปัจจุบันผมมีโรงแรมคริสตัลและคาร์เวียเอนเตอร์เทนเม้นท์ ที่รัชดา ซอย 7 ให้คนมาเช่าดำเนินการบนที่ดินของผมเองเดือนละ 5 ล้านบาท เป็นระยะเวลา 9 ปี บริเวณด้านข้างยังมีฟิตนส เซเว่นอีเลฟเว่นให้เช่า มีอพาร์ทเม้นท์ใกล้มหาวิทยาลัยหอการค้า และอีกหลายธุรกิจบริเวณลาดพร้าว

ชีวิตกับความประสบความสำเร็จมาถึงทุกวันนี้ ผมกล่าวได้เลยว่า ในชีวิตผมทำงานวันละ 8 ชั่วโมง ตื่นตี 4 ลุกขึ้นมาขับแท็กซี่ ตี 1 – 2 ขับรถรับส่งคนทำงาน นักเที่ยวกลางคืนตามไนต์คลับ ผับ บาร์ ได้รับทิปวันละหลายพัน ผมเก็บสะสมเรื่อยมา ผมเป็นคนอ่อนน้อม ถ่อมตนเสมอ รับใช้บริการผู้ใหญ่ที่คอยจ้างวานให้เราไปซื้อของ ผมมีคติประจำใจของผมคือ ทำงานด้วยความซื่อตรง ซื่อสัตย์ไม่คดโกงใคร เราจะมีแต่ความเจริญรุ่งเรืองขึ้นเรื่อย ๆ  หมั่นทำบุญอย่างต่อเนื่อง ในปีนี้ ผมทำบุญไป 20 กว่าล้านแล้วครับ










“บิว เรนโบว์”เดินหน้าเปิดละครซีรีส์ ซีซั่น2 “แก็งซ่าพาคิดส์”


“เบญญาดา โซใต้หยิน” หรือ ชื่อในวงการเรียก “บิว เรนโบว์” เปิดละครซีรีส์ ซีซั่น2 “แก็งซ่าพาคิดส์”ละครแนวสร้างสรรค์คติสอนใจเยาวชน ออกอากาศทางช่อง IPM 9 สตาร์

 

สำหรับเนื้อหาในละคร“แก็งซ่าพาคิดส์”จะสอนให้เด็กเยาวชนเป็นแบบอย่างที่ดีต่อสังคม โดยเสนอตอนแรกในชื่อ “จิตรกรน้อยวาดฝัน” โดยทีมงานคุณภาพ ได้แก่ พี่หมู ผู้กำกับละคร,วลงกรณ์ จับใจ (เทอม), รุ่งรดิศ รุ่งอมรวานิช รองผู้กำกับ,ขอขอบคุณ BENYADA อาหารเสริมควบคุมน้ำหนักสปอนเซ่อหลักในครั้งนี้ เพจ BENYADA THAILAND ,เอื้อเฟื้อสถานที่ถ่ายทำ ณ ครัวบ้านสวน จังหวัดสมุทรปราการและนักแสดงร่วมในละครได้แก่ คุณคำปัน กุดปัญญา,รัชภร ปวินท์วรโชติ (ต้อมโมเดลบ้าจี้), น.ส.รุจิราณ์ จูมัจฉะ (กานต์),ด.ญ.กชกร ภักดี(อันนา),ด.ญ.ธัญญาลักษณ์ ใบสะอาด (แพรวา),ด.ญ.น้ำเพชร คงแป้น(น้องน้ำ),ด.ช.ธนกฤต เก้าเอี้ยน(กอไผ่ร์),ด.ช. จิรัฏฐ์ สกุลจานแก้วขจร (ฟีฟ่า), ด.ญ.ขวัญชนก รวมดอน(น้องน้ำเพชร), ด.ญ.ภัทรวีร์ สุตตาภรณ์(ข้าวตู),ซูเฟียร์ ลีหมะ (ช่างแต่งหน้า, ทำผม) ที่ร่วมในละครซีรีย์ในครั้งนี้อีกด้วย สนใจเรียนการแสดงสามารถติดต่อเพจ สอนการแสดง Rainbow Acting Academy